รีวิว : HUAWEI MatePad T8 แท็บเล็ตขนาดกระทัดรัด พกพาสะดวก เหมาะใช้เรียนออนไลน์

แม้ว่าในปัจจุบันตลาดของแท็บเล็ตจะถือว่าเล็กลงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ผลิตแท็บเล็ตตอนนี้ที่ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ลงสู่ตลาดอย่างจริงจังเหลืออยู่เพียงไม่กี่เจ้า ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Huawei ที่ยังคงมุ่งมั่นทำการตลาดแท็บเล็ตในหลาย segment อย่างต่อเนื่อง 

ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัว Huawei MatePad T8 แท็บเล็ตขนาดกระทัดรัด พกพาง่าย แต่มีฟังค์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน และสามารถใส่ซิมการ์ดได้ คือสามารถใช้เป็นมือถือเพื่อติดต่อสื่อสาร และใช้เป็นแท็บเล็ตเพื่อรับชมความบันเทิง หรือจะใช้เรียนออนไลน์ก็เหมาะมาก เพราะรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่มีราคาประหยัด เหมาะกับผู้ใช้งานที่เป็นเด็ก นักเรียน หรือนักศึกษาที่ยังไม่สามารถหาเงินใช้เองได้ แต่ต้องการอุปกรณ์หน้าจอใหญ่สำหรับการเรียนการสอน

วันนี้ทีมงาน MobileOcta เรามีโอกาสได้ทดสอบ Huawei MatePad T8 รุ่นปี 2020 เรามาดูกันครับว่าจากที่ทีมงานได้ทดลองใช้มาระยะเวลาหนึ่ง แท็บเล็ตรุ่นนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจ และจะมีข้อสังเกตอะไรบ้าง เราไปติดตามกันเลยครับ

HUAWEI MatePad T8

อุปกรณ์ในกล่อง

ก่อนอื่นเรามาแกะกล่อง Huawei MatePad T8 กันก่อนครับ โดยในกล่องรุ่นนี้นอกจากตัวเครื่องแล้ว ในกล่องก็จะมีหัวชาร์จ เข็มจิ้มซิม และสายดาต้ามาให้ครับ ถือว่าให้มาครบตามมาตราฐาน ไม่ขาด ไม่เกิน ต่อไปเราไปดูทางด้านสเปค หรือ specification กันต่อเลย

สเปค Huawei MatePad T8 

– หน้าจอจนาด 8 นิ้ว 16.7 ล้านสี ใช้หน้าจอประเภท LCD ความละเอียด 1280×800 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 189ppi

– CPU MTK MT8768 Octa-Core ความเร็ว 2.0GHz

– GPU IMG GE8320 650 MHz

– ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 10 คู่กับ EMUI 10.0.1 โหลดแอปผ่าน AppGallery

– RAM 2GB

– หน่วยความจำภายใน 32GB

– รองรับ microSD Card สูงสุด 512GB

– น้ำหนัก 310 กรัม

– ขนาดตัวเครื่อง 121.1 x 199.7 x 8.55 มิลลิเมตร

– กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f2.2 รองรับ autofocus

– กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f2.4 fixed focus

– แบตเตอรี่ 5100mAh ถอดแบตไม่ได้

– รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0, WiFi 802.11a/b/g/n/ac, 2.4G และ 5G

– GPS, GLONASS, BeiDou, AGPS (ไม่รองรับ KOB2-W09)

ต่อไปเราไปดูจุดที่น่าสนใจของแท็บเล็ตรุ่นนี้กันครับ

หน้าจอใหญ่ รับชมได้เต็มตา

Huawei MatePad T8 มาพร้อมหน้าจอขนาด 8.0 นิ้ว ดังนั้นเมื่อเทียบกับหน้าจอบนสมาร์ทโฟน รุ่นนี้จะเหมาะมากกว่าสำหรับการเสพความบันเทิง ดูหนังฟังเพลง หรือในยุคนี้ก็ต้องการศึกษาทางไกล หรือเรียนออนไลน์ อันนี้เหมาะมากครับ 

และจากที่ผมได้ทดลองใช้ หน้าจอ LCD บนรุ่นนี้ถือว่าสามารถแสดงผลได้ดีมากในระดับนึงครับ หน้าจอสามารถสู้แสงได้อยู่ครับสำหรับการใช้งานกลางแจ้ง มุมมองของภาพสามารถมองได้กว้าง ดังนั้นจะใช้ดูหนัง หรืออ่าน e-book ด้วยขนาดที่จับได้ง่าย ถือว่ารุ่นนี้สอบผ่านชัดเจน ขึ้นรถไฟฟ้าเปิดดู YouTube หรืออ่านข่าวสบายตามาก

ขนาดเหมาะมือ พกพาได้สะดวก

ถ้าคุณกำลังมองหามือถือหน้าจอใหญ่ หรือแท็บเล็ตหน้าจอเล็ก คุณสมบัติดังกล่าวถือว่าเข้าล็อคกับรุ่นนี้พอดีครับ ด้วยน้ำหนักเพียง 310 กรัม ถือว่าเบามากเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตรุ่นอื่นๆ ในตลาด รวมถึงขนาดตัวเครื่องที่ไม่ใหญ่จนเกินไป ทำให้สำหรับผมแล้ว สามารถใส่ในกระเป๋ากางเกง พกพาแทนมือถือได้เลย 

