เปิดตัว iPad mini (2026) อัปเกรดจอ OLED 8.5 นิ้วครั้งแรก ขุมพลังชิป A20 Pro นวัตกรรมลำโพงซ่อนใต้จอ กันน้ำ IP67 เคาะราคาไทยเริ่ม 24,900 บาท

Apple เปิดตัว iPad mini (2026) รุ่นอัปเกรดโฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของตระกูล mini ที่ได้รับการอัปเกรดมาใช้พาเนลหน้าจอ OLED ควบคู่ไปกับการปรับดีไซน์ให้บางและเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซตรุ่นใหม่ล่าสุด Apple A20 Pro พร้อมนวัตกรรมระบบเสียงแบบซ่อนใต้หน้าจอและมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 ในราคาเปิดตัวประเทศไทยเริ่มต้นที่ 24,900 บาท

ขุมพลังชิป Apple A20 Pro (แยกสเปก CPU และ NPU ตามความจุ)

iPad mini (2026) ขับเคลื่อนด้วยชิปเซตระดับท็อป Apple A20 Pro แต่มีข้อสังเกตสำคัญด้านการแบ่งสเปกชิปตามรุ่นความจุ (Binned Chip) ดังนี้:

  • รุ่นความจุ 512GB (ตัวท็อป): ได้รับชิป A20 Pro แบบเต็มประสิทธิภาพ มาพร้อมซีพียูแบบ 6-core CPU และพลังประมวลผล Neural Engine (NPU) เต็มพิกัด
  • รุ่นความจุ 128GB และ 256GB: ได้รับชิป A20 Pro รุ่นปรับลดคอร์ (Binned CPU) มาพร้อมซีพียูแบบ 5-core CPU (ตัดแกนประหยัดพลังงานหรือ Efficiency Core ออก 1 คอร์) และปรับลดกำลังการประมวลผลของ NPU ลงเหลือครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับรุ่น 512GB ส่วนสเปกฮาร์ดแวร์ด้านอื่น ๆ เหมือนกันทุกประการ

หน้าจอ Super Retina XDR OLED 8.5 นิ้ว พร้อมตัวเลือกกระจก Nano-texture

การอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดของรุ่นนี้คือการขยายขนาดพื้นที่แสดงผลและเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีจอภาพระดับโปร:

  • ขนาดและความละเอียด: มาพร้อมหน้าจอ Super Retina XDR OLED ขนาด 8.5 นิ้ว ความละเอียด 2,316 × 1,512 พิกเซล ขอบจอบางลงกว่ารุ่นก่อนหน้า ให้ความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด (Peak Brightness) ที่ 1,200 nits
  • รีเฟรชเรตและกระจกลดแสงสะท้อน: ตัวหน้าจอยังคงใช้อัตรารีเฟรชเรตมาตรฐานที่ 60Hz (ยังไม่ได้ใส่เทคโนโลยี ProMotion 120Hz มาให้ในตระกูล mini) แต่เปิดให้ผู้ใช้สามารถเลือกอัปเกรดเป็น กระจกหน้าจอแบบ Nano-texture เพื่อช่วยลดแสงสะท้อนในการใช้งานได้
  • ปากกาและกล้องหน้าแนวนอน: รองรับการใช้งานร่วมกับทั้ง Apple Pencil Pro และ Apple Pencil (USB-C) พร้อมย้ายตำแหน่งกล้องหน้าความละเอียด 12MP Center Stage มาไว้ที่ขอบด้านยาว (Landscape) เพื่อการวิดีโอคอลที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

นวัตกรรมลำโพงใต้หน้าจอ “Acoustic Display” บอดี้บางเฉียบ 5.4 มม. กันน้ำ IP67

อีกหนึ่งความล้ำหน้าทางวิศวกรรมของ iPad mini (2026) คือการยกเครื่องโครงสร้างภายในและระบบเสียงใหม่ทั้งหมด:

  • ระบบเสียง Acoustic Display: Apple ย้ายตำแหน่งลำโพงคู่ลงไปซ่อนไว้ใต้แผงหน้าจอ โดยใช้การสั่นสะเทือนของหน้าจอช่วยขับเสียงให้ได้เบสที่หนักแน่นและมิติเสียงที่ดังกังวานขึ้น พร้อมซ่อนลำโพงเสียงแหลม (Custom Tweeters) ไว้บริเวณรอยต่อระหว่างกระจกหน้าจอกับตัวเครื่องอะลูมิเนียมเพื่อให้ได้เสียงสูงที่ใสคมชัด
  • บางและเบาลงอย่างชัดเจน: ตัวเครื่องมีความบางเฉียบเพียง 5.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเบาเพียง 255 กรัม เท่านั้น (บางและเบาลงกว่ารุ่นก่อนหน้าที่หนา 6.3 มม. และหนัก 297 กรัม)
  • การเชื่อมต่อและความทนทาน: อัปเกรดการเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 7 (802.11be) ส่วนรุ่น Cellular รองรับเครือข่าย 5G (sub-6 GHz) ผ่านระบบ eSIM ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปโมเด็ม Apple C2 ที่พัฒนาขึ้นเอง พร้อมเพิ่มมาตรฐานการทนน้ำและฝุ่นระดับ IP67 เข้ามาเป็นครั้งแรก
  • แบตเตอรี่และพอร์ต USB-C: ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 18.9Wh รองรับการชาร์จเร็วผ่านพอร์ต USB-C โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 50% ภายในเวลา 30 นาที (เมื่อใช้ร่วมกับอะแดปเตอร์ 35W ขึ้นไป) และพอร์ตเชื่อมต่อรองรับการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูงระดับ USB 3 (สูงสุด 10Gb/s)

สรุปราคาเปิดตัวในไทยและต่างประเทศ พร้อมกำหนดการวางจำหน่าย

iPad mini (2026) มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำมิดไนท์ (Midnight) และ สีขาวสตาร์ไลท์ (Starlight) โดยมีราคาเปิดตัวในประเทศไทยและตลาดหลักทั่วโลกดังนี้:

  • ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย:
    • iPad mini (2026) รุ่น Wi-Fi: ราคาเริ่มต้น 24,900 บาท
    • iPad mini (2026) รุ่น Wi-Fi + Cellular: ราคาเริ่มต้น 30,900 บาท

ตารางเปรียบเทียบราคาเปิดตัวในต่างประเทศ:

ภูมิภาค128GB Wi-Fi128GB Cellular256GB Wi-Fi256GB Cellular512GB Wi-Fi512GB Cellular
สหรัฐอเมริกา$699$849$799$949$999$1,149
เยอรมนี (ยุโรป)€749€919€879€1,049€1,129€1,299
สหราชอาณาจักร£699£849£799£949£999£1,149
จีน5,499 หยวน6,799 หยวน6,299 หยวน7,599 หยวน7,999 หยวน9,299 หยวน
ญี่ปุ่น119,800 เยน144,800 เยน136,800 เยน161,800 เยน171,800 เยน196,800 เยน
อินเดีย82,900 รูปี1,09,900 รูปี94,900 รูปี1,12,900 รูปี1,18,900 รูปี1,36,900 รูปี

สำหรับประเทศกลุ่มแรกจะเริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมนี้ และมีกำหนดการเริ่มจัดส่งเครื่องวันแรกในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป

ที่มา : Gsmarena