รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังโอเพ่นเอียร์ดีไซน์ล้ำ ที่ใช้ “คำว่าเท่” ได้เปลืองสุด ๆ ใส่สบาย ไม่มีหลุด

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ Nothing Ear (open) หูฟังดีไซน์ส่งตรงจากอังกฤษที่เตรียมวางจำหน่ายในวันที่ 4 มิถุนายน บอกเลยว่านี่คือหูฟังแบบโอเพ่นที่ใช้ “คำว่าเท่” ได้เปลืองสุด ๆ ไปเลย เพราะ Nothing ไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นแค่ Gadget สำหรับฟังเพลง แต่ตั้งใจให้เป็น Accessory หรือ Fashion Item ชิ้นหนึ่งที่สามารถเบลนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว (Effortless)

วันนี้ MobileOcta จะพาทุกคนมาเจาะลึกกันว่า หูฟังรุ่นนี้มีทีเด็ดอะไรที่ทำให้มันน่าสนใจ และเหมาะกับการสวมใส่ในทุกโอกาสมากแค่ไหนครับ

สเปกเบื้องต้น Nothing Ear (open)

ดีไซน์และขนาด (Design)

  • หูฟัง: กว้าง 51.3 x สูง 41.4 x หนา 14.4 มม. | น้ำหนัก 8.1 กรัม (±0.1 กรัม)
  • เคสชาร์จ: กว้าง 125.9 x สูง 44.0 x หนา 19.0 มม. | น้ำหนัก 62.4 กรัม

ระบบเสียง (Sound)

  • ไดรเวอร์: ไดนามิกไดรเวอร์ ขนาด 14.2 มม.
  • ไดอะแฟรม: โพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET) เคลือบด้วยไทเทเนียม
  • การจูนเสียง: ปรับแต่งพิเศษโดย Nothing (Nothing custom)
  • ฟีเจอร์เสียง: อัลกอริทึม Bass Enhance เพิ่มประสิทธิภาพเสียงเบส

แบตเตอรี่และการชาร์จ (Battery)

  • ความจุแบตเตอรี่: หูฟัง 64 mAh / เคสชาร์จ 635 mAh
  • พอร์ตชาร์จ: รองรับการชาร์จแบบมีสายผ่านพอร์ต USB-C
  • ระยะเวลาฟังเพลง (Playback): สูงสุด 8 ชั่วโมง (เฉพาะหูฟัง) / สูงสุด 30 ชั่วโมง (รวมเคสชาร์จ)
  • ระยะเวลาสนทนา (Talk time): สูงสุด 6 ชั่วโมง (เฉพาะหูฟัง) / สูงสุด 24 ชั่วโมง (รวมเคสชาร์จ)

การเชื่อมต่อ (Connectivity)

  • บลูทูธ: เวอร์ชัน 5.3
  • ระบบปฏิบัติการที่รองรับ: Android 5.0 ขึ้นไป และ iOS 13 ขึ้นไป
  • Audio Codecs: AAC, SBC
  • Profiles ที่รองรับ: RFCOMM, SPP, HFP, A2DP, AVDTP, AVCTP, AVRCP

ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ (Other features)

  • มาตรฐานความทนทาน: กันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 (ทั้งตัวหูฟังและเคสชาร์จ)
  • การควบคุมแบบบีบ (Pinch Controls):
    • บีบ 1 ครั้ง: เล่น/หยุดเพลง, รับ/วางสาย
    • บีบ 2 ครั้ง: เล่นเพลงถัดไป, ปฏิเสธการรับสาย
    • บีบ 3 ครั้ง: ย้อนกลับไปเพลงก่อนหน้า
    • บีบค้างไว้: ปรับระดับเสียง (หูฟังซ้าย: ลดเสียง / หูฟังขวา: เพิ่มเสียง)
  • การปรับแต่ง: สามารถตั้งค่าเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชัน Nothing X
  • การจับคู่อุปกรณ์: รองรับ Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair
  • การเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์: รองรับ (Dual Connection)
  • ไมโครโฟน: มาพร้อมเทคโนโลยี AI Clear Voice ช่วยให้คุยสายได้คมชัด
  • สถานะแบตเตอรี่: มีไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จ

