ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน แท็บเล็ต ได้กลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นเครื่องมือเรียนออนไลน์ของวัยเรียน การพรีเซนต์งานและจัดการเอกสารของวัยทำงาน ไปจนถึงการเป็นศูนย์รวมความบันเทิงของคนในครอบครัว
แต่ปัญหาที่หลายคนมักพบในกลุ่ม แท็บเล็ตราคาประหยัด คือสเปกที่มักจะถูกลดทอนลงไป เช่น หน้าจอความละเอียดต่ำ แบตเตอรี่หมดไว หรือระบบปฏิบัติการที่ไม่ได้รับการอัปเดตต่อ ทำให้ประสบการณ์การใช้งานจริงไม่ราบรื่นเท่าที่ควร
เพื่อเข้ามาแก้ปัญหานี้ Alldocube แบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีสเปกคุ้มค่า ได้ทำการเปิดตัว Alldocube iPlay 70 Pad Pro สู่ตลาดเมื่อช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมา โดยการกลับมาครั้งนี้ถือเป็นการปฏิวัติและอัปเกรดฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่เพื่อลบข้อจำกัดเดิม ๆ อย่างสิ้นเชิง
ตัวเครื่องจัดเต็มด้วยหน้าจอขนาดใหญ่พิเศษที่ให้ความคมชัดสูงระดับ 2.5K และหมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่ด้วยความจุที่ให้มาสูงถึง 10,000 mAh พร้อมรองรับอุปกรณ์เสริมแบบครบครันทุกการใช้งาน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นแท็บเล็ตกลุ่มแรก ๆ ในเรทราคานี้ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง
แต่การใช้งานจริงจะลื่นไหลและตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้มากน้อยแค่ไหน ในรีวิวนี้ MobileOcta จะพาไปเจาะลึกและทดสอบประสิทธิภาพกันแบบจัดเต็ม เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้แฟน ๆ ได้ติดตามกันครับ!

สเปก Alldocube iPlay 70 Pad Pro

ในส่วนของสเปกของ Alldocube iPlay 70 Pad Pro จะมุ่งเน้นไปที่ความสมดุลระหว่างการประหยัดพลังงานและการขับเคลื่อนที่ลื่นไหลบนหน้าจอความละเอียดสูง โดยฮาร์ดแวร์ทั้งหมดถูกควบคุมและจัดสรรทรัพยากรผ่านระบบ AI ในตัวชิปเซ็ต ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้:
- หน้าจอแสดงผล: หน้าจอชนิด IPS LCD ขนาดใหญ่ 12.1 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2.5K (2560 x 1600 พิกเซล) อัตราส่วนการแสดงผล 16:10 อัตรารีเฟรชเรต 90Hz รองรับการแสดงผลสีสันแบบ 10-bit (1 พันล้านสี) ความสว่างสูงสุด 500 นิต 249ppi
- ชิปประมวลผล: MediaTek Helio G100 สถาปัตยกรรมระดับ 6 นาโนเมตร แบบ Octa-core (2x Cortex-A76 ความเร็ว 2.2 GHz และ 6x Cortex-A55 ความเร็ว 2.0 GHz)
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU): ARM-G57 MC2
- หน่วยความจำชั่วคราว (RAM): ขนาด 8 GB (รองรับเทคโนโลยี Virtual RAM Expansion ขยายเพิ่มได้สูงสุดอีก 8 GB รวมเป็น 16 GB)
- หน่วยความจำถาวร (ROM): ขนาด 128 GB (รองรับการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลผ่าน MicroSD Card สูงสุดถึง 1 TB)
- ระบบปฏิบัติการ (OS): Android 16 with Gemini AI ครอบทับด้วย ALLDOCUBE OS 5.0L
- ระบบกล้องถ่ายภาพ :
- กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัสอัตโนมัติ (AF) พร้อมไฟแฟลช LED
- กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- ระบบเสียง : ลำโพงสเตอริโอติดตั้งรอบตัวเครื่องจำนวน 4 ตัว (Quad-Speaker System)
- เครือข่ายและการเชื่อมต่อไร้สาย :
- ใส่ซิมโทรออก-รับสายได้, รองรับเครือข่าย 4G LTE (ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot สามารถเลือกใส่ 2 ซิม หรือ 1 ซิมคู่กับ MicroSD Card)
- Wi-Fi 6 (802.11ax) แบบ Dual-band (2.4GHz / 5GHz)
- Bluetooth 5.2 และระบบโครงข่ายดาวเทียมนำทางครอบคลุม GPS, GLONASS, Galileo, และ Beidou
- พอร์ตและการเชื่อมต่อ: พอร์ต USB Type-C (รองรับการถ่ายโอนข้อมูลและชาร์จไฟ), แถบแม่เหล็ก Pogo Pin 5 จุด สำหรับเชื่อมต่อเคสคีย์บอร์ดโดยตรง
- แบตเตอรี่: แบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์ความจุ 10,000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วความเร็ว 33W
- น้ำหนัก 590 กรัม, ขนาด 18.1 x 27.9 x 0.7 ซม., สีเทา Dark Gray
รูปลักษณ์ดีไซน์

