หลังจากที่ Redmi ได้เปิดตัว Redmi 17 5G ในประเทศจีนไปเมื่อไม่นานมานี้ (ซึ่งมาพร้อมชิปเซ็ต Unisoc T8300) ล่าสุดทางแบรนด์ได้ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการประกาศเปิดตัว Redmi 17 5G และ Redmi 17 4G เวอร์ชันโกลบอลอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ที่แตกต่างจากเวอร์ชันที่ขายในจีนอย่างชัดเจน เรามาดูกันว่าสเปกของรุ่นโกลบอลนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
สเปกและฟีเจอร์เด่นของ Redmi 17 5G และ Redmi 17 4G

Redmi 17 5G
สำหรับ Redmi 17 5G จะขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 4 Gen 5 (สถาปัตยกรรม 4nm) จับคู่กับหน่วยความจำ RAM LPDDR4X และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล UFS 2.2 รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G, NFC และ Bluetooth 5.1
ในขณะที่ Redmi 17 4G จะเลือกใช้ชิปเซ็ต Helio G91-Ultra จับคู่กับ RAM LPDDR4x และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ eMMC 5.1 พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.4
นอกเหนือจากชิปเซ็ตและการเชื่อมต่อแล้ว สมาร์ตโฟนทั้งสองรุ่นแชร์สเปกฮาร์ดแวร์ที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ โดยมาพร้อมหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่จุใจถึง 6.9 นิ้ว ความละเอียด HD+ รองรับอัตรารีเฟรชเรตแบบปรับได้สูงสุด 120Hz ดันความสว่างหน้าจอได้สูงสุด 825 nits (High Brightness Mode) ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 7i
และยังได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland ในเรื่องการลดแสงสีฟ้า, ลดการกะพริบของหน้าจอ และหน้าจอที่เป็นมิตรต่อจังหวะชีวภาพ (Circadian-friendly)

Redmi 17 4G
จุดเด่นสำคัญคือการยัดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7,500mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 45W และฟีเจอร์ชาร์จให้อุปกรณ์อื่นผ่านสาย (Wired reverse charging) กำลังไฟ 22.5W ส่วนด้านการถ่ายภาพ จะมาพร้อมกล้องหลังคู่ AI ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
ทั้งสองรุ่นทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย HyperOS 3 ติดตั้งลำโพงคู่สเตอริโอที่สามารถบูสต์เสียงได้ดังขึ้นถึง 300%
ตัวเครื่องผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP64 มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., รองรับการใช้งาน 2 ซิม, มีช่องใส่การ์ด microSD และรองรับการขยายหน่วยความจำ (Memory expansion) เพิ่ม RAM ได้สูงสุด 12GB
💡 ข้อแนะนำ: Redmi 17 รองรับการใส่การ์ด microSD เพิ่มเติมได้ ดังนั้นการหาซื้อเมมโมรีการ์ดความจุสูงๆ มาไว้เก็บรูปภาพหรือวิดีโอจึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามาก
ราคาและการวางจำหน่าย
ขณะนี้ Redmi 17 5G เริ่มวางจำหน่ายแล้วในประเทศมาเลเซีย โดยมีราคาดังนี้:
- รุ่นความจุ 4GB + 128GB ราคา 769 ริงกิต (ประมาณ $190 ดอลลาร์สหรัฐ)
- รุ่นความจุ 4GB + 256GB ราคา 869 ริงกิต (ประมาณ $210 ดอลลาร์สหรัฐ)
สำหรับราคาในตลาดโกลบอล (Global) จะเริ่มต้นที่ $249 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจะมีรุ่น RAM 6GB+128GB และ 6GB+256GB เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีน้ำเงินเข้ม (Deep Blue) และสีส้มสดใส (Vivid Orange)
ทางด้าน Redmi 17 4G จะมีวางจำหน่ายในรุ่นความจุ 4GB+128GB, 4GB+256GB, 6GB+128GB และ 6GB+256GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (White), สีแดง (Red) และสีเขียว (Green)
ทั้งนี้ ทาง Xiaomi ยังไม่ได้ประกาศกำหนดการวางจำหน่ายในแต่ละภูมิภาคอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าสมาร์ตโฟนทั้งสองรุ่นจะเริ่มทยอยทำตลาดในอีกหลายประเทศเร็ว ๆ นี้
ที่มา : Gizmochina









