รีวิว : Fitbit Charge 4 รุ่นใหม่ดีไซน์เดิม เพิ่มเติมคือมี GPS ในตัว และขายราคาเดิม

 

Fitbit เปิดตัว Fitbit Charge 4 สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ รุ่นใหม่ล่าสุดที่แม้จะมาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่คล้ายกับ Charge 3 รุ่นก่อนหน้า แต่สิ่งแตกต่างที่ทำให้ fitness tracker รุ่นนี้มีความโดดเด่นมากขึ้นกว่าเดิมคือการเพิ่มเติม built-in GPS ที่ให้คุณออกไปวิ่ง หรือปั่นจักรยานได้เต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัวไปด้วย รวมถึงฟีเจอร์ในการรองรับ Fitbit Pay ระบบทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสายรัดข้อมือ

 

Fitbit Charge 4

จุดที่่น่าสนใจของ Fitbit Charge 4 อีกอย่างก็คือ การเปิดตัวมาที่ราคาเท่ากับตอนที่รุ่นก่อนหน้า Fitbit Charge 3 เปิดตัวครับ คือเปิดตัวที่ราคาเริ่มต้นที่ $149.95 ซึ่งสำหรับในบ้านเราวางจำหน่ายในราคา 6,490 บาท ซึ่งในราคานี้ทางเรามองว่าค่อนข้างคุ้มมากทีเดียวเมื่อเทียบกับฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาจากรุ่นก่อน 

โดยวันนี้พวกเราทีมงาน MobileOcta มีโอกาสได้ Charge 4 มาทดสอบให้ชมกัน มาดูกันครับว่าสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพตัวนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

Specification

 

Fitbit Charge 4 มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบหรูดูดีเช่นเคยครับ มีดีไซน์การออกแบบที่ค่อนข้างบาง โดยมีขนาดตัวเรือนอยู่ที่ 35.8 x 22.7 x 12.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักที่เบามาก เหมาะมากกับการใส่เพื่อขยับร่างกาย ใส่ได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ทำให้รู้สึกรำคาญเลยครับ 

ตัวแบนด์สามารถเก็บกิจกรรมที่คุณทำได้ ทั้งการนับก้าว ระยะทาง หรือแคลอรี่ได้เป็นเวลา 30 วัน โดยผู้ใส่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Fitbit บนสมาร์ทโฟน

ที่ด้านหลังมีเซ็นเซอร์ตรวจวัด Heart Rate ได้ตลอด 24/7 หรือตลอดเวลานั่นล่ะครับ โดยเวลาที่เราทำกิจกรรมระบบจะทำงานตลอดเวลา (ทุกวินาที) แต่ถ้าไม่ได้ออกกำลัง ระบบจะวัดทุก 5 วินาที ซึ่งก็ถือว่าถี่มากอยู่ดี ตรงนี้ดีมากครับ

จุดขายหลักของ Fitbit Charge 4 คือการมาพร้อม GPS แบบ built-in ครับ ทำให้คุณสามารถทำกิจกรรมได้เต็มที่มากขึ้น จากเดิมที่ต้องพกพาสมาร์ทโฟนติดตัวด้วยตลอดเวลาทำกิจกรรมอย่างการวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ ซึ่งไม่สะดวกเลย แต่หลังจากที่มี GPS แล้ว คุณสามารถใส่สมาร์ทแบนด์อย่างเดียว แล้วไปลุยทำกิจกรรมได้เต็มตัวเลย จากนั้นค่อยมา sync ข้อมูลภายหลังได้ 

นอกจากนี้ยังมีระบบ NFC ที่ช่วยให้คุณสามารถใช้จ่ายผ่าน Fitbit Pay ตามที่ต่างๆ ที่รองรับได้ เพียงแค่แตะหรือจ่อใกล้ๆ เท่านั้น อันนี้ดีครับ เหมาะกับยุคนี้ที่เราไม่จำเป็นต้องจับเงินสดเลย รวมถึงสามารถโหลดแอปเพื่อควบคุม Spotify ผ่าน Fitbit ได้เลย

ด้านการกันน้ำ Fitbit Charge 4 สามารถกันน้ำได้ลึก 50 เมตร ดังนั้นจะไม่มีปัญหาเลยสำหรับการใส่ว่ายน้ำ อาบน้ำ หรือโดนเหงื่อเวลาออกกำลังกาย แต่อย่างไรก็ตาม ทาง Fitbit แนะนำว่าหลังจากที่ตัวแบนด์เปียก ให้รีบทำให้แห้งดีที่สุดครับ

