รีวิว Nokia 215 4G 2nd Edition ฟีเจอร์โฟนสุดคลาสสิกที่ผสานความล้ำยุค จอใหญ่ โทร 4G มีวิดีโอคอล

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว MobileOcta ทุกท่านครับ! กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ตโฟนและแก็ดเจ็ตที่น่าสนใจกันอีกเช่นเคย วันนี้เราขอพาทุกท่านเปลี่ยนบรรยากาศจากสมาร์ตโฟนจอสัมผัส มาสัมผัสกับเสน่ห์สุดคลาสสิกที่ถูกอัปเกรดใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยอย่าง Nokia 215 4G 2nd Edition ฟีเจอร์โฟนรุ่นล่าสุดภายใต้การดูแลของ HMD

รุ่นนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะเป็นการลบภาพจำมือถือปุ่มกดแบบเดิม ๆ ทิ้งไป ด้วยการใส่หน้าจอ IPS ที่ใหญ่ถึง 2.8 นิ้ว รองรับ 4G LTE แถมยังมี “กล้องหน้า” สำหรับใช้งานวิดีโอคอล และเพิ่มปุ่มผู้ช่วย AI เข้ามาให้ด้วย ส่วนรายละเอียดเจาะลึกและการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ตามมาดูรีวิว Nokia 215 4G 2nd Edition กันได้เลยครับ!

สเปคเบื้องต้น Nokia 215 4G 2nd Edition

  • ขนาดตัวเครื่อง: 128.8 x 55 x 12.8 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 104 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล: IPS ขนาด 2.8 นิ้ว ความละเอียด QVGA
  • เครือข่าย: 4G LTE, รองรับ 2 ซิม (NanoSIM) สแตนด์บายพร้อมกัน
  • กล้องถ่ายรูป: กล้องหน้า VGA (สำหรับ Video Call)
  • หน่วยความจำ: RAM 64 MB / ROM 128 MB
  • การเพิ่มความจุ: รองรับ MicroSD Card สูงสุด 32 GB
  • ระบบปฏิบัติการ: S30+
  • การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.0, พอร์ต USB Type-C, แจ็คหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่: 1,450 mAh (ถอดเปลี่ยนได้)
  • สีที่วางจำหน่าย: สีดำ (Black)
  • ราคา 1,590 บาท

แกะกล่องเช็คของ

ก่อนอื่นเรามาดูอุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อนครับ ว่าทาง HMD ให้อะไรมาบ้างสำหรับรุ่นนี้

  • ตัวเครื่อง Nokia 215 4G 2nd Edition (สีดำ)
  • แบตเตอรี่แบบถอดได้ (ความจุ 1,450 mAh)
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ USB Type-C
  • คู่มือเริ่มใช้งานฉบับย่อ และคู่มือความปลอดภัย

(จุดที่น่าชื่นชมคือการให้สายชาร์จ Type-C มาในกล่องเลย ถือเป็นการอัปเกรดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบันมาก ๆ)

ดีไซน์และการออกแบบ

สัมผัสแรกที่จับ Nokia 215 4G 2nd Edition คือความรู้สึกคุ้นเคยที่ชวนคิดถึง ตัวเครื่องมาในโทนสีดำสุดคลาสสิก วัสดุเป็นโพลีคาร์บอเนตที่มีความแข็งแรงทนทานตามมาตรฐานของแบรนด์นี้ ขนาดเครื่องกะทัดรัด (128.8 x 55 x 12.8 มม.) และเบาเพียง 104 กรัม ทำให้จับถือมือเดียวได้อย่างถนัดมือ พกใส่กระเป๋ากางเกงได้สบาย ๆ

แผงปุ่มกด T9 (ปุ่มตัวเลข) มีขนาดกำลังดี ระยะห่างระหว่างปุ่มทำมาได้ยอดเยี่ยม สัมผัสเวลากดมีความนุ่มและตอบสนองได้ดี พิมพ์ข้อความหรือกดเบอร์โทรศัพท์ได้แม่นยำ

และที่ถือเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญคือ การรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP64 ทำให้คุณสามารถใช้งานเครื่องได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเจอฝุ่นละออง ลุยงานสมบุกสมบัน หรือโดนละอองน้ำ ละอองฝนสาดใส่ในชีวิตประจำวัน ตัวเครื่องก็ยังพร้อมลุยไปกับคุณ

