ภายในงานอีเวนต์ใหญ่เปิดตัวอุปกรณ์สมาร์ตโฮมของ Apple ได้มีการเปิดตัวกล่องสตรีมมิงระดับพรีเมียมเจเนอเรชันใหม่อย่าง Apple TV 4K (รุ่นที่ 4) อย่างเป็นทางการ สานต่อความสำเร็จจากรุ่นที่ 3 เมื่อปี 2022 ด้วยการยกระดับความสามารถด้านการประมวลผลและการใช้งานร่วมกับระบบบ้านอัจฉริยะอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าการปรับโฉมครั้งนี้จะมาพร้อมระดับราคาเปิดตัวที่พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
ก้าวกระโดดด้วยชิปประมวลผล A19 แรงขึ้นสูงสุด 2 เท่า รองรับ AV1 Decoder ในตัว

Apple TV 4K รุ่นใหม่ได้รับการติดตั้งชิปเซต Apple A19 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมระดับเดียวกับใน iPhone 17:
- ประสิทธิภาพ CPU และ GPU: มอบประสิทธิภาพ CPU เร็วขึ้นราว 50% และประมวลผลกราฟิก GPU แรงขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับชิป A15 Bionic ในรุ่นปี 2022 รองรับการเล่นเกมระดับพรีเมียมบน Apple Arcade ได้อย่างลื่นไหล
- ฮาร์ดแวร์ AV1 Decoder: ติดตั้งตัวถอดรหัสวิดีโอ AV1 ระดับฮาร์ดแวร์ในตัว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสำหรับแพลตฟอร์มสตรีมมิงยุคใหม่ ช่วยประหยัดแบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตและให้ภาพคมชัดสมบูรณ์แบบ
- ความจุมาตรฐาน 128GB พร้อมพอร์ต LAN: Apple ได้ยกเลิกรุ่นความจุ 64GB ออกไป โดยให้ความจุเริ่มต้นและรุ่นเดียวเป็น 128GB พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูง Gigabit Ethernet มาเป็นมาตรฐาน
- ฟีเจอร์ความบันเทิงครบวงจร: รองรับการออกกำลังกายผ่าน Apple Fitness+, การสนทนาวิดีโอคอลด้วย Continuity Camera โดยใช้กล้องจาก iPhone และการแสดงผลภาพถ่ายความละเอียดสูงจาก iCloud




สั่งงานแฮนด์ฟรีผ่าน Siri AI พร้อมระบบความปลอดภัย Secure Exclaves

จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของ Apple TV 4K รุ่นที่ 4 คือการผสานขุมพลัง Apple Intelligence และ Siri AI เข้ามาใช้งานบนจอทีวี:
- ไมโครโฟนรับเสียงระยะไกล 3 ตัว (Far-field Mics): ตัวเครื่องติดตั้งไมโครโฟนรับเสียงระยะไกลถึง 3 ตัว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเอ่ยคำสั่งเรียก “Hey, Siri” ได้จากทั่วทุกมุมห้องโดยไม่ต้องหยิบรีโมตขึ้นมากด
- การประมวลผลกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ: หากติดตั้งกล้องตรวจจับความปลอดภัยรอบบ้าน ระบบ Siri AI จะช่วยประมวลผลภาพ สรุปเหตุการณ์สำคัญ และส่งการแจ้งเตือนแบบสรุปใจความขึ้นหน้าจอทีวีแบบเรียลไทม์
- ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: ตัวชิป A19 มีสถาปัตยกรรม Secure Exclaves ซึ่งเป็นพื้นที่ประมวลผลที่ถูกแยกโดดเดี่ยวจากระบบหลัก เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ทำงานร่วมกันระหว่างการประมวลผลในตัวเครื่อง (On-device) และระบบ Private Cloud Compute ของ Apple
ศูนย์กลางสมาร์ตโฮม ควบคุมกริ่งประตูอัจฉริยะ และระบบเสียง 4 แชนเนล

- ศูนย์กลางบ้านอัจฉริยะ (Home Hub): รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อทั้ง Wi-Fi และเครือข่าย Thread สามารถแสดงผลภาพจากกริ่งประตูอัจฉริยะแบบหน้าต่างลอย (Picture-in-Picture), สนทนากับแขกผู้มาเยือน และสั่งปลดล็อกประตูผ่านกลอนประตูดิจิทัล (Smart Lock) ได้ทันทีจากหน้าจอทีวี
- ระบบเสียงรอบทิศทาง 4 ตัว: สามารถเชื่อมต่อและจัดวางลำโพงร่วมกันได้สูงสุดถึง 4 ตัว โดยรองรับทั้ง HomePod (รุ่นที่ 2) และ HomePod mini 2 เพื่อสร้างระบบเสียงรอบทิศทาง Immersive Sound (โดยกำหนดให้คู่หน้าและคู่หลังต้องเป็นรุ่นเดียวกัน)
- ระบบภาพและเสียงมาตรฐานโรงภาพยนตร์: รองรับ Dolby Atmos, สามารถต่อหูฟัง AirPods (พร้อมระบบเสียงตามตำแหน่ง Spatial Audio) ได้พร้อมกันสูงสุด 2 คู่ ด้านภาพรองรับทั้ง Dolby Vision, HDR10+, HDR และ HLG ส่งสัญญาณภาพระดับ 4K 60fps และรองรับอัตราส่วนภาพแบบ 21:9 บนโปรเจกเตอร์หรือจอมอนิเตอร์ไวด์สกรีน
- รีโมต Siri Remote ค้นหาแม่นยำ: ตัวรีโมตได้รับการอัปเกรดให้รองรับเครือข่าย Find My พร้อม Precision Finding ค้นหาตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ หมดปัญหาการทำรีโมตตกหล่นตามซอกโซฟา
ราคาและกำหนดการวางจำหน่าย

Apple TV 4K (รุ่นที่ 4) วางจำหน่ายเพียงตัวเลือกความจุเดียวคือ 128GB (Wi-Fi + Ethernet):
- ราคาเปิดตัวในสหรัฐฯ: ราคา $299 (เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว และเริ่มส่งมอบในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2026)
- ราคาทางการในประเทศไทย: เคาะราคาจำหน่ายอยู่ที่ 10,900 บาท โดยทาง Apple ประเทศไทยระบุสถานะเตรียมวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้