Design

 

Fitbit Charge 4 มาพร้อมดีไซน์ที่ไม่แทบไม่ต่างจาก Charge 3 รุ่นก่อนหน้าเลยครับ ทั้งทางด้านรูปร่าง ขนาด ความบาง หรือหน้าปัดตัวเรือนที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดย Charge 4 มีให้เลือกทั้งหมด 2 เวอร์ชั่นครับ คือ Fitbit Charge 4 Standard Edition (6,490 บาท) รุ่นนี้จะได้สายเป็นซิลิโคน แบบเดียวกับที่เรารีวิวคือจะเป็นสีม่วง (แต่ได้สายมา 2 ขนาดนะครับ คือสายยาว และสายสั้นสำหรับคนข้อมือเล็ก หรือผู้หญิงนั่นล่ะ)

นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชั่น Fitbit Charge 4 Special Edition (6,990 บาท) ตัวนี้จะมีสายมาให้เปลี่ยน 2 ชุดครับ คือสายแบบซิลิโคนเพื่อใส่ลุย และสายผ้าเก๋ๆ สำหรับใส่เที่ยวนั่นเอง ส่วนการถอดเปลี่ยนสายนั้นก็สามารถทำได้ง่ายเช่นเคย คือเพียงกดปุ่มที่บริเวณโคนสายก็จะสามารถถอดออกได้อย่างสบาย

อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ Charge 4 ยังไม่เปลี่ยนไปใช้หน้าจอสีครับ โดยยังใช้หน้าจอเป็นแบบ backlit OLED สีขาวดำ ที่แม้เราจะรู้ว่าหน้าจอแบบนี้มีคุณภาพค่อนข้างดี คมชัด สู้แสงแดด และประหยัดพลังงานมากกว่าหน้าจอสีก็เถอะ ก็ยังน่าเสียดายอยู่ดี อิอิ

ส่วนหน้าปัดหรือ watch face นั้นแม้จะมีให้เลือกเปลี่ยนไม่เยอะ แต่ก็ถือว่าพอมีให้เลือกเพียงพอพอสมควร โดยสามารถเข้าไปเปลี่ยนได้ผ่านทางแอปนั่นเอง

การชาร์จแบตเตอรี่ ใส่กล่องจะให้สายชาร์จแบบหนีบมาครับ ซึ่งสามารถชาร์จได้ง่ายเพียงแค่หนีบให้ตรงก็สามารถชาร์จได้ทันที โดยจากที่ทดลองก็ถือว่าชาร์จได้เร็วมากทีเดียว ประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็สามารถชาร์จได้เต็มแล้ว

โดยการชาร์จ 1 ครั้งสามารถใช้งานได้นานราว 1 สัปดาห์ ซึ่งจากที่เราได้ทดลองก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ครับ จุดนี้ถือว่าดี

Interface 

 

Fitbit Charge 4 มาพร้อมยูสเซอร์อินเทอร์เฟสที่ใช้งานง่าย เช่นเดียวกับตัวแอปพลิเคชันเหมือนเดิมครับ ซึ่งการควบคุมหลักๆ มี 2 แบบ คือการสัมผัสหน้าจอ (ปัดจาก บนลงล่าง เพื่อดูการแจ้งเตือน, ปัดจากขวาไปซ้าย เพื่อดูแอปและเมนูต่างๆ, ปัดจากล่างขึ้นบน เพื่อดูข้อมูลการเคลื่อนไหวของเรา และ แตะ เพื่อเลือก) และการกดปุ่มแบบสัมผัส (sensitive touch) ที่ด้านซ้ายของตัวเรือน โดยเมื่อแตะบริเวณดังกล่าว ระบบจะมีการตอบสนองด้วยการสั่นเบาๆ โดยปุ่มนี้ใช้สำหรับเปิดหน้าจอ, ย้อนกลับ และเปิดใช้งาน Do not disturb 

การตอบสนองของหน้าจอทำได้ค่อนข้างดีมากทีเดียวครับ รวมถึงการแสดงข้อมูลของหน้าจอค่อนข้างสว่าง และชัดเจน รวมถึงการเปลี่ยนเมนูต่างๆ สามารถเลื่อนได้อย่างลื่นไหลดี 

Activity Tracking

 

