Google เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์ติดตามสุขภาพและกิจกรรมรุ่นใหม่ในชื่อ Fitbit Edge ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งโดยตรงของตระกูล Charge Series หลังจากที่ไม่มีการอัปเดตรุ่นใหม่มาตั้งแต่ปี 2023 โดยภาพและข้อมูลชุดนี้ถูกเปิดเผยผ่านสื่อไอทีอย่าง Android Headlines หลังจากที่ตัวอุปกรณ์เคยปรากฏตัวแบบไม่ระบุชื่อในสื่อโปรโมตของ Pixel 11 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
ทลายข้อจำกัดระบบปฏิบัติการ รองรับการเชื่อมต่อทั้ง iOS และ Android

จุดเด่นสำคัญที่สุดของ Fitbit Edge คือความยืดหยุ่นด้านระบบนิเวศ ซึ่งแตกต่างจากสมาร์ตวอตช์ตระกูลหลักอย่าง Pixel Watch 5 ที่ทำงานบน Wear OS และรองรับเฉพาะสมาร์ตโฟนระบบ Android เท่านั้น:
- รองรับการทำงานข้ามค่าย: Fitbit Edge สามารถเชื่อมต่อและซิงก์ข้อมูลร่วมกับทั้งระบบ Android และ iOS
- ตอบโจทย์ผู้ใช้ iPhone: ช่วยให้ผู้ใช้งาน iPhone สามารถเลือกใช้อุปกรณ์สวมใส่ที่มีหน้าจอของ Google ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องขยับไปซื้อสมาร์ตวอตช์ราคาแพงจากแบรนด์อื่น
ดีไซน์จอทรงวงรี ปุ่มกดสองด้าน และสีสันแบบทูโทน

งานดีไซน์ของ Fitbit Edge มีการปรับเปลี่ยนไปจากทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าของ Charge 6 อย่างชัดเจน:
- หน้าจอแสดงผล: ใช้หน้าจอขนาดกะทัดรัดรูปทรงวงรี (Oval Display) ครอบทับด้วยกระจกขอบมน
- ปุ่มกดและสายรัด: ติดตั้งปุ่มกดทรงยาวที่บริเวณด้านข้างตัวเรือนทั้งสองฝั่ง ขณะที่กลไกการปลดสายด้านหลังใช้ระบบบีบเพื่อปลดล็อก (Pinch-style release)
- ตัวเลือกเฉดสี: ตัวเรือนมีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีดำ (Obsidian), สีเขียว (Olive) และ สีส้ม (Canyon) โดยในรุ่นสีเขียวและสีส้มจะใช้ดีไซน์เฟรมตัวเครื่องแบบสองสี (Two-tone) ซึ่งรุ่นสีส้มจะโดดเด่นด้วยขอบสีทองสว่าง
ฟังก์ชันสุขภาพจัดเต็ม พร้อมแอปพลิเคชันจาก Google

แม้ว่าจะไม่มีระบบร้านค้าดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเต็มรูปแบบเหมือนสมาร์ตวอตช์ทั่วไป แต่ตัวเครื่องได้รับการติดตั้งฟีเจอร์สำคัญสำหรับการใช้งานประจำวันและการออกกำลังกายมาอย่างครบถ้วน:
- แอปพลิเคชันในตัว: รองรับการแสดงผลการแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟน และติดตั้งแอปพลิเคชันพื้นฐานของ Google มาให้ในตัว ได้แก่ Google Maps, YouTube Music, ระบบค้นหาโทรศัพท์ Find My Phone รวมถึงแผงควบคุมการเล่นเพลงและมีเดีย
- ฮาร์ดแวร์สำหรับออกกำลังกาย: ติดตั้งระบบ GPS ในตัว (Built-in GPS) สำหรับบันทึกเส้นทางกลางแจ้งโดยไม่ต้องพกสมาร์ตโฟน, เซนเซอร์ Altimeter วัดระดับความสูง และระบบตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติ (Automatic Activity Recognition)
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่: รองรับการใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานสูงสุดถึง 7 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งรอบ
คาดการณ์ราคาและกำหนดการเปิดตัว
รายงานระบุว่า Google อาจเปิดตัว Fitbit Edge อย่างเป็นทางการภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยมีการประเมินช่วงราคาจำหน่ายไว้ที่ระหว่าง 149 – 199 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,000 – 6,700 บาท) ซึ่งเป็นระดับราคาที่วางตำแหน่งอยู่เหนือแทร็กเกอร์ไร้หน้าจออย่าง Fitbit Air (99.99 ดอลลาร์สหรัฐ) และใกล้เคียงกับราคาเปิดตัวเดิมของ Charge 6 (159.95 ดอลลาร์สหรัฐ) ทำให้ยังคงอยู่ในกลุ่มสินค้าประเภทสมาร์ตแทร็กเกอร์โดยไม่ทับซ้อนกับไลน์อัปของ Pixel Watch
ที่มา : Gizmochina