ความประทับใจแรกด้านดีไซน์ภายนอกของ Alldocube iPlay 70 Pad Pro คือความประณีตในการเลือกใช้วัสดุครับ ตัวเครื่องเกือบทั้งหมดใช้โครงสร้างอลูมิเนียมอัลลอยด์เกรดอุตสาหกรรมที่ผ่านกระบวนการตัดแต่งด้วยใบมีดเพชร (CNC) โครงสร้างภายนอกผสานเป็นชิ้นเดียวกันในรูปแบบ Unibody ซึ่งให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงบิด และไม่มีเสียงกรอบแกรบเมื่อออกแรงกด ผิวสัมผัสของฝาหลังถูกพ่นทรายละเอียดในลักษณะเมทัลลิกผิวด้าน ซึ่งมีข้อดีเด่นชัดในเรื่องการป้องกันคราบมัน และลดการสะสมของรอยนิ้วมือระหว่างวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าตัวเครื่องจะถูกออกแบบมาให้บรรจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 10,000 mAh แต่ทีมวิศวกรของ Alldocube สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยความหนาของตัวเครื่องถูกควบคุมไว้ได้อย่างน่าชื่นชม และการกระจายน้ำหนักทำได้อย่างสมดุล เมื่อถือใช้งานในแนวนอนเพื่อการอ่านเอกสารหรือรับชมความบันเทิงเป็นเวลานาน อาการล้าของข้อมือจะเกิดขึ้นช้ากว่าแท็บเล็ตขนาด 12 นิ้วทั่วไปในอดีต
การจัดวางตำแหน่งองค์ประกอบทางกายภาพรอบตัวเครื่องระบุชัดว่าแท็บเล็ตรุ่นนี้เน้นการใช้งานในแนวนอนเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดดังนี้:

ขอบหน้าจอ ถูกออกแบบให้มีความกว้างประมาณ 8-9 มิลลิเมตร เท่ากันทั้งสี่ด้าน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่คำนวณมาแล้วว่าเพียงพอต่อการวางอุ้งมือเพื่อประคองตัวเครื่อง โดยไม่ไปบดบังพื้นที่การแสดงผลของหน้าจอ และไม่เกิดปัญหาระบบสัมผัสลั่น

กล้องหน้า ติดตั้งไว้บริเวณกึ่งกลางของขอบจอด้านบนในแนวนอน ส่งผลให้สายตาของผู้ใช้งานไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งในขณะประชุมออนไลน์

