Qualcomm ยืนยัน ชิปเซ็ตเรือธงซีรีส์ถัดไป จะทำความเร็วทะลุ 5GHz เป็นครั้งแรก

Qualcomm เตรียมจัดงาน Snapdragon Summit ประจำปีในเดือนหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดตัวชิปเซ็ตซีรีส์ Snapdragon 8 Elite รุ่นใหม่ถึงสองรุ่น

ล่าสุดก่อนที่จะถึงกำหนดการจัดงาน ทางบริษัทได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า แพลตฟอร์มสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นต่อไป จะเป็นซีพียูบนมือถือรุ่นแรกที่สามารถทำความเร็วแตะระดับ 5GHz ได้สำเร็จ

ขุมพลังซีพียู Oryon ใหม่ สถาปัตยกรรมแบบปรับแต่งเอง

ในบล็อกโพสต์อย่างเป็นทางการ Qualcomm ได้เปิดเผยว่า แพลตฟอร์มมือถือระดับเรือธงเจเนอเรชันถัดไป ซึ่งคาดว่าจะเป็น Snapdragon 8 Elite Gen 6 และ Gen 6 Pro จะมาพร้อมกับซีพียู Oryon รุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท

ซีพียูรุ่นใหม่นี้จะสามารถทำความเร็วสัญญาณนาฬิกา (Clock Speeds) ได้สูงสุดถึง 5GHz โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบปรับแต่งเอง (Custom Architecture) ซึ่งประกอบด้วยคอร์ประมวลผลหลัก (Prime Cores) จำนวน 2 คอร์ และคอร์ประหยัดพลังงาน/คอร์ประสิทธิภาพ (Performance Cores) จำนวน 6 คอร์

แม้ว่า Qualcomm จะยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขความเร็วสัญญาณนาฬิกาของแต่ละคอร์อย่างเป็นทางการ แต่จากข้อมูลหลุดล่าสุดชี้ให้เห็นว่า คอร์หลัก 2 คอร์อาจมีความเร็วสูงถึง 5.01GHz ในขณะที่คอร์ประสิทธิภาพอีก 3 คอร์จะวิ่งอยู่ที่ความเร็ว 4.03GHz และอีก 3 คอร์ที่เหลือจะทำงานที่ความเร็ว 3.74GHz

สถาปัตยกรรมแคชใหม่ Oryon FlexCache และการยกระดับประสิทธิภาพ

นอกเหนือจากความแรงระดับ 5GHz แล้ว ชิปเซ็ตซีรีส์ Snapdragon 8 Elite Gen 6 ที่กำลังจะเปิดตัว ยังเตรียมแนะนำสถาปัตยกรรมแคช (Cache) แบบใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Oryon FlexCache

  • แชร์ทรัพยากรร่วมกัน: สถาปัตยกรรมใหม่นี้จะช่วยให้ทุกคอร์ของซีพียูสามารถใช้พื้นที่หน่วยความจำแคชส่วนกลางร่วมกันได้ โดยระบบจะจัดสรรพื้นที่ให้แบบไดนามิก (Dynamic Allocation) ตามปริมาณและภาระงานในขณะนั้น
  • รักษาความเสถียร: ระบบนี้ช่วยให้งานที่ต้องใช้ทรัพยากรประมวลผลสูงสามารถดึงแคชไปใช้ได้มากขึ้นเมื่อจำเป็น ช่วยลดการพึ่งพาหน่วยความจำระบบ (System Memory) ที่มักจะทำงานช้ากว่า ทำให้สามารถรักษาระดับประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
  • ตอบโจทย์รอบด้าน: Qualcomm กล่าวทิ้งท้ายว่า ซีพียูรุ่นใหม่จะช่วยให้การเปิดแอปพลิเคชันทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (Agentic AI) และการเล่นเกม รวมถึงช่วยให้การทำงานแบบหลายหน้าจอ (Multitasking) และการตัดต่อวิดีโอบนมือถือลื่นไหลกว่าที่เคย

ที่มา : Gsmarena