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • หูฟัง Nothing Ear (open) 1 คู่
  • เคสชาร์จ
  • สายชาร์จ USB-C
  • คู่มือการใช้งาน
  • ข้อมูลด้านความปลอดภัยและการรับประกัน

รูปลักษณ์ดีไซน์

ดีไซน์ล้ำ สวมใส่สบาย เหมือนไม่ได้ใส่อะไรเลย (Design & Comfort)

Nothing Ear (open) โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดยูนีคตามสไตล์ UK มาพร้อมโทนสีสุดคูลที่ดูเก๋และไม่น่าเบื่อ จุดเด่นที่ต้องยกนิ้วให้คือ ‘ความสบาย’ ในการสวมใส่ เพราะตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาหวิวเพียง 8.1 กรัมต่อข้าง เบากว่าเหรียญสิบที่มีน้ำหนัก 8.5 กรัม

โครงสร้างภายในเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมอย่างลวดนิกเกิล-ไทเทเนียมที่มีความยืดหยุ่นสูง หุ้มทับด้วยซิลิโคนสัมผัสนุ่มที่รองรับการกันเหงื่อได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ตัวเคสชาร์จยังออกแบบมาให้พกพาง่ายสุด ๆ ด้วยขนาดกะทัดรัดและความหนาที่บางเฉียบเพียง 19 มิลลิเมตรเท่านั้น

“Nothing Ear (open) ไม่ใช่หูฟังที่พยายามตัดคุณออกจากโลกภายนอก แต่มันคือ Fashion Item ที่เบลนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์แบบ Effortless ช่วยให้โลกความจริงของคุณเท่ขึ้น สนุกขึ้น และมี Soundtrack เป็นของตัวเอง”

สิ่งที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นคือเฉดสีน้ำเงินใหม่ของ Nothing Ear (open) ที่รอบนี้ไม่ได้มาแบบสีสดจัดจ้าน แต่ทางแบรนด์เลือกที่จะลดความอิ่มตัวของแม่สี (Primary colours) ลงให้ดูซอฟต์ละมุนตามากยิ่งขึ้น สร้างมู้ดแอนด์โทนที่รู้สึกอบอุ่นและเข้าถึงง่าย

โทนสีใหม่นี้ดึงเอาแรงบันดาลใจมาจากเทคโนโลยียุควินเทจ งานกราฟิกดีไซน์ และศิลปะร่วมสมัยมาผสมผสานกันอย่างลงตัว ผลลัพธ์ที่ได้คือหูฟังที่ยังคง DNA ความขี้เล่น (Playful) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ครบถ้วน

แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกยกระดับให้ดูพรีเมียม เรียบหรู และดูโตขึ้น (Refined & Mature) จนสามารถหยิบมาแมตช์เป็นแฟชั่นไอเทมในชีวิตประจำวันได้แบบไร้รอยต่อ

ดีไซน์เท่ ใส่สบาย

ในส่วนของเคสชาร์จ Nothing Ear (open) ถือว่าทำผลงานออกมาได้น่าประทับใจมาก ด้วยความหนาที่บางเฉียบเพียง 19 มิลลิเมตร ทำให้มันขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในเคสชาร์จที่บางที่สุดในตลาดหูฟังกลุ่ม OWS (Open Wearable Stereo) จะหย่อนลงกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง หรือถือไว้ในมือก็สะดวกสบาย ไม่รู้สึกเกะกะเลยสักนิด

นอกจากนี้ ตัวเคสและหูฟังยังคงรักษาเอกลักษณ์ความโปร่งใส (Transparent Design) สไตล์ Nothing ไว้ได้อย่างครบถ้วน เผยให้เห็นงานประกอบและโครงสร้างภายในสุดเนี้ยบที่ช่วยขับเน้นให้ตัวหูฟังดูบางและล้ำสมัยยิ่งขึ้น

และที่สำคัญคือ การออกแบบเลย์เอาต์ภายในเคสที่ทำมาดีมาก หูฟังถูกจัดวางมาให้เราสามารถ ‘เปิด-หยิบ-ใส่’ ได้อย่างลื่นไหล ไม่ต้องเสียเวลาจัดระเบียบให้วุ่นวาย พร้อมเชื่อมต่อและไปต่อได้ทันที