ระบบลำโพง ลำโพงทั้ง 4 ตัวถูกจัดวางไว้ที่ขอบซ้ายและขอบขวาด้านละ 2 ตัว เพื่อสร้างมิติเสียงสเตอริโอที่แยกแยะทิศทางได้อย่างถูกต้อง ซึ่งอย่างไรก็ตาม ผู้ใช้อาจต้องระวังไม่ให้ฝ่ามือไปบังช่องลำโพงขณะถือเล่นเกมในแนวนอน โดยทางด้านซ้ายยังมีปุ่ม Power และปุ่มควบคุมเสียงด้วย

พอร์ตเชื่อมต่อ พอร์ต USB-C ติดตั้งอยู่ทางด้านข้าง และแถบข้อต่อคีย์บอร์ด Pogo Pin อยู่ที่ขอบล่าง สามารถยึดเกาะกับตัวเคสคีย์บอร์ดได้อย่างทรงพลังด้วยแรงดึงดูดของแม่เหล็กที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

จากการทดสอบรีวิวด้านหน้าจอ ต้องบอกเลยว่า Alldocube iPlay 70 Pad Pro มาพร้อมดีไซน์การออกแบบที่ดีมาก มีหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ยังทำตัวเครื่องได้เพรียวบาง ดูแล้วน่าใช้มาก แต่มีข้อสังเกตเล็กน้อยตรงที่หน้าจอไม่ใช่จอแบบด้าน ทำให้มีแสงสะท้อนอยู่พอสมควรครับ

อีกหนึ่งไฮไลท์ด้านความคุ้มค่าของแท็บเล็ตตัวนี้คือรองรับการใส่ซิมการ์ด 4G LTE ด้วย โดยจะรองรับ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด และยังสามารถใช้เป็นโทรศัพท์ได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นฟังค์ชั่นที่ไม่ได้เห็นกันมากบนแท็บเล็ตหน้าจอขนาดใหญ่แบบนี้

ส่วนอุปกรณ์ในกล่องที่เราได้มารีวิว จะมาพร้อมกับสายชาร์จ USB-C to USB-C, เข็มถอดซิมการ์ด และคู่มือและใบรับประกัน
นอกจากนี้ เพื่อให้ใช้งานได้ครอบคลุมมากขึ้นตามคอนเซ็ปต์ 3-in-1 Tablet ก็จะยังมีเคส Magic Touch Keyboard และปากกาสไตลัส Stylus Pen ด้วยดังนี้



เมื่อใส่เคสแล้วก็จะสวยแบบนี้ และแม่เหล็กที่เชื่อมต่อดูดแรงมาก ทำให้ไม่หลุดง่ายเวลาใช้งาน

ในส่วนของการใช้งานเคส ยังมาพร้อมทัชแพดที่ใช้งานเป็นเมาส์ได้ด้วย และแน่นอนว่า เรายังสามารถหาเมาส์ไร้สายมาเชื่อมต่อเพื่อทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

และอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้คือ Stylus Pen ที่รองรับการใช้งานทั้งหมด 3 หัว ตามภาพด้านล่างนี้เลยครับ ทำให้รองรับการใช้งานที่หลากหลายมาก

ประสิทธิภาพ

จากการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานจริงผ่านสภาวะการใช้งานที่หลากหลาย ผลลัพธ์จากชิปประมวลผล MediaTek Helio G100 ร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8 GB แสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพที่ยอดเยี่ยมในระดับประทับใจ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การประมวลผลหน้าเว็บเพจผ่าน Google Chrome การเปิดอ่านไฟล์เอกสาร PDF ขนาดใหญ่ที่มีความยาวหลายหน้า หรือการสลับเปลี่ยนแอปพลิเคชันไปมาในระบบหลังบ้าน ตัวเครื่องสามารถตอบสนองได้อย่างทันท่วงที ปราศจากอาการชะงักสะดุดให้พบเห็น

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับความรู้สึกในแง่ความเร็ว คือการประยุกต์ใช้หน้าจออัตราการรีเฟรช 90Hz ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับแอนิเมชันเปลี่ยนผ่านหน้าจอของระบบปฏิบัติการ Android 16 แล้ว ทำให้การเลื่อนดูข้อมูล ข่าวสาร หรือฟีดโซเชียลมีเดีย มีความนุ่มนวล สมูท และลดการเบลอของตัวอักษรได้อย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับหน้าจอ 60Hz แบบดั้งเดิม