รวมถึงด้านดีไซน์การออกแบบ และวัสดุงานประกอบ ตัวนี้ถือว่าทำมาดูดีเกินราคาทีเดียวครับ วัสดุที่ใช้เป็นโลหะแข็งแรง น้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มความทนทานได้ดีสำหรับผู้ใช้ที่อาจไม่ค่อยระมัดระวังอย่างเด็กตัวเล็กๆ เป็นต้น 

นอกจากนี้ ผมยังทดสอบใช้เป็น GPS ขณะขับรถ ตัวนี้เหมาะมากครับ เพราะมีหน้าจอขนาดใหญ่ ระบบระบุตำแหน่งเพื่อนำทาง สามารถทำได้แม่นยำ โดยแอปที่ผมใช้แนะนำเป็น HERE WeGo ซึ่งการใช้งานเมื่อเทียบกับ Google Maps ก็ต้องบอกว่าอาจยังทำได้ไม่เนียนเท่าครับ ว่ากันตรงๆ แต่ก็สามารถใช้งานได้ดี เอาเป็นว่าไปไหนไม่หลงแน่นอน

ระบบประมวลผลที่เร็ว เล่นเกมพอใช้ได้

ด้านการประมวลผลของรุ่นนี้ จะมาพร้อม CPU MT8768 ซึ่งเป็นชิปแบบ Octa-Core ให้ RAM มาที่ 2GB ความเร็วต้องบอกว่าดีสมราคาครับ การใช้งานทั่วไปถือว่าลื่นไหลปกติดี อาจมีอาการหน่วงบ้างเล็กน้อย ซึ่งแน่นอนว่าราคาระดับนี้ ถือว่าทำได้ดี (อย่าไปเทียบกับแบรนด์คู่แข่งครับ เพราะราคาก็ต่างกันหลายเท่าแล้ว)

ส่วนการเล่นเกม รุ่นนี้ตามสเปคถือว่าเป็นแท็บเล็ตราคาระดับเริ่มต้น การเล่นเกมระดับล่าง หรือระดับกลางถือว่าพอใช้ได้ อาจไม่เร็วปรู๊ดปร๊าด แต่ก็พอเล่นได้แน่นอน ยกตัวอย่างเช่น ผมลองเล่นเกม Free Fire อันนี้เล่นได้ชัวร์ แต่ต้องไม่ปรับกราฟฟิกระดับสูงนะครับ เอาเป็นว่าด้านเกมผมถือว่าพอใช้ได้เลยครับ แต่ชอบตรงที่ตัวเครื่องขนาดใหญ่ ถือว่าได้เปรียบคู่แข่งที่ใช้มือถือจอเล็กแน่นอนล่ะ อิอิ

แบตอึดมาก

สิ่งที่ต้องชมแท็บเล็ตรุ่นนี้อีกอย่างคือเรื่องแบตเตอรี่ครับ รุ่นนี้ให้แบตมาที่ 5100mAh ซึ่งบางท่านอาจบอกว่าหน้าจอใหญ่ขนาดนี้ แต่ให้แบตมาเท่ากับมือถือหลายรุ่น แบตจะไหวเหรอ? ผมตอบได้ตรงนี้เลยครับว่าไหวแน่นอน เพราะแม้ว่ามีหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ใช้หน้าจอแบบ LCD ที่กินไฟน้อย ทำให้สามารถดูหนังแบบยาวๆ ได้เกิน 10 ชั่วโมงแน่นอน 

จากที่ผมทดลองใช้แทนมือถือ ใช้งานทั่วไป ดูหนังฟังเพลงบ้าง โทรออกรับสายบ้าง เล่นเกมบ้าง ถอดสายชาร์จ 6 โมงเช้า ออกจากบ้านไปทำงาน กลับบ้านมา 2 ทุ่มแบตยังเหลือๆ แบบนี้สบายครับ ใช้ได้ครบวันแน่นอน แต่ถ้าเล่นเกมยิงยาวต่อเนื่อง ผมว่าครึ่งวันก็น่าจะหาที่ชาร์จเหมือนรุ่นอื่นทั่วไปแน่นอน

มีระบบถนอมสายตา

สำหรับผู้ใหญ่ที่อยากหาแท็บเล็ตเอาไว้ให้ลูกหลานใช้เรียนออนไลน์ รุ่นนี้ถือว่าเหมาะครับ เพราะมีฟีเจอร์อย่าง Eye Comfort Mode ที่ช่วยปกป้องสายตาของน้องๆ จากแสงสีน้ำเงินบนหน้าจอ ซึ่งแสงสีน้ำเงินนี้มีส่วนทำให้สายตาของน้องๆ เสียได้ รวมถึงทำให้ตาเมื่อยล้าได้ง่ายเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ดังนั้นโหมดนี้ถือว่าเป็นตัวช่วยที่เราอยากแนะนำจริงๆ ครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Huawei MatePad T8