มาถึงเรื่องการออกกำลังกายครับ Fitbit Charge 4 มีระบบที่ช่วยเตือนให้คุณขยับร่างกายด้วยการสั่นเบาๆ เพื่อให้คุณยืดเส้นยืดสาย ซึ่งเราสามารถเข้าไปปรับตั้งค่า หรือปิดการทำงานได้เหมือนกันถ้าไม่ชอบน่ะนะ แต่ผมว่าดีครับ เปิดไว้เถอะ ยิ่งที่ช่วงที่อยู่บ้านเยอะๆ แบบตอนนี้ ร่างกายจะได้ active บ้างครับ

ด้านการจับการเคลื่อนไหว Charge 4 รองรับการออกกำลังกายได้ 6 รูปแบบ คือ วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ, วิ่งบนลู่วิ่ง, ออกกำลังกายนอกบ้าน และการเดิน เรียกได้ว่ากิจกรรมหลักๆ มาค่อนข้างครบ 

แต่อย่างไรก็ตาม ตัวแบนด์สามารถเริ่ม track การออกกำลังกายได้อัตโนมัติได้ แต่หากอยากใช้ฟังค์ชั่น GPS ด้วยแล้วล่ะก็ ต้องเลือกกิจกรรมเอาเองครับ ซึ่งเมื่อคุณทำกิจกรรมเสร็จเรียบร้อย ระบบจะแสดงข้อมูลของกิจกรรมนั้น เช่น เส้นทาง ระยะทาง ความเร็ว แคลอรี่ที่เบิร์นไป หรือ Heart Rate เป็นต้น ซึ่งแม้ข้อมูลที่ได้จะไม่เยอะเท่ากับสมาร์ทวอทช์รุ่นราคาสูงๆ แต่เท่านี้ก็ถือว่าให้มาครบในระดับเริ่มต้นแล้วครับ

Conclusion

 

สรุปการรีวิว Fitbit Charge 4 แม้ด้านดีไซน์จะไม่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่การเพิ่มเติมฟังค์ชั่นเด็ดๆ อย่างการใส่ GPS มาให้ถือเป็นการยกระดับขึ้นพอตัวเลยครับ และยิ่งขายราคาเดิมด้วยแล้ว ถือว่าผู้บริโภคได้กำไรพอสมควรทีเดียว

อย่างไรก็ตามการที่หน้าจอยังเป็นแบบขาวดำอยู่ ซึ่งอาจทำให้สาย Fasion ไม่ถูกใจสิ่งนี้ก็ตาม แต่หน้าจอขาวดำแบบนี้สามารถแสดงผลได้ชัดเจน สู้แสงแดดแรงๆ ได้ดี และที่สำคัญ ช่วยให้ประหยัดพลังงานเป็นอย่างมาก ชาร์จครั้งเดียวใช้ได้ทั้งสัปดาห์ อันนี้ส่วนตัวผมมองว่าไม่ติดใจอะไรครับ เน้นการใช้งานมากกว่า

ด้านการใช้งาน ฟังค์ชั่นต่างๆ ถือว่าให้มาครบถ้วน หน้าตาเมนูเป็นมิตรกับผู้ใช้ ใช้งานง่าย มี watch face ให้เลือกพอสมควร ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง

ตัวแอปพลิเคชัน Fitbit บนสมาร์ทโฟนก็เข้าใจง่าย สามารถ Sync ข้อมูลได้รวดเร็ว ใช้งานง่าย ข้อมูลครบ นอกจากนี้คนที่อยากลงลึกด้านออกกำลังกายให้มาก ก็สามารถเลือกสมัคร Fitbit Premium ที่มีค่าบริการรายเดือน หรือรายปีได้ ซึ่งจะมีคำแนะนำในการออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดได้

ก็ประมาณนี้ครับสำหรับการรีวิว Fitbit Charge 4 ใครที่มองหาสมาร์ทแบนด์เน้นการใช้งานที่ดี สายเปลี่ยนได้เยอะ และมี GPS รุ่นนี้ผมคิดว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจมากทีเดียวครับ

ข้อดี

  • ดีไซน์สวย น้ำหนักเบา เปลี่ยนสายได้
  • กันน้ำ ใส่ว่ายน้ำได้
  • มี built-in GPS
  • วัด Heart Rate ได้แบบ 24/7
  • เมนูใช้งานง่าย ลื่นไหล
  • รองรับ Fitbit Pay แล้ว

ข้อสังเกต

  • หน้าจอยังเป็นขาวดำอยู่
  • ดีไซน์ไม่แตกต่างจากเดิม
  • ไม่รองรับภาษาไทย