เปิดตัว Nothing OS 5.0 อย่างเป็นทางการ เผยกำหนดการปล่อยอัปเดตและฟีเจอร์ใหม่แบบจัดเต็ม

Nothing ประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุด Nothing OS 5.0 ซึ่งได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของ Android 17 อย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งานเข้าร่วมทดสอบเวอร์ชัน Open Beta ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ เวลา 11:00 น. ตามเวลามาตรฐานอังกฤษ (BST) หรือตรงกับเวลา 17:00 น. ตามเวลาประเทศไทย

กำหนดการปล่อยอัปเดตเวอร์ชันทดสอบ (Open Beta)

ในช่วงเริ่มต้น เวอร์ชัน Open Beta จะเปิดให้ใช้งานเฉพาะรุ่น Nothing Phone (3) เท่านั้น ก่อนที่จะทยอยปล่อยให้อุปกรณ์รุ่นอื่นๆ ในช่วงเดือนถัดไปตามลำดับ ดังนี้:

  • ต้นเดือนกันยายน: Nothing Phone (4a) Pro
  • ปลายเดือนกันยายน: Nothing Phone (4a), Phone (3a) และ Phone (3a) Pro
  • กลางเดือนตุลาคม: Nothing Phone (2a) และ Phone (2a) Plus
  • กลางเดือนธันวาคม: Nothing Phone (4b)

หมายเหตุ: รุ่น Phone (3a) Lite และ CMF Phone 2 Pro จะไม่มีการเปิดโปรแกรมทดสอบ Open Beta

กำหนดการปล่อยอัปเดตเวอร์ชันสมบูรณ์ (Public Release)

สำหรับกำหนดการปล่อยอัปเดตเวอร์ชันสมบูรณ์สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป (Public Rollout) มีกำหนดการดังต่อไปนี้:

  • กลางเดือนตุลาคม: Nothing Phone (3)
  • ต้นเดือนพฤศจิกายน: Nothing Phone (4a), Phone (4a) Pro, Phone (3a) และ Phone (3a) Pro
  • กลางเดือนพฤศจิกายน: Nothing Phone (2a) และ Phone (2a) Plus
  • ปลายเดือนธันวาคม: Nothing Phone (3a) Lite
  • กลางเดือนมกราคมปีหน้า: Nothing Phone (4b) และ CMF Phone 2 Pro

ไฮไลต์ฟีเจอร์ใหม่ใน Nothing OS 5.0

การอัปเดต Nothing OS 5.0 ในครั้งนี้มาพร้อมรายการเปลี่ยนแปลง (Changelog) ที่ชุดใหญ่มาก โดยมีการปรับปรุงที่สำคัญในหลายส่วน ได้แก่:

  • การปรับโฉมอินเทอร์เฟซใหม่ (Visual Refresh): มาพร้อมฟอนต์ระบบใหม่, ปรับปรุงเมนูการตั้งค่า (Settings) ใหม่ทั้งหมด, แถบสถานะ (Status bar) ที่ดูสะอาดตาขึ้น
  • ปรับแต่งหน้าจอโฮมและล็อกสกรีน: เพิ่มธีมหน้าจอหลักแบบใหม่ที่แสดงรายละเอียดวิดเจ็ตแบบโปร่งใส พร้อมเฉดสีไอคอนที่ดูสบายตา รวมถึงรูปแบบนาฬิกาและตัวเลือกสีสันเพิ่มเติมสำหรับหน้าจอล็อก
  • อัปเกรดแอปพลิเคชันและการใช้งาน: สแกน QR Code ผ่านแอปกล้องได้ง่ายขึ้น, เพิ่มตัวเลือกการจัดเรียงในแกลเลอรี, มีแอปพลิเคชัน Glyph แยกเฉพาะ และแอป Essential Apps Builder ตัวใหม่
  • ประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหล: แอนิเมชันระบบที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น, การควบคุม Bluetooth ที่รวดเร็วขึ้น, ฟีเจอร์ Essential Voice ที่ตอบสนองไวขึ้น รวมถึงการรองรับ MCP ใน Essential Space
  • ฟีเจอร์อำนวยความสะดวกอื่นๆ: แยกส่วนการแจ้งเตือนและการตั้งค่าด่วน (Quick Settings) ออกจากกัน, ปรับปรุงระบบ Quick Share และการบันทึกหน้าจอให้ทำงานได้ดีขึ้น, รองรับการแสดงผล Live Updates บนแถบสถานะ และปรับปรุงหน้าต่างแอปล่าสุด (Recents) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา : Gsmarena