ตะลึงผลทดสอบจริง! ชิป Kirin 9050 Pro บน HUAWEI Mate 90 Pro Max โชว์ฟอร์มเล่นเกมยอดเยี่ยม กินไฟต่ำ ท้าชน Snapdragon และ Apple

HUAWEI Mate 90 Pro Max สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นท็อปสุดในตระกูล Mate 90 Series กำลังสร้างความตื่นเต้นครั้งใหญ่ให้กับวงการเทคโนโลยี หลังผลการทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริง (Real-world testing) โดยเฉพาะการเล่นเกมกราฟิกสูงของชิปเซต Kirin 9050 Pro เผยให้เห็นประสิทธิภาพการจัดการพลังงานที่น่าทึ่ง ทั้งประหยัดไฟและความร้อนต่ำจนสามารถแข่งขันกับชิปเซตเรือธงแถวหน้าของฝั่ง Qualcomm และ Apple ได้อย่างสูสี

สถาปัตยกรรม LogicFolding ชิปแบบซ้อน 2 ชั้น เพิ่มทรานซิสเตอร์แบบก้าวกระโดด

Kirin 9050 Pro บน Mate 90 Pro Max ถือเป็นชิปเซตเชิงพาณิชย์รุ่นแรกที่นำเทคโนโลยีโครงสร้าง LogicFolding หรือการซ้อนเลเยอร์วงจรประมวลผลสองชั้นเข้าด้วยกัน โดยเชื่อมต่อกันด้วยเทคนิค Dense Hybrid Bonding ช่วยให้ HUAWEI สามารถบรรจุทรานซิสเตอร์ได้หนาแน่นขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม และดันความถี่สัญญาณนาฬิกาได้สูงกว่าการออกแบบชิปแบบแบนราบทั่วไป:

  • ประสิทธิภาพรวม: สูงขึ้น 31% เมื่อเทียบกับเจเนอเรชันก่อนหน้า
  • โครงสร้างซีพียู 9 คอร์ (4-Cluster Architecture): ประกอบด้วย 1 คอร์หลักประสิทธิภาพสูงสุด (Prime Core), 2 คอร์ใหญ่เน้นพลังการประมวลผล (Big Performance Cores), 4 คอร์ประสิทธิภาพทั่วไป (Efficiency Cores) และ 2 คอร์ประหยัดพลังงานพิเศษ (Ultra-low-power Cores)
  • ขีดความสามารถด้านต่าง ๆ: ประสิทธิภาพ Multi-core เพิ่มขึ้น 23%, การเรนเดอร์กราฟิกของชิป GPU แรงขึ้น 40% และการประมวลผลของหน่วยประสาทเทียม AI (NPU) พุ่งทะยานขึ้นถึง 140%
  • เปรียบเทียบกับรุ่นน้อง: Mate 90 และ Mate 90 Pro ที่ใช้ชิป Kirin 9030 และ Kirin 9035 (แบบไม่ซ้อนเลเยอร์) มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 27% และ 20% ตามลำดับเมื่อเทียบกับ Mate 80 Series

ผลทดสอบเกม Genshin Impact กินไฟเพียง 4.2W ชน A19 Pro และ Snapdragon 8 Elite

ผลการทดสอบอิสระและการแยกชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์โดยช่องทดสอบไอทีชื่อดังอย่าง Geekerwan ยืนยันว่า สถาปัตยกรรมแบบซ้อนเลเยอร์นี้ส่งผลโดยตรงต่อการประหยัดพลังงานเมื่อรันเกมที่ได้รับการปรับแต่งมาสำหรับระบบปฏิบัติการ HarmonyOS โดยเฉพาะ:

  • Genshin Impact (ความละเอียด 890P): Mate 90 Pro Max สามารถรักษาอัตราเฟรมเรตได้เต็มระดับสูงสุดตลอดการเล่น โดยตัวเครื่องมีอัตราการใช้พลังงานทั้งระบบ (System Power Consumption) เพียงประมาณ 4.2 วัตต์ เท่านั้น
  • เทียบชั้นคู่แข่ง: อัตราการกินพลังงานที่ 4.2W นี้ ทำผลงานได้ดีกว่าสมาร์ตโฟนที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 บางรุ่น และอยู่ในระดับเทียบเท่ากับ iPhone 17 Pro Max (ชิป A19 Pro) รวมถึงชิปเซตตัวท็อปอย่าง Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6
  • Wuthering Waves และเกมอื่น ๆ: แสดงผลลัพธ์การจัดการพลังงานในลักษณะเดียวกัน (แม้ว่าเกม Wuthering Waves จะยังถูกจำกัดความละเอียดหน้าจอไว้สำหรับอุปกรณ์ HUAWEI ในปัจจุบัน)

จุดสังเกตระหว่างเกมแบบ Native และคะแนน Benchmark

แม้ผลการทดสอบการเล่นเกมจริงจะทำได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยังมีข้อจำกัดและปัจจัยที่ผู้ใช้งานควรทราบ:

  1. Native HarmonyOS พลังเต็มร้อย: อัตราการประหยัดพลังงานระดับสูงนี้จะแสดงศักยภาพสูงสุดบนเกมที่พอร์ตลงระบบ HarmonyOS แบบ Native เท่านั้น สำหรับเกมที่ยังต้องรันผ่านเลเยอร์การแปลงโค้ด (Translation Layer) ตัวเครื่องยังคงเล่นได้อย่างลื่นไหล แต่ประสิทธิภาพด้านการประหยัดไฟจะลดหลั่นลงมาเล็กน้อย
  2. คะแนน Synthetic Benchmark: หากวัดกันด้วยคะแนนทดสอบซีพียูเพียว ๆ (Synthetic CPU Scores) ชิป Kirin 9050 Pro ยังคงตามหลังชิปตัวท็อปสุดของ Qualcomm และ Apple อยู่บ้าง อันเนื่องมาจากข้อจำกัดของกระบวนการผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์

อย่างไรก็ตาม การผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรม 3D LogicFolding, การปรับจูนระดับลึกของระบบ HarmonyOS และประสิทธิภาพการจัดการความร้อน-พลังงานขณะเล่นเกมจริง ชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของชิปเซตที่ HUAWEI พัฒนาขึ้นเอง และตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการสมาร์ตโฟนที่เล่นเกมได้นิ่ง เฟรมเรตไม่ดรอป และแบตเตอรี่ไม่หมดไวในการใช้งานจริง

ที่มา : Gizmochina