ประสบการณ์ฟังเพลงแบบ Open Sound

Nothing Ear (open) โดดเด่นด้วยดีไซน์ลำโพง Open Soundstage ที่มอบประสบการณ์แบบ ‘Blissfully aware’ ผสานเสียงเพลงเข้ากับบรรยากาศรอบตัวได้อย่างลงตัว เทคโนโลยี Open Sound ช่วยให้อินกับดนตรีได้เต็มอิ่ม พร้อมรับรู้เสียงแวดล้อมสำคัญ เช่น เสียงจราจรหรือบทสนทนารอบข้าง จึงสามารถพูดคุยและทำกิจกรรมต่อเนื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดหูฟังหรือกดหยุดเพลง ตอบโจทย์การใช้งานที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและสวมใส่สบายตลอดทั้งวัน

หมดกังวลเรื่องเสียงเล็ดลอดด้วยเทคโนโลยี Sound Seal System

แม้จะเป็นหูฟังแบบเปิด แต่ Nothing Ear (open) ให้ความเป็นส่วนตัวขั้นสุด ด้วยเทคโนโลยี Sound Seal System และลำโพงแบบกำหนดทิศทาง ระบบจะสร้างคลื่นเสียงหักล้างกันเองเพื่อบล็อกเสียงรั่วไหลสู่ภายนอก ส่งตรงเสียงเพลงเข้าสู่หูอย่างแม่นยำ ให้เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวนคนรอบข้าง

สวมใส่เบาสบาย กระชับไม่หลุดง่ายด้วยดีไซน์สรีรศาสตร์

Nothing Ear (open) มอบความสบายขั้นสุดด้วยดีไซน์ “โครงสร้างสมดุล 3 จุด” ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์รับกับความโค้งของใบหูอย่างพอดี ก้านเกี่ยวหูผลิตจากลวดนิกเกิล-ไทเทเนียมที่ยืดหยุ่นและทนทานสูง มาพร้อมน้ำหนักเบาหวิวเพียง 8.1 กรัมต่อข้าง ให้ความรู้สึกสบายเหมือนไม่ได้ใส่ ล็อกติดหูได้อย่างมั่นคงกระชับ ตอบโจทย์ทั้งการนั่งทำงานชิล ๆ หรือสายแอ็กทิฟ ไม่ว่าจะวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือเล่นสเก็ต ก็มั่นใจได้เลยว่าไม่มีหลุดระหว่างวัน

สวมใส่สบายตลอดวันด้วยคอนเซปต์ ‘Feels like Nothing’

Nothing Ear (open) มอบประสบการณ์เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ ด้วยดีไซน์ลำโพงเอียง 50 องศา วางตำแหน่งเหนือใบหูอย่างพอดี ส่งเสียงเข้าสู่รูหูโดยไม่อึดอัด มาพร้อม ‘ระบบสมดุล 3 จุด’ ที่รองรับสรีระหูทุกแบบ ผสานตะขอเกี่ยวหูซิลิโคนเกรดพรีเมียมสัมผัสนุ่ม ช่วยกระจายน้ำหนักและลดแรงกดทับได้อย่างยอดเยี่ยม ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานตลอดทั้งวันโดยไม่มีอาการเจ็บหลังหูมากวนใจ

คุณภาพเสียง

ประสบการณ์เสียงที่ทรงพลังและเป็นส่วนตัว (Sound Quality)

Nothing Ear (open) ยกระดับคุณภาพเสียงด้วยฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อหูฟังแบบโอเพ่นเอียร์โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วย Stepped Driver (ไดรเวอร์แบบขั้นบันได) ที่ช่วยส่งทิศทางเสียงเข้าสู่รูหูได้โดยตรง ให้เสียงคมชัด สม่ำเสมอ และยังคงสวมใส่สบาย

เสริมมิติเสียงด้วยไดอะแฟรม 2 ชั้น เคลือบไทเทเนียม (Titanium coating) ที่เบาแต่แข็งแรง ช่วยขับเสียงแหลมให้ใส คมชัดกว่าทั่วไปถึง 3 dB ผสานกับ Custom Diaphragm ดีไซน์พิเศษที่ช่วยลดความเพี้ยนและดึงมิติเสียงเบสให้ลึกและหนักแน่นขึ้น หมดกังวลเรื่องหูฟังแบบเปิดไม่มีเบส เพราะรุ่นนี้ให้เสียงเบสที่ทรงพลังและทำได้ดีเกินคาด

