Google ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ Gemini Intelligence เตรียมอัปเดตลง Android ปลายปีนี้

Google เดินหน้าลุยตลาด AI อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัว Gemini Intelligence ชุดฟีเจอร์ใหม่ที่จะเข้ามายกระดับประสบการณ์การใช้งานสมาร์ตโฟน โดยเตรียมเปิดให้ใช้งานบนสมาร์ทโฟนเรือธงอย่างซีรีส์ Galaxy S26 และ Pixel 10 ในช่วง “ฤดูร้อนนี้”

ทางบริษัทยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า ฟีเจอร์เหล่านี้ “จะทยอยเปิดให้ใช้งานครอบคลุมอุปกรณ์ Android ของคุณทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทวอทช์ รถยนต์ แว่นตาอัจฉริยะ และแล็ปท็อป ในช่วงปลายปีนี้”

พลิกโฉมการสั่งงานด้วย AI อัจฉริยะแบบ Multi-step

Gemini Intelligence ถูกออกแบบมาให้สามารถรับมือกับคำสั่งที่มีหลายขั้นตอน (Multi-step tasks) ได้แบบอัตโนมัติ และที่ล้ำไปกว่านั้นคือ AI สามารถเข้าใจบริบทจากภาพบนหน้าจอ (Visual context) ทำให้พร้อมทำงานตอบสนองได้ทันที ตัวอย่างเช่น:

  • ช้อปปิ้งสะดวกขึ้น: หากคุณเปิดหน้ารายการซื้อของทิ้งไว้บนหน้าจอ คุณสามารถสั่งให้ Gemini เปลี่ยนรายการเหล่านั้นเป็นตะกร้าสินค้าที่พร้อมกดสั่งเดลิเวอรีได้เลย
  • วางแผนเที่ยวฉับไว: หากคุณกำลังดูโบรชัวร์สถานที่ท่องเที่ยว คุณสามารถสั่งให้ Gemini เข้าไปค้นหาและจองแพ็กเกจทัวร์แบบเดียวกันบน Expedia สำหรับ 6 คนได้ทันที

ในระหว่างที่ Gemini กำลังจัดการงานเหล่านี้อยู่เบื้องหลัง คุณสามารถติดตามสถานะการทำงานแบบเรียลไทม์ได้ผ่านแถบการแจ้งเตือน (Notification) และเมื่อระบบจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น คุณก็แค่ตรวจสอบและกดยืนยันในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น

อัปเกรด Chrome และระบบ Autofill ให้ฉลาดกว่าที่เคย

ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป เบราว์เซอร์ Chrome บน Android จะได้รับการอัปเกรดให้มี Gemini เข้ามาช่วยในการค้นคว้า สรุป และเปรียบเทียบข้อมูลบนเว็บไซต์ต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Auto Browse ที่ให้ Gemini ช่วยจัดการจองคิวหรือจองที่จอดรถแทนคุณได้ ผสานกับระบบ Autofill with Google ที่จะนำความสามารถของ Gemini’s Personal Intelligence มาช่วยกรอกข้อมูลอัตโนมัติในช่องกรอกข้อความตามแอปพลิเคชันต่างๆ ให้แม่นยำยิ่งขึ้น (โดยผู้ใช้ต้องกดยินยอมหรือ Opt-in ก่อนเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้)

Rambler ฟีเจอร์ใหม่บน Gboard พิมพ์ง่ายแม้พูดติดอ่าง

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Rambler ฟีเจอร์ใหม่บนแป้นพิมพ์ Gboard ที่เปิดโอกาสให้คุณพูดคุยป้อนคำสั่งเสียงแบบเป็นธรรมชาติ แม้จะมีการพูดติดอ่าง หรือมีคำสร้อยอย่าง “เอ่อ” “อ่า” ระบบก็จะทำการ “แปล” คำพูดเหล่านั้นให้ออกมาเป็นข้อความที่สละสลวยและอ่านง่าย ที่สำคัญคือระบบสามารถเข้าใจได้แม้ว่าคุณจะพูดสลับหลายภาษาในประโยคเดียวกัน โดยฟีเจอร์นี้จะมีสัญลักษณ์แสดงสถานะชัดเจนเมื่อถูกเปิดใช้งาน

สร้างวิดเจ็ตในฝัน และดีไซน์ใหม่ที่สบายตา

Gemini Intelligence ยังเอาใจสายคัสตอมด้วยฟีเจอร์ Create My Widget ที่เปิดให้คุณสร้างวิดเจ็ตในรูปแบบของตัวเองได้บน Android และ Wear OS เพียงแค่ออกคำสั่งผ่านการพิมพ์ข้อความ (Text prompt)

ปิดท้ายด้วยการปรับปรุง ภาษาการออกแบบ (Design language) ใหม่ทั้งหมด ซึ่ง Google ระบุว่าดีไซน์ใหม่นี้ “ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังเน้นฟังก์ชันการใช้งาน โดยมีแอนิเมชันที่เคลื่อนไหวอย่างมีจุดประสงค์ เพื่อลดสิ่งรบกวนสายตา และช่วยให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้าได้ดียิ่งขึ้น”

ที่มา : Gsmarena