รายงานเผย TSMC เตรียมขึ้นราคาชิปในปี 2027 ส่อแววกระทบราคาสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ไอที

ดูเหมือนว่าแนวโน้มราคาชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจะยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลง ล่าสุดสำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า TSMC เตรียมปรับขึ้นราคาชิปเซ็ตสูงสุดถึง 10% เริ่มต้นในปีหน้า (2027) ซึ่งนับว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับลูกค้ารายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Nvidia, Apple, Qualcomm, AMD และ Intel และแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงผู้บริโภคขั้นสุดท้ายอย่างเรา ๆ ด้วย

รายงานระบุว่าราคาชิปสถาปัตยกรรมขั้นสูง (Advanced nodes) ของ TSMC จะปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 5% ถึง 10% ขึ้นอยู่กับประเภทของชิปและบริษัทที่สั่งซื้อ การปรับราคาครั้งนี้จะส่งผลให้ต้นทุนชิปเซ็ตสำหรับสมาร์ตโฟนในอนาคตมีราคาแพงขึ้น และคาดว่าอุปกรณ์อื่นๆ อย่างแท็บเล็ต, แล็ปท็อป, สมาร์ทวอทช์ และแกดเจ็ตต่างๆ ก็จะได้รับผลกระทบนี้เช่นเดียวกัน

ที่น่ากังวลคือ การขึ้นราคาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชิปสถาปัตยกรรมล้ำสมัยระดับ 2nm อย่างชิป Tensor G11 จาก Google ที่กำลังจะเปิดตัวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงชิปสถาปัตยกรรมรุ่นเก่า (Mature nodes) อย่าง 12nm, 16nm และ 28nm ซึ่งคาดว่าจะถูกปรับราคาขึ้นสูงสุดถึง 10% ด้วยเช่นกัน

ทางฝั่ง TSMC ได้ให้เหตุผลในการปรับขึ้นราคาครั้งนี้ว่า เป็นการสะท้อนถึงต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งในส่วนของราคาวัตถุดิบ อุปกรณ์การผลิต ตลอดจนต้นทุนในการก่อสร้างโรงงานผลิตชิป (Fabs) นอกประเทศไต้หวัน

การปรับขึ้นราคาดังกล่าวถูกวางแผนไว้ในช่วงต้นปี 2027 ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าผลกระทบด้านราคาจะสะท้อนออกมาให้เห็นในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค แต่มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เราเริ่มเห็นรายงานว่าบริษัทอย่าง Apple กำลังพยายามกระจายความเสี่ยงด้านการผลิตชิป โดยเริ่มมีการเจรจากับ Intel และ Samsung

ในขณะที่ทางด้าน Intel เองก็มีรายงานว่าต้องการดึงกำลังการผลิตชิปส่วนประมวลผล (Compute tile) สำหรับซีพียู Nova Lake กลับมาผลิตเองที่โรงงานของตนถึง 80%-90% โดยใช้สถาปัตยกรรม 18A จากเดิมที่ตั้งใจจะให้ TSMC ผลิตให้ราว 60%-70% ด้วยสถาปัตยกรรม N2 ส่วนทางด้านดีไซเนอร์ชิปเซ็ตอย่าง Qualcomm ก็กำลังพิจารณาที่จะกลับไปพึ่งพาโรงงานของ Samsung เช่นเดียวกัน

ที่มา : Gsmarena