สำหรับประสิทธิภาพด้านการประมวลผลกราฟิกและการเล่นเกม ชิปเซ็ต Helio G100 และ GPU ARM-G57 MC2 ถูกปรับแต่งมาให้เหมาะสมกับเกมระดับทั่วไปถึงปานกลาง (เช่น ROV หรือ PUBG Mobile ในการตั้งค่ากราฟิกเริ่มต้น) ซึ่งสามารถรันเฟรมเรตได้นิ่งและมีความร้อนสะสมต่ำ อย่างไรก็ตาม หากนำไปเล่นเกมระดับฮาร์ดคอร์ที่กินทรัพยากรสูงมาก ตัวเครื่องอาจมีอัตราเฟรมเรตที่ร่วงหล่นลงมา ซึ่งเป็นข้อจำกัดปกติของชิปเซ็ตในเซกเมนต์นี้


ในส่วนของเกม RoV เกมสามารถเล่นได้ลื่นแบบเบสิคครับ โดยเกมจะวิ่งอยู่ที่ 45fps ถือว่ารองรับการเล่นเกมได้ลื่นไหลดี ไม่มีปัญหา เช่นเดียวกับ PUBG Mobile ที่เล่นได้ดีไม่มีปัญหา โดยแม้ว่าจะไม่สามารถเปิดกราฟฟิกระดับสูงได้สุด แต่ด้วยความที่มีหน้าจอใหญ่ขนาด 12.1 นิ้ว ทำให้การแสดงผลทำได้ใหญ่สะใจ เต็มตามาก
ฟีเจอร์พิเศษที่เป็นจุดขายหลัก


ระบบปฏิบัติการ ALLDOCUBE OS 5.0L (Android 16)
การมาพร้อมระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุดถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญครับ หน้าตาของซอฟต์แวร์ได้รับการออกแบบให้มีความสะอาดตาใกล้เคียงกับระบบเพียวแอนดรอยด์ แต่มีการเพิ่มฟังก์ชัน Smart Taskbar ไว้ที่บริเวณขอบล่างของหน้าจอ ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานแอปพลิเคชันโปรด หรือลากไอคอนแอปขึ้นมาเพื่อเปิดใช้งานโหมดแบ่งหน้าจอ (Split-Screen Multitasking) หรือเปิดเป็นหน้าต่างลอย (Floating Window) ได้อย่างง่ายดาย เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานสไตล์ Multi-tasking เช่น การเปิดวิดีโอสัมมนาไปพร้อมๆ กับการเปิดแอปพลิเคชันจดบันทึก

โหมดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC Mode)
เมื่อเปิดใช้งานฟังก์ชันนี้ อินเตอร์เฟสของระบบจะถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบทาสก์บาร์และระบบหน้าต่างที่สามารถย่อ-ขยาย และซ้อนทับกันได้อย่างอิสระเหมือนบนระบบปฏิบัติการเดสก์ท็อป เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับเคสคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สาย แท็บเล็ตรุ่นนี้จะแปรสภาพเป็นแล็ปท็อปขนาดพกพาที่สามารถจัดการงานเอกสาร Excel, Word หรือการตอบอีเมลธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การรองรับระบบปากกาสไตลัสอัจฉริยะ
หน้าจอของ iPlay 70 Pad Pro มีการตรวจจับแรงกดที่รองรับปากกาสไตลัสได้ถึง 4096 ระดับ จากการทดสอบใช้งานจริงในการจดบันทึกและการเขียนลายเส้นลงบนแอปพลิเคชันจดโน้ต พบว่ามีความแม่นยำสูง ลายเส้นมีความต่อเนื่องตามน้ำหนักมือและการกดหนักเบา ความหน่วงระหว่างปลายปากกากับการปรากกฏของเส้น (Latency) อยู่ในระดับต่ำเพียงพอสำหรับการจดบันทึกการประชุมและการสเก็ตช์ภาพเบาๆ

