เปิดตัว Redmi K30 Ultra เรือธง 5G ราคาประหยัด มาพร้อมจอรีเฟรชเรท 120Hz และชิปเซ็ท Dimensity 1000+

ในงานฉลองครบรอบ 10 ปี Xiaomi นอกจากจะเปิดตัว Mi 10 Ultra แล้ว Xiaomi ยังได้เปิดตัว Redmi K30 Ultra สมาร์ตโฟนเรือธง 5G ราคาประหยัดที่มาพร้อมสเปกจัดเต็มทั้งจอรีเฟรชเรท 120Hz, ชิปเซ็ท Dimesity 1000+ สุดแรง, กล้องหลัง 4 ตัว 64MP และรองรับชาร์จเร็ว 33W ในราคาเริ่มต้นเพียง 8,900 บาท

สเปก Redmi K30 Ultra

Redmi K30 Ultra

ตัวเครื่องมีขนาด 163.3 x 75.4 x 9.1 มม. และน้ำหนัก 213 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ultimate Full Screen Display ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล ขนาด 6,67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 สัดส่วนจอต่อเครื่อง 92.7% โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และอัตราการสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 240Hz

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับความสว่างสูงถึง 1,200nits อัตราส่วนคอนทราสต์ 5,000,000: 1 ขอบเขตสี DCI-P3 ครอบคลุม 100% และรองรับ HDR10 + เพื่อรับประกันประสบการณ์การรับชมที่สดใสและมีสีสัน

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.6GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 1000+ (7nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G77 MC9. RAM 6GB/8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB/512GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 12

ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว Quad Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก เซ็นเซอร์ Sony IMX686 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.72″, ขนาดพิกเซล 0.8µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Telephoto Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 50 มม.
  • กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่แบบ POP Up ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอสโลโมชั่น 120fps

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, ลำโพงคู่สเตอริโอ, มอเตอร์สั่นเชิงเส้น. รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G แบบ Dual Mode (SA/NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, NFC, พอร์ตอินฟราเรด, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับชาร์จเร็ว 33W

ทั้งนี้ Redmi K30 Ultra มีให้เลือก 3 สีคือ Moonlight White, Midnight Black และ Mint Green โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 14 สิงหาคม ส่วนราคามีดังนี้

  • RAM 6GB+128GB ราคา 1,999 หยวนหรือประมาณ 8,900 บาท
  • RAM 8GB+128GB ราคา 2,199 หยวนหรือประมาณ 9,800 บาท
  • RAM 8GB+256GB ราคา 2,499 หยวนหรือประมาณ 11,200 บาท
  • RAM 8GB+512GB ราคา 2,699 หยวนหรือประมาณ 12,100 บาท

ที่มา : Gizmochina