เสียงร้องคมชัด เบสทรงพลัง พร้อม Advanced EQ ปรับแต่งได้อย่างอิสระ

Nothing ยกระดับมิติเสียงด้วย Ultra-light elements ชิ้นส่วนที่เบากว่าทั่วไปถึง 30% ช่วยบูสต์เสียงกลางและแหลมได้สูงสุด 3 dB ให้เสียงร้องและเครื่องดนตรีใส คมชัด พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะ Bass Enhance ที่คอยวิเคราะห์และปรับจูนเบสอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ มอบมวลเสียงเบสที่ลึกและเต็มอิ่มในทุกจังหวะ

ตอบโจทย์คนชอบปรับแต่งเสียงด้วยฟีเจอร์ Advanced EQ บนแอปพลิเคชัน ที่ให้คุณคัสตอมเสียงเชิงลึกได้ถึงระดับ Q Factor และความถี่ (Frequency) สามารถตั้งค่าแยกตามแนวเพลง พร้อมฟังก์ชันแชร์และสแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลดสูตรปรับแต่งเสียงของคนอื่นมาใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

เป็นส่วนตัวสูงสุด ไร้เสียงรั่วไหล พร้อมฟีเจอร์ Everyday Awareness

หมดกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวเมื่อใช้หูฟังแบบเปิด เพราะ Nothing Ear (open) มาพร้อมเทคโนโลยีควบคุมทิศทางเสียงและระบบป้องกันเสียงรั่วไหล (Sound Leakage) ที่ยอดเยี่ยม ช่วยส่งเสียงตรงเข้าสู่รูหู ไม่ว่าจะฟังเพลง ดูซีรีส์ หรือคุยสายในที่สาธารณะ คนรอบข้างก็แทบไม่ได้ยินเสียงเล็ดลอด

นอกจากนี้ ดีไซน์แบบโอเพ่นเอียร์ยังมอบประสบการณ์ Everyday Awareness ให้คุณรับรู้เสียงสภาพแวดล้อมได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจราจร เสียงประกาศ หรือบทสนทนา โดยไม่ต้องพึ่ง Transparency Mode หรือคอยถอดหูฟังออก ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกและความปลอดภัยในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว

ปรับแต่ง EQ ได้ดั่งใจ พร้อมแชร์โปรไฟล์เสียงผ่านแอป Nothing X

Nothing Ear (open) ตอบโจทย์ทุกสไตล์การฟังด้วยฟีเจอร์ปรับแต่ง EQ Profile ผ่านแอป Nothing X ให้คัสตอมคาแรกเตอร์เสียงได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเน้นเบสหนัก เสียงร้องเคลียร์ใส หรือบาลานซ์ฟังสบาย ก็ปรับให้แมตช์กับทุกคอนเทนต์ ทั้งแนว Pop, Hip-hop, EDM หรือดูซีรีส์

โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ที่ยกระดับความ Personalized ไปอีกขั้น โดยสามารถ ‘แชร์’ โปรไฟล์เสียงสูตรเด็ดให้เพื่อน หรือ ‘ดาวน์โหลด’ EQ Profile จากคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานคนอื่นมาลองฟังได้อย่างง่ายดาย มอบประสบการณ์การฟังที่ยืดหยุ่นและสนุกยิ่งขึ้น จบครบในแอปเดียว

แบตเตอรี่ และความทนทาน

แบตเตอรี่สุดอึด ใช้งานยาวนาน 30 ชั่วโมง พร้อมรองรับชาร์จไว

Nothing Ear (open) โดดเด่นเรื่องแบตเตอรี่ที่อึดทนนาน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ตลอดวัน สำหรับการฟังเพลงสามารถใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมง (ยืดอายุได้ถึง 30 ชั่วโมงเมื่อรวมเคสชาร์จ) และสำหรับสายสนทนาสามารถคุยต่อเนื่องได้สูงสุด 6 ชั่วโมง (รวมเป็น 24 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคส)

ไฮไลต์สำคัญคือฟีเจอร์ ชาร์จไว (Fast Charge) ที่เกิดมาเพื่อวันเร่งรีบ เพียงเสียบชาร์จแค่ 10 นาที ก็สามารถนำไปฟังเพลงต่อได้ยาว ๆ ถึง 10 ชั่วโมง (เมื่อรวมกับเคสชาร์จ) แบตเตอรี่หมดแค่ไหนก็พร้อมหยิบออกไปลุยต่อได้ทันที

