รีวิว realme 7 Pro สมาร์ตโฟนชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge และรุ่นแรกที่ได้รับรองจาก TüV Rheinland

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน realme 7 Pro

realme 7 Pro ถือเป็นสมาร์ตโฟนระดับกลางบนรุ่นแรกและรุ่นที่ 2 ของ realme ต่อจาก realme X50 Pro 5G ที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge ที่เพิ่มประสบการณ์ชาร์จที่เหนือขั้น ในขณะเดียวกัน สมาร์ทโฟนจะมีอุณหภูมิที่คงที่และไม่สูงจนเกินไป

ตัวเครื่องใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500mAh สามารถชาร์จจาก 0-100% ได้ภายในเวลาเพียง 34 นาที ซึ่งแม้กระทั่งในขณะเล่นเกมอย่างหนักหน่วง 65W SuperDart Charge สามารถชาร์จแบตได้ 43% ภายในระยะเวลาเพียง 30 นาที

นอกจากนี้ใช้เวลาเพียง 3 นาที ในการชาร์จได้ถึง 13% สามารถเล่นเกม PUBG ได้ 3 เกม (ชาร์จ 3 นาที เล่น PUBG ได้ 3 เกม), เล่น Instagram ได้ 2 ชั่วโมง หรือชม YouTube ต่อเนื่องได้ 2.54 ชั่วโมง และยังเปิดเครื่องแสตนบายด์ได้ถึง 4 วัน

โดยแบตเตอรี่เป็นแบบ Dual 3C Cells จะแบ่งเซลล์หลักเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 2250 mAh ผ่านการชาร์จแบตเตอรี่โดยตรงด้วยอะแดปเตอร์ 10V 6.5A ภายใต้การควบคุมด้วย อัลกอริธึมการชาร์จเร็ว

สำหรับกระบวนการปล่อยไฟของการชาร์จเร็ว SuperDart ใช้วงจรอัดประจุเพื่อลดแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่สองเซลล์ลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้มั่นใจถึงความเร็วในการชาร์จและการควบคุมอุณภูมิ ซึ่งการชาร์จทั้งหมดมีระบบการควบคุมและระบายความร้อนป้องกันอุณหภูมิสูง ทำให้การจ่ายไฟมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นถึง 98%

นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกัน 5 ชั้น ตั้งแต่อะแดปเตอร์ไปยังตัวเครื่อง รวมทั้งมี 10 เซ็นเซอร์ในการตรวจจับอุณหภูมิ NTC Thermistor (Negative Temperature Coefficient) หรือเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิประเภทเทอร์มิสเตอร์ สร้างขึ้นเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างการชาร์จและสามารถปรับกำลังการชาร์จแบบไดนามิก พร้อมระบายความร้อน

realme 7 Pro ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 720G บนสถาปัตยกรรมการผลิตที่ 8nm เพิ่มพลังและประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อม CPU แบบ Kryo 465 ผสมผสานระหว่าง Cortex-A76 สูงสุด 2.3GHz กับ Cortex-A55 สูงสุด 1.8GHz และ Adreno 618 GPU มีประสิทธิภาพการทำงานเทียบเท่า Snapdragon 730G โดยมีประสิทธิภาพการทำงาน CPU สูงขึ้น 10% และพัฒนา GPU หน้าจอถึง 75%

หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล ชนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 90.8% ความสว่างสูงสุด 600nits และช่วงสี 98% NTSC ซึ่งเมื่อเทียบกับจอ LCD แล้วจอแสดงผล OLED ให้คุณภาพของภาพและประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีกว่าและตอบสนองได้ดีกับลายนิ้วมือบนหน้าจอเร็วกว่า

realme 7 Pro ยังเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก TÜV Rheinland Smartphone Reliability (ทียูวี ไรน์แลนด์) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระด้านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมหลากประเภทซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