ด้านการถ่ายภาพ รุ่นนี้มาพร้อมกล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล คุณภาพก็ต้องบอกว่ายังอยู่ในระดับพื้นฐานครับ คือมีกล้องพอให้ใช้งานได้ทั่วไป เอาไว้ถ่ายเล่นได้นิดๆ หน่อยๆ ตามราคาครับ ตัวกล้องมีระบบ autofocus สามารถแตะหน้าจอเลือกจุดโฟกัสได้ อันนี้ถือว่าช่วยให้ภาพคนขึ้นได้ในระดับนึงครับ

การถ่ายภาพในที่แสงน้อย บอกตรงๆ ว่ายังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เช่นเดียวกันกับการถ่ายย้อนแสง หรือที่ๆ มีความต่างของแสงเยอะๆ ตรงนี้ถือว่าก็ทำได้ตามราคาครับ โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับพอใช้ได้

smart
smart
smart
smart
smart

Conclusion 

สรุปนะครับ จากที่ผมได้ทดลองใช้แท็บเล็ต Huawei MatePad T8 ถือเป็นแท็บเล็ตที่ดีอีกหนึ่งรุ่นครับ เหมาะมากสำหรับคนที่มองหาอุปกรณ์สำหรับเสพความบันเทิงนอกบ้าน (หรือจะในบ้านก็ได้นะ) เช่น แม่ค้า พ่อค้า ที่ทำงานนอกบ้าน หรือจะเป็นเด็กๆ ที่ต้องการอุปกรณ์สำหรับเรียนออนไลน์ เพราะการจ้องหน้าจอมือถือขนาดเล็กนานๆ ผมไม่แนะนำแน่นอน อันตรายต่อสายตาครับ

ด้านสเปคการใช้งาน ก็ถือว่าดีมากตามราคาครับ ผมลองดูหนังฟังเพลง ก็ถือว่าใช้ได้ยาวๆ แบตลดช้ามาก ส่วนการเล่นเกมทั่วไป ถือว่าทำได้ดีครับ แต่ถ้าเล่นเกมกราฟฟิกสูงๆ อาจต้องปรับให้ลงมาระดับกลางๆ หน่อย ถึงจะเล่นได้ลื่นดี 

ส่วนข้อสังเกตรุ่นนี้ที่หลายคนอยากทราบคือ Huawei MatePad T8 ไม่มี Google Mobile Services หรือ GMS นั้น มีผลกระทบอะไรกับเรามาหรือเปล่า ตอบตรงๆ ว่า ถ้าคุณใช้บริการของ Google ดังกล่าวอยู่ ก็ถือว่ากระทบอยู่บ้างครับ เพราะแอปใน Huawei AppGallery บอกตรงๆ ก็ยังมีไม่เท่า Google Play Store แน่นอน แต่แอปหลักๆ อย่างพวกเกม ธนาคาร หรือแอปดูหนังฟังเพลง TikTok Line TV Facebook อันนี้มีเพียบ สบายๆ

แต่ถ้าอยากใช้ GMS จริงๆ วิธีแก้คือ สามารถนำไปลงได้เอง หรือให้ร้านลงให้ได้เลยครับ อันนี้ถ้ามีวิชาหน่อย ก็ลงเองได้ แต่ถ้าไม่ถนัด ร้านมือถือทั่วไปก็ลงได้ครับ ลองติดต่อดู เห็นหลายที่ก็รับลง GMS อยู่ ราคาหลักร้อยครับ ไม่แพง

ทางด้านราคา แท็บเล็ตรุ่นนี้มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น คือ Wi-Fi Only และ 4G LTE อันนี้เลือกได้ตามงบตามความต้องการเลยครับ โดยมีราคาอยู่ที่ 3,690 และ 4,690 ตามลำดับ แต่ถ้าให้แนะนำ หากคุณมีการใช้งานนอกบ้านด้วย แนะนำเอารุ่น 4G ไปเลยครับ เพราะรุ่นนี้จะสามารถใส่ซิม ใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ด้วย เผื่อให้เด็กๆ ใช้ติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครองได้

ก็ประมาณนี้นะครับสำหรับการรีวิว Huawei MatePad T8 เชื่อว่าเพื่อนๆ น่าจะพอได้คำตอบนะครับว่าแท็บเล็ตรุ่นนี้เหมาะกับเราหรือไม่ จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ 🙂

ข้อดี

– หน้าจอใหญ่ สบายตา

– น้ำหนักเบา พกพาสะดวก

– แบตอึด ใช้ได้เต็มๆ วัน

– ใส่ซิม โทรได้

– วัสดุดีเกินราคา

– ราคาประหยัด เหมาะสำหรับเด็กๆ ใช้เรียนออนไลน์

– ฟังค์ชั่นครบ

ข้อสังเกต

– คุณภาพกล้องยังธรรมดา พอใช้งานได้

– ไม่มี GMS แต่สามารถลงเพิ่มเติมได้