มือถือ Xiaomi ปรับราคาขึ้น! ผู้บริหารเผยต้นทุน RAM และ Storage พุ่งเกือบ 4 เท่า

เรามักจะได้ยินข่าวเรื่องวิกฤตขาดแคลนชิปและ RAM ที่เกิดจากการทุ่มลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูล AI ทั่วโลก ซึ่งกำลังดึงซัพพลายในตลาดไปจนหมดและดันให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แต่สำหรับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแล้ว พวกเขาต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้มากแค่ไหนกันแน่?

📈 ต้นทุนชิ้นส่วนแพงขึ้นเกือบ 4 เท่าตัว

ล่าสุด Lu Weibing ประธานของ Xiaomi ได้ออกมาเปิดเผยผ่าน Weibo ว่า ปัจจุบันสำหรับชิ้นส่วน RAM 12GB ที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ (Storage) 512GB ทางบริษัทต้องจ่ายแพงขึ้นถึง 1,500 หยวน (ประมาณ 217 ดอลลาร์ หรือราว 7,900 บาท) เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกของปีที่แล้ว (มกราคม – มีนาคม)

ขอย้ำว่าตัวเลข 217 ดอลลาร์นี้ ไม่ใช่ราคาเต็มต่อชิ้นส่วน แต่เป็น “ส่วนต่างที่แพงขึ้น” จากเดิม! ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มหาศาลมาก ยิ่งไปกว่านั้น ต้นทุนที่ Xiaomi ต้องจ่ายในปัจจุบันดูเหมือนจะสูงกว่าในปี 2025 ถึงเกือบ 4 เท่าเลยทีเดียว

หากลองคำนวณคร่าวๆ จะพบตัวเลขที่น่าตกใจ:

  • ปีที่แล้ว: Xiaomi จ่ายค่า RAM/Storage ชุดนี้ในราคาเพียงประมาณ $72 (ราว 2,600 บาท)
  • ปัจจุบัน: ต้นทุนพุ่งไปถึง $288 (ราว 10,500 บาท) * ข้อสังเกต: ต้นทุนเฉพาะแค่ชิ้นส่วนความจำตอนนี้ เทียบเท่ากับราคาของสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นถึงระดับกลางได้เลยหนึ่งเครื่อง!

⚠️ ผลกระทบต่อผู้บริโภค: การปรับขึ้นราคาและยกเลิกโปรโมชัน

จากต้นทุนที่พุ่งทะยาน จึงไม่น่าแปลกใจที่ล่าสุดมีการประกาศว่า มือถือ Xiaomi ปรับราคาขึ้น โดยจะเริ่มจากรุ่น Redmi K90 Pro Max ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายนเป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ทาง Xiaomi เลือกที่จะปรับขึ้นราคาขายปลีกเพียง 200 หยวน (ประมาณ 29 ดอลลาร์ หรือราว 1,000 บาท) ซึ่งหมายความว่าบริษัทเลือกที่จะ “กลืนเลือด” แบกรับภาระต้นทุน RAM และ Storage ที่เพิ่มขึ้นเอาไว้เองเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการประกาศเพิ่มเติมดังนี้:

  • ยกเลิกโปรโมชันของรุ่น Redmi Turbo 5 และ Turbo 5 Max ที่กำลังดำเนินอยู่ทั้งหมด
  • การปรับขึ้นราคาและการยกเลิกโปรโมชันนี้ ยังมีผลเฉพาะในตลาดจีนเท่านั้น ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทมีอัตรากำไรจากซีรีส์ Redmi ต่ำที่สุด

🌍 อนาคตของตลาด Global จะเป็นอย่างไร?

ณ ตอนนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เราจะได้เห็น มือถือ Xiaomi ปรับราคาขึ้น ในตลาดโลก (รวมถึงในไทย) ด้วยหรือไม่ แต่หากราคาของชิ้นส่วน RAM และหน่วยความจำยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบนี้ การขึ้นราคาสมาร์ทโฟนในอนาคตก็คงไม่ใช่คำถามว่า “จะขึ้นหรือไม่” แต่เป็น “จะขึ้นเมื่อไหร่” มากกว่า

ที่มา : Gsmarena