ส่วนพอร์ตด้านล่างตัวเครื่องได้เปลี่ยนมาใช้ USB Type-C แล้ว ทำให้ใช้สายชาร์จร่วมกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในยุคนี้ได้เลย ไม่ต้องพกสายแยกให้วุ่นวาย ส่วนด้านบนยังคงมี ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาให้อยู่ครับ

รวมทั้งรองรับ 2 SIM แบบ nanoSIM Card และเพิ่มการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้

หน้าจอ IPS 2.8 นิ้ว ใหญ่เต็มตา สีสันคมชัด

ข้อจำกัดหนึ่งของฟีเจอร์โฟนสมัยก่อนคือหน้าจอที่เล็กและสีสันซีดจาง แต่รุ่นนี้ได้แก้ไขปัญหานั้นอย่างหมดจด ด้วยการจัด หน้าจอขนาด 2.8 นิ้ว ซึ่งถือว่ามีพื้นที่แสดงผลกว้างมากเมื่อเทียบกับบอดี้ พร้อมอัปเกรดมาใช้พาเนลจอแบบ IPS ความละเอียด QVGA

ผลลัพธ์ที่ได้คือ หน้าจอมีความสว่าง สีสันสดใส และมุมมองกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (มองเอียง ๆ สีก็ไม่เพี้ยน) ตัวหนังสือใหญ่ อ่านง่าย สบายตา ตอบโจทย์ทั้งวัยรุ่นสายคลาสสิก และโดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ที่ต้องการหน้าจอที่มองเห็นรายชื่อหรือข้อความได้ชัดเจนครับ

ฟีเจอร์เด่นที่ยกระดับการใช้งาน

ก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยวิดีโอคอลผ่าน Xpress Chat

ใครว่าฟีเจอร์โฟนทำวิดีโอคอลไม่ได้? Nokia 215 4G 2nd Edition มาพร้อม กล้องหน้าความละเอียด VGA ที่ออกแบบมาเพื่อการสนทนาผ่านวิดีโอโดยเฉพาะ โดยจะทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน Xpress Chat ที่ติดตั้งมาให้ในเครื่อง

คุณสามารถส่งข้อความเสียง แชทพูดคุย หรือวิดีโอคอลหากันได้อย่างลื่นไหล และที่สำคัญคือสามารถเชื่อมต่อกับผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนที่มีแอป Xpress Chat ได้ด้วย!

ปุ่มลัดเรียกผู้ช่วย AI

ทาง HMD ได้เพิ่มความฉลาดให้กับเครื่องด้วยการใส่ ปุ่มเฉพาะสำหรับผู้ช่วย AI เมื่อกดใช้งาน จะเป็นการสั่งการด้วยเสียงเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์หรือแอปพลิเคชันหลัก ๆ ภายในเครื่อง ช่วยลดขั้นตอนการกดปุ่มค้นหาเมนูเอง ทำให้การใช้งานสะดวกและรวดเร็วล้ำยุคสุด ๆ และยังสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ได้อีกด้วย

หมายเหตุ : จะมีการคิดค่าบริการสำหรับผู้ช่วย AI หลังจากช่วงทดลองใช้งานฟรี 180 วัน สิ้นสุดลง ต้องใช้แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนในการซื้อการสมัครสมาชิก

ล้ำหน้าด้วย Cloud Apps เล่นโซเชียลออนไลน์

ความอัจฉริยะที่เพิ่มเข้ามาคือระบบ คลาวด์แอป (Cloud Apps) ที่ช่วยให้เครื่องเล็ก ๆ แบบนี้สามารถท่องโลกโซเชียลมีเดียผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ คุณจึงไม่พลาดทุกการอัปเดตข่าวสาร

รองรับ 4G LTE และ Bluetooth 5.0

การสื่อสารคมชัดไร้รอยต่อด้วยการรองรับเครือข่าย 4G LTE สแตนด์บายได้ 2 ซิมการ์ด (NanoSIM) ใช้งานการโทรแบบ VoLTE เสียงชัดใสตัดเสียงรบกวนได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังอัปเกรด Bluetooth เป็นเวอร์ชัน 5.0 ทำให้การเชื่อมต่อกับหูฟังไร้สาย (TWS) หรือลำโพงบลูทูธเสถียรและประหยัดพลังงานมากขึ้น

วิทยุ FM แบบไร้สาย (Wireless FM Radio)

ฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้สำหรับสายฟังเพลงและข่าวสาร รุ่นนี้รองรับวิทยุ FM แบบ Dual Mode นั่นคือคุณสามารถเสียบหูฟัง 3.5 มม. เพื่อฟังตามปกติ หรือจะ เปิดฟังแบบไร้สาย (Wireless) ผ่านลำโพงของตัวเครื่องเลยก็ได้ โดยไม่ต้องใช้สายหูฟังเป็นตัวรับสัญญาณอีกต่อไป