สนทนาคมชัด ตัดเสียงรบกวนและเสียงลมด้วย Clear Voice Technology

หมดห่วงเรื่องการคุยโทรศัพท์ เพราะ Nothing Ear (open) มาพร้อมเทคโนโลยี Clear Voice Technology ผสานการทำงานของไมโครโฟนคู่และ AI อัจฉริยะ (เรียนรู้เสียงแวดล้อมกว่า 28 ล้านสถานการณ์) ช่วยตัดเสียงรบกวนและเสียงสะท้อนได้อย่างหมดจด มอบเสียงสนทนาที่ใสเคลียร์ในทุกสถานที่

พร้อมอัปเกรดดีไซน์เพื่อต้านทานเสียงลมโดยเฉพาะ ด้วยการออกแบบช่องไมค์รูปตัว L และซ่อนไมค์ Feedforward เพื่อลดการปะทะของลมโดยตรง ไม่ว่าจะคุยสายขณะเดินริมถนนหรือใส่วิ่งออกกำลังกาย ก็มั่นใจได้เลยว่าปลายสายจะได้ยินเสียงคุณอย่างชัดเจนแน่นอน

เล่นเกมไม่ดีเลย์ด้วย Low Lag Mode พร้อมเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์แบบ Dual Connection

เอาใจสายเกมเมอร์ด้วย Low Lag Mode ช่วยลดความหน่วง (ต่ำกว่า 120ms) ให้ภาพและเสียงซิงก์กันเป๊ะ เล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด พิเศษสำหรับผู้ใช้ Nothing Phone ระบบจะเปิดโหมดนี้ให้อัตโนมัติเมื่อเข้าเกมทันที ส่วนสมาร์ตโฟนแบรนด์อื่นสามารถเปิดใช้งานได้ง่าย ๆ ผ่านแอป Nothing X

พร้อมตอบโจทย์การทำงานมัลติทาสก์ด้วยฟีเจอร์ Dual Connection รองรับการเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน ให้คุณสลับใช้งานได้แบบไร้รอยต่อ เช่น ขณะฟังเพลงทำงานบนแล็ปท็อป หากมีสายเข้าที่มือถือก็กดรับและคุยผ่านหูฟังได้ทันที เมื่อวางสายเพลงจะเล่นต่ออัตโนมัติ มอบความสะดวกสบายขั้นสุดในทุกสถานการณ์

ทนทานพร้อมลุย ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54

Nothing Ear (open) พร้อมลุยไปกับคุณทุกสถานการณ์ด้วยมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะใส่ออกกำลังกายลุยเหงื่อ เจอละอองฝน หรือทำกิจกรรม Outdoor ก็ใช้งานได้อย่างมั่นใจ เป็นการยกระดับความทนทานที่ยังคงจุดเด่นเรื่องดีไซน์ที่สวมใส่เบาสบายไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ล้ำไปอีกขั้น! สั่งงาน ChatGPT ด้วยเสียงผ่านหูฟังได้ทันที

ยกระดับความสมาร์ตด้วยการผสานการทำงานร่วมกับ ChatGPT เปลี่ยน Nothing Ear (open) ให้เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะส่วนตัว ให้คุณถาม-ตอบและค้นหาข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา สามารถเรียกใช้งานผ่านคำสั่งเสียง (Voice Control) ได้ทันที เพียงตั้งค่าปุ่มสั่งงานง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Nothing X (รองรับทั้งอุปกรณ์เสียง Nothing และ CMF) มอบประสบการณ์สุดล้ำที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟบนสมาร์ตโฟน Nothing พร้อม Widget สั่งงานอัจฉริยะ

สัมผัสความล้ำไปอีกขั้นเมื่อใช้งาน Nothing Ear (open) คู่กับ สมาร์ตโฟน Nothing (Nothing OS) ด้วย Widget พิเศษบนหน้าจอโฮม ที่ช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ช่วยอัจฉริยะได้รวดเร็วเพียงปลายนิ้ว ไม่ว่าจะใช้วิธีพิมพ์ถาม สั่งงานด้วยเสียง หรือค้นหาข้อมูลด้วยรูปภาพ ก็สะดวกสบาย จัดการทุกอย่างได้รวดเร็วและจบครบในที่เดียว