ความอึดของแบตเตอรี่ 10,000 mAh และระบบชาร์จไว
ในแง่ของการจัดการพลังงาน แบตเตอรี่ความจุหนึ่งหมื่นมิลลิแอมป์สามารถพิสูจน์ตัวเองในการใช้งานจริงได้เป็นอย่างดี จากการทดสอบเปิดสตรีมมิ่งซีรีส์ความละเอียดสูงต่อเนื่องผ่านสัญญาณ Wi-Fi โดยปรับความสว่างหน้าจอที่ 50% ตัวเครื่องสามารถทำงานต่อเนื่องได้ยาวนานเกินกว่า 11 ชั่วโมง
ซึ่งหมายความว่าในการใช้งานทั่วไปแบบสลับไปมา แท็บเล็ตรุ่นนี้สามารถอยู่รอดได้นาน 2 วันต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และการอัปเกรดระบบชาร์จไฟเป็น 33W ช่วยให้การชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ไม่นานจนเกินไป
และในส่วนของการทดสอบ Benchmark ของ Alldocube iPlay 70 Pad Pro จะมีคะแนนการทดสอบดังนี้

คะแนนการทดสอบ AnTuTu

คะแนนการทดสอบ Geekbench 6

คะแนนการทดสอบ 3DMark
ด้านการถ่ายภาพ
โดยทั่วไปแล้ว ระบบกล้องบนแท็บเล็ตขนาดหน้าจอใหญ่กว่า 12 นิ้ว มักไม่ใช่ฟังค์ชั่นหลักที่ผู้ผลิตให้ความสำคัญสูงสุด แต่ทว่า Alldocube iPlay 70 Pad Pro ยังคงให้ขีดความสามารถของกล้องถ่ายภาพมาในระดับที่เหมาะสม และตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายละเอียดดังนี้
กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

มาพร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติ (Auto Focus) ซึ่งจากการทดสอบใช้งานจริง พบว่าทำงานได้ดีที่สุดในสภาวะที่มีแสงสว่างเพียงพอ เช่น แสงแดดธรรมชาติหรือแสงไฟในสำนักงาน ภาพที่ได้มีความคมชัดเพียงพอที่จะเก็บรายละเอียดของข้อความบนแผ่นกระดาษเอกสาร หน้าจอโปรเจคเตอร์ หรือไวท์บอร์ดในห้องเรียนได้อย่างชัดเจน การวัดแสงและการปรับสมดุลแสงสีขาวทำได้เที่ยงตรงตามมาตรฐาน
นอกจากนี้ การมีไฟแฟลช LED ติดตั้งมาให้ ถือเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยเพิ่มแสงสว่างเมื่อผู้ใช้งานจำเป็นต้องใช้ตัวเครื่องในการสแกนเอกสารสำคัญในมุมมืดหรือห้องที่มีแสงสลัว
กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ถูกออกแบบและปรับแต่งมาเพื่อเน้นการใช้งานด้านการสื่อสารผ่านวิดีโอเป็นหลัก การทดสอบระบบกล้องหน้าร่วมกับแอปด้านการทำงานที่เป็นที่นิยม เช่น Zoom, Microsoft Teams และ Google Meet พบว่าให้ความคมชัดของใบหน้าผู้ใช้งานที่ดี มีความสว่าง และโทนสีผิวที่เป็นธรรมชาติ ระบบไมโครโฟนภายในตัวเครื่องสามารถรับสัญญาณเสียงพูดได้ชัดเจนและมีระบบตัดเสียงรบกวนในระดับพื้นฐาน
อย่างไรก็ดี หากใช้งานกล้องหน้าในสภาวะแสงน้อยหรือย้อนแสงอย่างรุนแรง คุณภาพของภาพจะมีการปรากฏของสัญญาณรบกวน และความคมชัดที่ลดลง ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางกายภาพของเซนเซอร์ขนาดเล็กอยู่แล้วครับ
โดยเรามีตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องแท็บเล็ตรุ่นนี้ ตามด้านล่างนี้เลยครับ