สนุกย้อนวัยกับ “เกมงู (Snake Game)” สุดฮิตในตำนาน

ถ้าพูดถึง Nokia จะขาดสิ่งนี้ไปไม่ได้เลยครับ! Nokia 215 4G 2nd Edition ติดตั้ง เกมงู (Snake) เวอร์ชันคลาสสิกที่ถูกปรับปรุงให้แสดงผลสวยงามเต็มตาบนหน้าจอ IPS ขนาด 2.8 นิ้ว การควบคุมผ่านปุ่มกดทิศทางทำได้อย่างติดมือ ให้ความรู้สึกนึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ เอาไว้เล่นฆ่าเวลา ถือเป็นยาสามัญประจำเครื่องที่เพลิดเพลินและมีเสน่ห์เสมอ

และยังมีเกมสนุกอื่น ๆ ให้เลือกเล่นอีกมากมาย

แบตเตอรี่สุดอึด ใช้งานยาวนานข้ามสัปดาห์

เรื่องแบตเตอรี่คือจุดแข็งที่สมาร์ตโฟนทั่วไปให้ไม่ได้ Nokia 215 4G 2nd Edition มาพร้อมแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ความจุ 1,450 mAh ผสานกับการใช้ระบบปฏิบัติการ S30+ ที่กินพลังงานต่ำมาก และมีโหมดประหยัดพลังงานด้วย

ทาง HMD เคลมว่าสามารถสนทนาต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ชั่วโมง และเปิดเครื่องสแตนด์บายรอรับสายได้ยาวนานสูงสุดถึง 12 วัน! จากการทดสอบของทีมงาน MobileOcta หากใช้เป็นเครื่องสำรอง โทรเข้า-ออก วันละ 2-3 สาย แบตเตอรี่สามารถอยู่รอดได้เกิน 1 สัปดาห์สบาย ๆ แทบจะลืมที่ชาร์จไปได้เลยครับ

บทสรุป

Nokia 215 4G 2nd Edition ไม่ใช่แค่การนำมือถือเก่ามาทำใหม่ แต่เป็นการดึงเอาจุดเด่นของ “ความคลาสสิก ทนทาน แบตอึด” มาผสานเข้ากับ “เทคโนโลยียุคใหม่” ได้อย่างลงตัว ทั้งหน้าจอ IPS 2.8 นิ้วที่สวยงาม พอร์ตชาร์จ Type-C ที่ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ทันที และฟีเจอร์เซอร์ไพรส์อย่างกล้องหน้าสำหรับวิดีโอคอลและปุ่มสั่งการ AI

มือถือรุ่นนี้เหมาะกับใคร?

  • คนที่กำลังมองหา “มือถือเครื่องสำรอง (Backup Phone)” ที่พึ่งพาได้ แบตเตอรี่อึดทน สแตนด์บายได้นาน
  • ผู้สูงอายุ ที่ต้องการมือถือปุ่มกดจอใหญ่ ตัวหนังสือชัด ใช้งานง่าย แต่ยังสามารถวิดีโอคอลหาลูกหลานได้
  • ผู้ที่ต้องการทำ Digital Detox ลดการเล่นโซเชียลมีเดีย แต่ยังต้องการเครื่องมือสื่อสารที่แชทและโทร 4G ได้
  • ผู้ใช้งานระดับองค์กร หรือ สายลุยป่า ที่ต้องการเครื่องโทรศัพท์ที่มีความทนทานสูง

สำหรับใครที่สนใจสัมผัสประสบการณ์ฟีเจอร์โฟนระดับพรีเมียมแบบนี้ Nokia 215 4G 2nd Edition ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า คุ้มราคา และตอบโจทย์การใช้งานได้ตรงจุดที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดตอนนี้ครับ!

ทั้งนี้ Nokia 215 4G 2nd Edition ราคา 1,590 บาท พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้

เลือกซื้อได้ที่ร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ

📌Shopee> https://go.hmd.com/9ww

📌Lazada> https://go.hmd.com/2aj

📌Tiktok> https://go.hmd.com/q04

ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และร้านทั่ว ๆไป

#Nokia215 #ปรากฏการณ์ใหม่ #วิดีโอคอลได้ #AI #จอใหญ่สะใจ #HMD #MakersofNokiaphones #HumanMobileDevices