สนุกขึ้นเมื่อใช้แอป Nothing X

Nothing X app (รองรับทั้ง Android และ iOS)

  • ปรับแต่ง EQ ได้ตามต้องการ
  • ปรับการควบคุมการใช้งาน (Customise controls)
  • Find My Earbuds: มี
  • Low Lag Mode
  • Dual Connection

บริการหลังการขาย Nothing อุ่นใจ ส่งซ่อมเคลมง่ายผ่าน 7-Eleven

นอกจากสเปกและดีไซน์ที่จัดเต็ม บริการหลังการขายของ Nothing ในไทย ก็พร้อมดูแลคุณอย่างอุ่นใจ ด้วยทีม Call Center โทรฟรี 1800 018 320 หรือ 1800 013 896) พร้อมศูนย์บริการที่รองรับถึง 10 สาขาทั่วประเทศ (ครอบคลุมทั้งผู้ใช้งาน Nothing และ CMF)

ไฮไลต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ที่สุดคือ สามารถรับ-ส่งเครื่องซ่อมผ่านบริการ SPEED-D ที่ 7-Eleven ทุกสาขา! หมดกังวลเรื่องไม่มีเวลาเดินทาง แวะเซเว่นใกล้บ้านก็ส่งเคลมหรือรอรับเครื่องกลับได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

บทสรุป

จากการทดลองใช้งานจริง ต้องยอมรับเลยว่า Nothing Ear (open) คือหูฟังที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด Open Wearable Stereo (OWS) ได้อย่างน่าสนใจครับ เพราะ Nothing ไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่แกดเจ็ตสำหรับฟังเพลง แต่ตั้งใจออกแบบให้เป็น Fashion Item ที่พร้อมเบลนด์เข้ากับทุกลุคในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว (Effortless)

จุดที่ประทับใจที่สุดคือ “ความสบายขั้นสุด” สอดคล้องกับคอนเซปต์ Feels like Nothing ด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 8.1 กรัมต่อข้าง ผสานกับดีไซน์สมดุล 3 จุด และตะขอเกี่ยวหูซิลิโคนไล่ระดับ ทำให้สามารถสวมใส่ลากยาวได้ทั้งวันโดยไม่มีอาการเจ็บหรือล้าหูเลยแม้แต่น้อย แถมตัวเคสก็มีความบางเฉียบเพียง 19 มม. พกพาง่ายสุด ๆ

ด้านการใช้งานถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างครบครัน ทั้งคุณภาพเสียงที่ใสและเบสนุ่มลึกเกินคาดสำหรับหูฟังแบบเปิด มั่นใจเรื่องความเป็นส่วนตัวด้วยระบบลดเสียงรั่วไหล แต่ยังคงรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างปลอดภัย ล้ำหน้าด้วยการสั่งงาน ChatGPT ผ่านเสียงได้ทันที พร้อมลุยทุกสถานการณ์ด้วยแบตเตอรี่ยาวนาน 30 ชั่วโมง ไมค์สนทนาคมชัดแม้ลมแรง และผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54

โดยรวมแล้วเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาหูฟังคู่ใจที่ใส่สบาย ไม่อุดอู้หรือทำให้เจ็บหูเมื่อใส่นาน ๆ ตอบโจทย์ทั้งสายออฟฟิศที่ต้องใส่ทำงานพร้อมพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน สายสปอร์ตที่เน้นออกกำลังกายและต้องการได้ยินเสียงรอบข้างเพื่อความปลอดภัย ไปจนถึงสายแฟชั่นและคนรักเทคโนโลยีที่ชื่นชอบดีไซน์ล้ำ ๆ ไม่ซ้ำใคร

เตรียมตัวเป็นเจ้าของพร้อมโปรแรงช่วงเปิดตัวทาง TikTok Shop ตั้งแต่ 5 – 7 มิถุนายน 2569 นี้:

  • ราคาพิเศษเพียง 4,199 บาท (จากปกติ 4,499 บาท)
  • รับฟรี! แก้ว Thermal Cup (มูลค่า 999 บาท) 1 ใบ
  • ส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% และ ส่งฟรี!

และช่องทาง Shopee และ Lazada

#NothingEarOpen

#สวัสดีชาวโลก

#HelloWorld

#NothingThailand