Apple ประกาศเปิดตัว Apple HomeView อุปกรณ์ศูนย์กลางควบคุมบ้านอัจฉริยะ (Smart Home Hub) รุ่นแรกของค่ายอย่างเป็นทางการ มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพของขุมพลังชิปเซต Apple A18 และความสามารถรอบด้านของ Siri ยุคใหม่ที่ผสานเทคโนโลยี Apple Intelligence โดยมีให้เลือกใช้งานทั้งรูปแบบตั้งโต๊ะและแบบติดตั้งบนผนัง พร้อมเริ่มวางจำหน่ายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้
ดีไซน์ 2 รูปแบบ: แท่นตั้งโต๊ะลอยตัวปรับก้มเงยได้ และรุ่นติดตั้งฝาผนัง

Apple ออกแบบ HomeView มาเพื่อตอบสนองการจัดวางในทุกพื้นที่ของบ้าน โดยแบ่งโครงสร้างออกเป็น 2 สไตล์:
- รุ่นมาตรฐานสำหรับตั้งโต๊ะ (Desktop Model): ใช้ดีไซน์หน้าจอลอยตัว (Floating Display) เชื่อมต่อกับฐานตั้งอะลูมิเนียมทรงกลมมน ตัวบานพับสามารถปรับมุมก้มเงยของหน้าจอได้ตามระดับสายตา มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเงิน (Silver), สีสตาร์ไลท์ (Starlight), สีโรสพิงก์ (Rose Pink) และ สีสเปซเกรย์ (Space Gray) โดยมาพร้อมสายเชื่อมต่อเฉดสีเดียวกับตัวเครื่อง
- รุ่นติดตั้งบนผนัง (Wall-Mounted Model): มีเฉพาะโมดูลหน้าจอแสดงผล รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ติดตั้งผนังแบรนด์พาร์ตเนอร์อย่าง Schneider Home (อุปกรณ์ยึดผนังจำหน่ายแยก) โดยรุ่นติดผนังจะมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเงิน และสีสเปซเกรย์
หน้าจอสัมผัส LCD 7 นิ้ว สัดส่วน 1:1 พร้อมการเคลือบป้องกันรอยนิ้วมือ

- มิติการแสดงผล: หน้าจอพาเนล LCD ขนาด 7 นิ้ว ความละเอียดคมชัด 1088 × 1088 พิกเซล (ความหนาแน่น 220 ppi) ในอัตราส่วนสี่เหลี่ยมจัตุรัส เหมาะสมกับการจัดวางวิดเจ็ตและการควบคุม
- ความสว่างและการถนอมสายตา: ปรับดันความสว่างสูงสุดได้ 500 nits และสามารถหรี่แสงลงได้ลึกสุดถึง 0.3 nits เหมาะกับการใช้งานในห้องนอนยามค่ำคืน รองรับเทคโนโลยี True Tone เพื่อปรับอุณหภูมิสีตามสภาพแสงรอบห้อง
- การเคลือบผิว: กระจกหน้าจอสัมผัสเคลือบสารกันคราบไขมันและรอยนิ้วมือ (Oleophobic Coating) ทำความสะอาดได้ง่าย
ระบบเสียงสเตอริโอ Dolby Atmos ไมค์รับเสียง 4 ตัว พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับเสียงไซเรน

Apple ได้ออกแบบระบบเสียงให้มีความกระหึ่มและแม่นยำตามสรีระตัวเครื่อง:
- ลำโพงและมิติเสียง: ตัวโมดูลหน้าจอติดตั้งลำโพง Full-range จำนวน 2 ตัว โดยรุ่นตั้งโต๊ะจะเสริมกำลังเสียงด้วย วูฟเฟอร์ยิงลงด้านล่าง (Downfiring Woofer) และ Passive Radiator แบบหักล้างแรงสั่นสะเทือนคู่ (Dual Force-cancelling) ภายในฐานตั้ง
- เทคโนโลยีเสียง: รองรับระบบเสียงตามตำแหน่ง Spatial Audio พร้อม Dolby Atmos และใช้ระบบประมวลผลเสียงแบบ Computational Audio ปรับจูนแนวเสียงตามสภาพแวดล้อมห้องแบบเรียลไทม์
- ไมโครโฟนและความปลอดภัย: ติดตั้งไมโครโฟนรับเสียงระยะไกล (Far-field Mics) ถึง 4 ตัวสำหรับการสั่งงานด้วยเสียง ทั้งยังมีความสามารถในการตรวจจับเสียงแจ้งเตือนภัยของ ควันไฟและก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ภายในบ้านเพื่อแจ้งเตือนเจ้าของบ้านได้ทันที
กล้องหน้า 12MP มี Center Stage และการเชื่อมต่อไร้สายยุคใหม่
- กล้องวิดีโอคอล: มาพร้อมกล้องมุมกว้างพิเศษ Ultrawide ความละเอียด 12MP (รูรับแสง f/2.4) รองรับฟีเจอร์ Center Stage ตรวจจับตำแหน่ง จัดเฟรม และแพนซูมติดตามบุคคลขณะเคลื่อนไหวในห้องโดยอัตโนมัติ
- มาตรฐานการเชื่อมต่อ: รองรับเทคโนโลยีไร้สาย Wi-Fi 6 (802.11ax พร้อม MIMO), Bluetooth 6.0 และเครือข่ายสัญญาณ Thread Networking ในตัวสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ตโฮมได้อย่างรวดเร็วและเสถียร
ขุมพลังชิป A18 ผสาน Siri และ Apple Intelligence จดจำคนในบ้านสูงสุด 6 คน

- ชิปเซตประมวลผล: ขับเคลื่อนด้วยชิป Apple A18 ทำงานบนซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับสมาร์ตโฮมฮับโดยเฉพาะ
- Siri โฉมใหม่พร้อม Apple Intelligence: ประมวลผลคำสั่งภาษาระดับธรรมชาติได้อย่างแม่นยำ สามารถเริ่มต้นบทสนทนาบน HomeView แล้วส่งต่อไปคุยต่อบน iPhone หรือ iPad ได้อย่างต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ
- แยกแยะผู้ใช้งานรายบุคคล: ระบบสามารถตรวจจับและจดจำเสียงรวมถึงข้อมูลของสมาชิกในบ้านได้สูงสุดถึง 6 คน พร้อมดึงข้อมูลเฉพาะบุคคลจากอุปกรณ์ Apple ของแต่ละคนมาแสดงผล เช่น การตอบข้อความ iMessage หรืออีเมลจะอนุญาตให้เฉพาะบุคคลที่ระบบยืนยันตัวตนได้เท่านั้น
- การเข้าถึงร่วมกันและวิดเจ็ต: สมาชิกทุกคนสามารถเข้าถึงคลังภาพครอบครัวบน iCloud Photo Libraries หรือระบบสตรีมเพลงร่วมกันได้ โดยหน้าจอโฮมสกรีนสามารถปรับแต่งวิดเจ็ตแสดงผลได้ตามความชอบของสมาชิกแต่ละคน
ราคาและกำหนดการวางจำหน่าย
Apple วางราคาจำหน่ายของ Apple HomeView ไว้ที่ $299 (ประมาณ 10,900 บาท เมื่อเทียบโครงสร้างราคาเดียวกับ Apple TV 4K รุ่นล่าสุด) เท่ากันทั้งในรุ่นตั้งโต๊ะและรุ่นติดผนัง (อุปกรณ์ยึดผนังขายแยก)
- กลุ่มประเทศแรก: เปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) แล้ววันนี้ในสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, แคนาดา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และอินเดีย โดยในประเทศสิงคโปร์จะเปิดจองในวันที่ 15 ตุลาคมนี้
- วันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ: มีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายและส่งมอบสินค้าในวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2026
- ข้อจำกัดภูมิภาค: อุปกรณ์รุ่นนี้จะยังไม่มีการวางจำหน่ายในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU) อันเนื่องมาจากข้อกำหนดทางกฎหมายด้านการกำกับดูแลเทคโนโลยี Siri AI และปัญญาประดิษฐ์
ที่มา : Gsmarena









