จากเดิมที่มีกระแสข่าวว่า Samsung จะเปิดตัวแท็บเล็ตเรือธงระดับพรีเมียมเจเนอเรชันถัดไปอย่าง Galaxy Tab S12+ และ Galaxy Tab S12 Ultra ภายในเดือนกันยายน ล่าสุดรายงานและข่าวลือระบุว่ากำหนดการเปิดตัวถูกขยับไปเป็นวันที่ 7 ตุลาคมนี้ พร้อมกันนี้ยังมีชุดภาพเรนเดอร์ความละเอียดสูงชุดใหม่หลุดออกมา ตอกย้ำรายละเอียดงานดีไซน์ ขนาดหน้าจอ และความแตกต่างของฮาร์ดแวร์ระหว่างทั้งสองรุ่นอย่างชัดเจน
Galaxy Tab S12 Ultra: จอใหญ่ 14.6 นิ้ว พร้อมรอยบาก กล้องคู่ และบอดี้บาง 5.1 มม.







สำหรับรุ่นท็อปสุด Samsung Galaxy Tab S12 Ultra ยังคงมุ่งเน้นการใช้งานระดับโปร ด้วยสเปกและงานออกแบบระดับพรีเมียม:
- หน้าจอแสดงผล: หน้าจอขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ขอบจอบางเฉียบรอบด้าน โดยยังคงมีดีไซน์รอยบาก (Notch) บนหน้าจอเพื่อติดตั้งโมดูลกล้องหน้า
- กล้องหลังคู่: ติดตั้งกล้องหลังจำนวน 2 ตัว (Dual Camera) บนฝาหลัง
- ความบางและมาตรฐานความทนทาน: ตัวเครื่องมีความบางเพียง 5.1 มิลลิเมตร พร้อมระบุมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 ไว้อย่างชัดเจนบนภาพโปรโมต
- การเชื่อมต่อ: ยืนยันการรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลเซลลูลาร์ความเร็วสูง
Galaxy Tab S12+: จอเรียบไร้รอยบาก 12.6 นิ้ว กล้องเดี่ยว บอดี้บาง 5.3 มม.








ทางด้าน Samsung Galaxy Tab S12+ มาพร้อมขนาดที่พกพาสะดวกยิ่งขึ้น และมีจุดแตกต่างสำคัญจากรุ่น Ultra ในหลายจุด:
- หน้าจอแสดงผล: หน้าจอขนาด 12.6 นิ้ว ดีไซน์ขอบจอหนากว่ารุ่น Ultra เล็กน้อย แต่เป็นหน้าจอแบบเต็มจอ ไม่มีรอยบาก (No Notch)
- กล้องหลัง: ปรับใช้ระบบ กล้องหลังเดี่ยว (Single Camera)
- มิติตัวเครื่อง: ตัวเครื่องมีความหนาอยู่ที่ 5.3 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าบางเป็นพิเศษ และมีคุณสมบัติการทนน้ำทนละอองน้ำ
- การเชื่อมต่อ: ปรากฏสัญลักษณ์ยืนยันการรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G
บอดี้โลหะพรีเมียม รองรับปากกา S Pen ครบครัน
ทั้ง Galaxy Tab S12+ และ Galaxy Tab S12 Ultra ใช้วัสดุโครงสร้างตัวเครื่องแบบโลหะ Unibody ที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและหรูหรา พร้อมรองรับการใช้งานปากกา S Pen สำหรับการขีดเขียน วาดภาพ และทำงานมัลติทาสก์อย่างเต็มรูปแบบ
กำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
Samsung มีแนวโน้มสูงที่จะจัดงานเปิดตัวหรือประกาศเปิดตัว Galaxy Tab S12 Series สู่ตลาดโลกอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ โดยรายละเอียดด้านขุมพลังชิปเซต แบตเตอรี่ และโครงสร้างราคาจำหน่ายทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา และอินเดีย รวมถึงในประเทศไทย จะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ
ที่มา : Gsmarena