โดย TÜV Rheinland Smartphone Reliability ได้ทำการทดสอบส่วนสำคัญ 22 ส่วน และส่วนอื่น ๆ อีก 38 ส่วน ถือว่าครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นการใช้งานในชีวิตประจำวัน และ realme ได้อัพเกรดการทดสอบประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อให้กับสมาร์ตโฟน ให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินไปกับความสุขที่ได้รับจากเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดและการออกแบบที่ทันสมัย

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

realme 7 Pro มาพร้อมกับ realme UI 1.0 บนพื้นฐานระบบปฎิบัติการ Android 10 ซึ่งมีหน้าตาที่มีสีสันสดใส high-saturation ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา พร้อมพัฒนาภาพเคลื่อนไหวแอนิเมชั่นให้รวดเร็วและไหลลื่นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งไอคอนได้ด้วยตนเอง

สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนธีม, การเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, การนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน และการเปลี่ยนเอฟเฟกต์ปลดล็อกหน้าจอได้โดยกดค้างที่ตรงกลางของหน้าจอ

รูปแบบธีมที่สวยงาม ซึ่งมีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้จากแอปพลิเคชัน ร้านขายธีม หรือ Theme Store ที่ติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วภายในเครื่อง

รองรับ 2 SIM และ 4G

ในโหมด Quick gestures หรือโหมดตัวช่วยเพิ่มความสะดวก เป็นฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งานมาอย่างยาวนานบนสมาร์ทโฟนของหลาย ๆ แบรนด์ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็คือการทำงานร่วมกับพวกเซ็นเซอร์ต่าง ๆ โดยเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก เช่นการคว่ำหน้าจอเพื่อปิดเสียง, วาดบนหน้าเจอเพื่อเปิดแอปฯ / ควบคุมการคอนโทรล Music Player, การจับภาพหน้าจอด้วย 3 นิ้ว, การรับสายอัตโนมัติเมื่อนำโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเป็นต้น

สำหรับปุ่มนำทาง Navigation สามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะกับความถนัดของเราได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมี Full Screen gesture ที่มาพร้อมฟีเจอร์สั่งการง่าย ๆ แต่สามารถใช้งานจอแสดงผลได้แบบเต็ม 100% ซึ่ง Navigation gestures เป็นฟีเจอร์ที่ใช้การสไลด์นิ้วบนหน้าจอแสดงผลแทนการกดปุ่ม navigation เพื่อให้เป็นการแสดงผลแบบเต็มหน้าจออย่างแท้จริงนั่นเอง

Smart Slider สำหรับเรียกใช้งานคีย์ลัด เช่นการจับภาพ / บันทึกหน้าจอ, การเข้าถึงไฟล์, กล้อง, ข้อความและแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ผ่านการสไลด์ที่บริเวณขอบด้านข้างของหน้าจอแสดงผล โดยรองรับการใช้งานทั้งในแนวตั้งและแนวนอน อีกทั้งยังสามารถเพิ่มแอปพลิเคชันอื่น ๆ ที่ต้องการเข้ามาเข้ามาอยู่ในแถบ Smart Slider ได้อีกด้วย

และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลยอดนิยม เช่น Line, Facebook หรือ Instagram ได้พร้อม ๆ กัน ถึง 2 แอคเคานท์ในเครื่องเดียว

ในด้านความปลอดภัย realme 7 Pro มาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยป้องการใช้งานในภาพรวมได้อย่างครอบคลุม ทั้งข้อมูลส่วนตัว การเข้าถึงแอปพลิเคชั่น พื้นที่สำหรับเด็ก และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมายที่สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้ผู้ใช้งานอุ่นใจและมีความปลอดภัยสูงสุด

Phone Manager เป็นเครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่อง ทั้งการลบไฟล์ขยะและไฟล์แคชของระบบ, การจัดการด้านความปลอดภัยความเป็นส่วนตัว, การสแกนไวรัส และการปกป้องด้านการชำระเงินเป็นต้น ซึ่งแอปฯนี้จะช่วยให้การทำงานของตัวเครื่องเต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ มีความรวดเร็วและความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วแบบฝังใต้หน้าจอรุ่นล่าสุดจาก Goodix พร้อมตัวกรองแสง ช่วยเปลี่ยนจากแสงสีเขียวเป็นสีขาว พัฒนาความแม่นยำ ความเร็วและประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัย

รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า Face Unlock เพียงลงทะเบียนด้วยใบหน้า ซึ่งจะใช้ได้เพียงหน้าเดียวเท่านั้น จากนั้นเมื่อหน้าจอติดมองไปยังบนหน้าจอก็สามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ใบหน้าเพื่อเข้าสู่แอปที่ป้องกันไว้ หรือในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยได้

นอกจากนี้ realme 7 Pro ยังมาพร้อมกับลำโพงสเตอริโอคู่ (ขนาด : ลำโพงบน : 10มล * 12มล และ ลำโพงล่าง : 12มล * 17มล) รอบรับระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-Res Sound Quality ให้อรรถรสในการฟังที่เหนือระดับยิ่งกว่า

ประสิทธิภาพ

realme 7 Pro ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM7125 Snapdragon 720G บนสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 8nm แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.3 GHz พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 618 โดยใช้หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB แบบ LPDDR4x Dual channel หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB แบบ UFS 2.1

ผลทดสอบประสิทธิภาพ realme 7 Pro บนแอป AnTuTu

ผลทดสอบประสิทธิภาพ realme 7 Pro บนแอป GeekBench

สำหรับเซ็นเซอร์ต่างๆ ให้มาอย่างครบถ้วน ส่วนในด้านการจับสัญญาณ GPS อยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ ทั้งในแง่ของความเร็วและความแม่นยำ

มัลติมีเดียและความบันเทิง

Music Player หรือเครื่องเล่นเพลงบน realme 7 Pro มาพร้อมความสามารถที่ครบเครื่อง เรียกว่าไม่แตกต่างจากแอป Music Player ยอดนิยมทั่ว ๆ ไป เช่นการเล่นสุ่ม/เล่นซ้ำ การสร้างเพลย์ลิสต์ ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าเป็นต้น

แต่สิ่งที่มีความโดดเด่นและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ใช้งาน ก็คือในด้านกำลังขับและเทคโนโลยี Dolby Atmos ที่ช่วยปรับปรุงให้คุณภาพเสียงนั้นยกระดับขึ้นไปอีกขั้น อีกทั้งยังสามารถปรับแต่ง อีควอไลเซอร์ได้ยืดหยุ่นตรงกับรสนิยมการฟังเพลงของแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี จึงทำให้การรับชมคอนเทนต์เต็มอิ่มครบทุกอรรถรสอย่างแน่นอน

สำหรับ Video Player บน realme 7 Pro รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ได้อย่างสมูทไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น

ทดสอบการเล่นเกม

Asphalt 9 เลือกปรับคุณภาพภาพแบบคุณภาพสูง สามารถเล่นได้อย่างคมชัด และไหลลื่น ไม่มีอาการแลคให้หงุดหงิดใจ ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้กับชิปเซ็ตและพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ UFS 3.0 รวมถึง RAM ที่จัดเต็มถึง 12GB

ROV เกมแนว MOBA สุดฮิตของบ้านเรา เมื่อลองเล่นที่บนเฟรมเรทสูง ก็ยังสามารถสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่สมูทลื่นไหล แถมเฟรมเรทไม่ตกอีกด้วย โดยสามารถรักษาความ stable ไว้ที่ระดับ 58- 60fps แบบต่อเนื่อง

สำหรับ PUBG Mobile เกม Tactical-FPS สามมิติเต็มรูปแบบ ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ต้องการทรัพยากรขั้นสูง โดยเลือกโหมดกราฟิกในระดับ HDR HD และเฟรมเรทระดับสูงสุด ซึ่งไม่มีปัญหากับ realme X50 Pro 5G แต่อย่างใด สามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่น ผสานกับหน้าจอที่มี Refresh Rate ระดับ 90Hz ซึ่งช่วยให้เกมลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

อ่านต่อ… คลิ๊กที่นี่ >>> Pages 3