ชำแหละไส้ใน iPhone Duo เผยแบตเตอรี่คู่เคสโลหะความจุรวม 4,883 mAh เมนบอร์ดโฉมใหม่ ชิป A20 Pro แรม 12GB และโครงสร้างจอพับสุดซับซ้อน

หลังจากที่สมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้รุ่นแรกของค่ายอย่าง iPhone Duo เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้เพียงไม่กี่วัน ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญด้านงานซ่อมจากช่องดังอย่าง REWA Technology และ Phone Repair Guru ได้ทำการผ่าพิสูจน์ชำแหละชิ้นส่วนภายใน (Teardown) ออกมาให้ชมกันแล้ว ซึ่งเผยให้เห็นสถาปัตยกรรมโครงสร้างภายในที่ฉีกกรอบไปจาก iPhone ทรงปกติอย่างสิ้นเชิง สะท้อนว่า Apple ได้ออกแบบวิศวกรรมภายในขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นเพื่อให้รองรับฟอร์มแฟกเตอร์แบบพับได้โดยเฉพาะ

แบตเตอรี่คู่เคสเหล็กความจุรวม 4,883 mAh พร้อมกาวปลดล็อกด้วยไฟฟ้า

ไฮไลต์สำคัญที่สร้างความประหลาดใจจากการแกะเครื่องครั้งนี้ คือระบบการจัดวางพลังงานภายใน:

  • โครงสร้างแบตเตอรี่คู่ (Dual-battery Setup): มีการติดตั้งแบตเตอรี่แยกไว้ในตัวเครื่องทั้งสองฝั่ง ประกอบด้วยก้อนใหญ่ความจุ 2,962 mAh และก้อนเล็กความจุ 1,921 mAh รวมความจุแบตเตอรี่ทั้งหมดอยู่ที่ 4,883 mAh
  • เคสหุ้มเหล็กและกาวไฟฟ้า: แบตเตอรี่ทั้งสองก้อนหุ้มด้วยเคสเหล็ก (Steel-cased) และยึดติดด้วยกาวชนิดพิเศษที่สั่งคลายตัวด้วยกระแสไฟฟ้า (Electrically Activated Adhesive) เพียงจ่ายไฟแรงดันต่ำเข้าไป ตัวกาวจะคลายตัวออกทันที ช่วยให้ช่างซ่อมยกแบตเตอรี่ออกมาได้อย่างสะอาดและปลอดภัย
  • ทำงานแยกกันได้: ที่น่าสนใจคือตัวเครื่องยังคงสามารถเปิดทำงานต่อไปได้ตามปกติ แม้จะถูกถอดสายแพแบตเตอรี่ออกไปแล้วหนึ่งก้อนก็ตาม

ยกเครื่องเมนบอร์ดใหม่ ชิป A20 Pro คู่ RAM 12GB แนบแผ่น Vapor Chamber

Apple ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์แผงวงจรหลัก (Logic Board) ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เหมาะกับความบางของเครื่องจอพับ:

  • บอกลาบอร์ดสองชั้นแบบแซนด์วิช: ยกเลิกการใช้เมนบอร์ดซ้อนกันสองชั้น (Stacked Sandwich Layout) ที่คุ้นเคยใน iPhone รุ่นหลัง ๆ แล้วเปลี่ยนมาใช้เมนบอร์ดหลักขนาดกะทัดรัดเพียงชั้นเดียว
  • การจัดวางชิปและระบบระบายความร้อน: ชิปประมวลผล Apple A20 Pro ถูกวางเรียงอยู่ติดกับหน่วยความจำ RAM 12GB และสัมผัสแนบชิดกับแผ่นระบายความร้อน Vapor Chamber โดยตรง เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิขณะประมวลผลหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีบอร์ดรอง (Secondary Board) เชื่อมต่อตัวเครื่องทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันผ่านสายแพรองรับการพับงอ
  • พอร์ตชาร์จและกล้องซ่อมง่าย: พอร์ต USB-C ถูกออกแบบมาเป็นแบบแยกส่วน (Modular) ยึดด้วยสกรูเพียงไม่กี่ตัว ทำให้ถอดเปลี่ยนได้ง่าย เช่นเดียวกับชุดโมดูลกล้องหลังที่สามารถเข้าถึงและถอดสลับได้ค่อนข้างสะดวก

หน้าจอพับด้านในและบานพับซับซ้อนสูง แนะนำซื้อประกัน AppleCare+

ในทางกลับกัน การเข้าถึงและซ่อมแซม หน้าจอพับด้านใน (Foldable Inner Display) กลับมีความซับซ้อนและยากลำบากกว่ามาก:

  • ขั้นตอนการรื้อถอนหลายชั้น: ช่างซ่อมจำเป็นต้องถอดทั้งฝาหลังและหน้าจอด้านนอก (Outer Display) ออกก่อน จึงจะสามารถเข้าถึงชุดแบตเตอรี่และโครงสร้างหน้าจอหลักได้ โดยแผงจอ OLED ด้านในถูกยึดไว้ด้วยกาวจำนวนมาก และเชื่อมต่อด้วยสายแพที่บอบบางซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้กับกล้องเซลฟีใต้หน้าจอ (Under-display Selfie Cameras) ด้วย
  • ชั้นฟิล์ม Nano-textured ลดรอยพับ: ด้านบนของชั้นจอมันวาวมีการเคลือบทับด้วยฟิล์มผิวด้านระดับนาโน (Matte Nano-textured Film) ซึ่งทำหน้าที่ช่วยพรางรอยพับหน้าจอและลดแสงสะท้อน แต่ก็เพิ่มความซับซ้อนในการซ่อมแซมมากขึ้นไปอีก ทำให้การเปลี่ยนชุดบานพับระบบสปริง (Spring-loaded Hinge) หรือหน้าจอหลักด้านในต้องใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

ปัจจุบัน Apple ได้เผยแพร่คู่มือการซ่อมอย่างเป็นทางการครอบคลุมทั้งส่วนของแบตเตอรี่ หน้าจอ บานพับ และปุ่มสแกนนิ้ว Touch ID ออกมาแล้ว ซึ่งแม้พอร์ตชาร์จจะได้คะแนนความง่ายในการซ่อมสูง แต่ด้วยความเปราะบางและราคาอะไหล่ที่สูงลิ่วของหน้าจอพับ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ผู้ใช้งานสวมใส่เคสป้องกันตัวเครื่องไว้ตลอดเวลา และควรพิจารณาซื้อความคุ้มครอง AppleCare+ เพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงจากค่าซ่อมหน้าจอและบานพับในอนาคต

ที่มา : Gizmochina