บทสรุป

จากการทดสอบใช้งานจริงในทุกมิติ สรุปได้ว่า Alldocube iPlay 70 Pad Pro คือแท็บเล็ตระดับราคาประหยัดที่น่าสนใจมากครับ ตัวเครื่องโดดเด่นสุดๆ ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา 12.1 นิ้ว ความละเอียดสูง 2.5K อัตรารีเฟรช 90Hz ควบคู่กับแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ 10,000 mAh และความสดใหม่ของระบบปฏิบัติการ Android 16 แม้ว่าระดับความแรงของชิปเซ็ต Helio G100 อาจจะไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อนักเล่นเกมระดับฮาร์ดคอร์ แต่ในแง่ของการประมวลผลงานทั่วไปและการใช้งานเชิงโปรดักทิวิตี้เบาๆ ถือว่าทำได้อย่างบยอดเยี่ยมในพิกัดราคาของตนเอง

แท็บเล็ตจอใหญ่รุ่นนี้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานถึง 3 กลุ่มหลัก เริ่มจากนักเรียนและสายเรียนออนไลน์ ที่เน้นอ่าน e-Book จดเลกเชอร์ และแบ่งจอใช้งานได้สบายตาด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดวัน สำหรับวัยทำงานและฟรีแลนซ์ ก็เหมาะจะเป็นอุปกรณ์พกพาเครื่องที่สอง จัดการเอกสารและประชุมออนไลน์ได้ทุกที่ด้วย PC Mode และการรองรับซิม 4G LTE ไม่ง้อ Wi-Fi นอกจากนี้ยังถูกใจสายบันเทิงและผู้สูงอายุ ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 12.1 นิ้ว พร้อมลำโพง 4 ตัว ช่วยให้ดูหนังและอ่านตัวอักษรได้คมชัดเต็มตาโดยไม่ต้องเพ่งสายตา

โดยรวมแล้ว หากคุณกำลังมองหาแท็บเล็ตที่มีความสมบูรณ์แบบในด้านหน้าจอ ระบบปฏิบัติการที่ทันสมัย แบตเตอรี่ที่ยาวนาน และฟังก์ชันการใส่ซิมการ์ดได้ในงบประมาณที่คุ้มค่าสูงสุด Alldocube iPlay 70 Pad Pro คือหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ของปีนี้ที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ

Alldocube iPlay 70 Pad Pro เปิดราคาในประเทศไทยสุดคุ้มที่ 9,490 บาท สำหรับรุ่น RAM 8GB / ROM 128GB (รับประกันสินค้า 12 เดือน) ในขณะที่ Magic Touch Keyboard ราคา 1,499 บาท และ Stylus Pen ราคา 399 บาท
ช่องทางจำหน่าย
Offline
BaNANA สาขาที่ร่วมรายการ
Online
Shopee
Alldocube_Official Store : https://url.in.th/uAWCV
Alldocube Thailand : https://url.in.th/hTkoP
Lazada
Alldocube Thailand : https://url.in.th/kwYgK
Alldocube Store : https://url.in.th/dyXNM
Tiktok
Alldocube Thailand : https://vt.tiktok.com/ZSmw57HaE/?page=TikTokShop
ขั้นตอนการเคลม Online
- แอด LINE Official : @alldocube.th เพื่อประเมินและยืนยันการเรียกรถ
- ลูกค้าแพคสินค้ารอรถมารับในวันที่กำหนด ระยะเวลาการส่งซ่อมประมาณ 7 – 14 วัน
- รอรับสินค้าที่บ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สอบถามรายละเออียดเพิ่มเติม
Call center Service : 082-0629696 (จ.- ศ. 09.00-18.00 น.)
Email : alldocube.serviceth@gmail.com









