หัวเว่ยจัดงาน 5G-Advanced x Mobile AI Forum ภายใต้ Huawei Digital & AI Summit 2026 โดยมีผู้แทนภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมไทยให้พร้อมรองรับยุค AI-Native Mobile

เวทีดังกล่าวนำเสนอประเด็นการบรรจบกันของเทคโนโลยี 5G-Advanced หรือ 5G-A กับ Mobile AI ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อ การประมวลผลอัจฉริยะ และบริการดิจิทัลในอนาคต โดยผู้ร่วมงานหารือเรื่องการพัฒนาโครงข่าย AI-ready เพื่อรองรับปริมาณทราฟฟิก AI ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจดิจิทัล
ภายในงานมีรองศาสตราจารย์ ดร. สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. พร้อมด้วยผู้บริหารจาก กสทช. คณาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม และหัวเว่ย เข้าร่วม

รองศาสตราจารย์ ดร. สมภพ กล่าวถึงความจำเป็นของความร่วมมือในการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับยุค AI ว่า “ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลใดสามารถคาดการณ์อนาคตของปริมาณทราฟฟิก AI ได้เพียงลำพัง และการคาดการณ์ของภาคอุตสาหกรรมก็ไม่ควรเป็นปัจจัยเดียวในการกำหนดทิศทาง เราต้องการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และเวทีความร่วมมือเช่นนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมบนพื้นฐานของข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการใช้งาน Mobile AI ในอนาคต”

นายเสน่ห์ สายวงศ์ วิศวกรเชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงาน กสทช. นำเสนอทิศทางนโยบายของประเทศไทยด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่รองรับ AI โดยระบุถึงความสำคัญของการจัดสรรคลื่นความถี่ในอนาคต โดยเฉพาะย่าน 3500 MHz เพื่อรองรับการใช้งาน AI บนเครือข่ายมือถือที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริมการลงทุนในศูนย์ข้อมูล หรือ Data center ที่มีประสิทธิภาพและใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

ด้านนายอัลเลน ถัง (Allen Tang) ประธานฝ่าย Wireless and Cloud Core Networks and Solutions บริษัท Huawei Technologies กล่าวว่า “เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุค 5G-Advanced การบรรจบกันของ AI Agent และโครงข่ายยุคใหม่ จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ‘Byte + Token’ และยกระดับนิยามของการเชื่อมต่ออัจฉริยะขึ้นไปอีกขั้น”

ดร. หลิว จิ่นซาน (Dr. Liu Jinshan) ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการตลาด บริษัท Huawei Technologies นำเสนอแนวคิด Triple-A สำหรับ 5G-Advanced ประกอบด้วย Amplified Downlink, Accelerated Uplink และ Assured Differentiation เพื่อรองรับการใช้งาน AI ที่ต้องการคุณภาพการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้

นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมและสารสนเทศ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โทรคมนาคมยุคใหม่กำลังเชื่อมโยงโลกของการเชื่อมต่อ (Connectivity) และการประมวลผล (Computing) เข้าด้วยกัน
โดย 5G-Advanced จะทำงานร่วมกับ Mobile AI ขณะที่การผสมผสานกันของ Byte และ Token จะสร้างโอกาสใหม่ด้านโซลูชั่นการบริการ นวัตกรรม และการสร้างรายได้จากรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาจาก Experience Monetization ไปสู่บริการ AI-to-X และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าผ่านระบบ Token ภายใต้โมเดลธุรกิจ Model-as-a-Service หรือ MaaS จะเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาโครงข่ายมือถือและโครงสร้างพื้นฐาน ICT ยุคใหม่
ตลอดการประชุม ผู้เชี่ยวชาญแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI เช่น Intelligent Agent, AI-Generated Content หรือ AIGC, AI Live Streaming และ AI Glasses รวมถึงแนวคิด Byte + Token ซึ่งถูกนำเสนอเป็นฐานของรูปแบบการสร้างรายได้จากบริการในยุค AI-Native Mobile









