CMF แบรนด์ย่อยภายใต้ Nothing ประกาศเปิดตัว CMF Clip Pro อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการรุกตลาดหูฟังแบบเปิดหู (Open-ear) อย่างเต็มตัว หลังจากที่ Nothing เคยเปิดตัว Nothing Ear (open) ไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว โดยหูฟังรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนเมือง ผู้ที่ชอบออกกำลังกาย และวัยทำงานที่ต้องการฟังเพลงอย่างคมชัด แต่ยังคงได้ยินเสียงสภาพแวดล้อมรอบข้างเพื่อความปลอดภัย
ดีไซน์ตามหลักสรีรศาสตร์ สวมใส่สบายตลอดวัน

จุดเด่นของ Clip Pro คือการออกแบบที่เน้นความสบายในการสวมใส่เป็นระยะเวลานาน:
- ดีไซน์แบบคลิปหนีบ 3 จุด (3-point Clip Design): ช่วยกระจายแรงกดทับทั่วใบหู ทำให้ไม่เจ็บเมื่อใส่เป็นเวลานาน
- น้ำหนักเบาหวิว: หูฟังแต่ละข้างมีน้ำหนักเพียง 5.9 กรัม
- โครงสร้างแกนรูปตัว C (C-bridge): แกนด้านในทำจากลวดไทเทเนียมที่มีความยืดหยุ่น หุ้มด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อผิวหนัง สามารถปรับให้เข้ากับสรีระหูของแต่ละคนได้
- Acoustic Pod: รูปทรงถูกออกแบบมาให้ลดการสัมผัสกับใบหูให้มากที่สุด พร้อมส่งตรงเสียงเข้าสู่ช่องหูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประสิทธิภาพเสียงระดับ Hi-Res

เพื่อแก้ปัญหาเสียงย่านความถี่ต่ำที่มักพบในหูฟังแบบ Open-ear ทาง CMF ได้ผสานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว:
- ไดรเวอร์ขนาด 10.8mm: ไดรเวอร์ไดนามิกแบบแม่เหล็กคู่ (Dual-magnet) ที่ปรับจูนเสียงร้องให้สมดุลและให้เสียงแหลมที่มีรายละเอียดชัดเจน
- เทคโนโลยี Ultra Bass: อัลกอริทึมที่จะช่วยบูสต์เสียงเบสให้แน่นขึ้น พร้อมลดการบิดเบือนของเสียงแหลม
- รองรับ Hi-Res Audio: รองรับ Codec ทั้ง LDAC, AAC และ SBC สำหรับการสตรีมเพลงความละเอียดสูงแบบไร้สาย
ระบบไมโครโฟนและการรักษาความเป็นส่วนตัว (Acoustic Privacy)
เพื่อการคุยโทรศัพท์ที่ชัดเจนและป้องกันเสียงลอดออกไปรบกวนคนรอบข้าง:
- ไมโครโฟน 4 ตัว (4 HD mics): ทำงานร่วมกับชิป VPU และเทคโนโลยี Clear Voice เพื่อตัดเสียงรบกวนรอบข้าง (เช่น เสียงลม, เสียงจราจร) ให้เสียงสนทนาคมชัด
- Sound Seal System: ระบบควบคุมเสียงย่านกลางและแหลม เพื่อลดปัญหาเสียงรั่วไหล (Audio leakage) โดยสามารถตั้งค่าผ่านแอป Nothing X ได้
ควบคุมง่ายผ่านปุ่มกดและ “Smart Dial” บนเคส

- Smart Dial บนเคสชาร์จ: ไฮไลต์สำคัญคือปุ่มหมุน (Dial) บนเคสชาร์จ ที่ให้ผู้ใช้สามารถหมุนเพื่อปรับระดับเสียง, ควบคุมการเล่นเพลง, จัดการสายเรียกเข้า และกดจับคู่ (Pairing) ได้โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟน
- ปุ่มกดแบบ Physical: บนตัวหูฟังใช้ปุ่มกดแบบปุ่มจริง (Tactile buttons) เพื่อความแม่นยำในการกด แม้ขณะออกกำลังกายหรือสวมถุงมือ
สรุปสเปคเบื้องต้น CMF Clip Pro
- ไดรเวอร์: Dynamic Driver ขนาด 10.8mm (ไดอะแฟรม TPU + LCP)
- การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.4 (รองรับ Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair, Dual Device Connection)
- มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น: IP54 (สำหรับหูฟัง) และ IPX2 (สำหรับเคส)
- โหมดเกมมิ่ง: Low Lag Mode
- แบตเตอรี่: ฟังเพลงต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง / รวมเคสชาร์จใช้งานได้สูงสุด 32.5 ชั่วโมง (คุยโทรศัพท์ได้ 25 ชั่วโมง)
- ระบบชาร์จไว: ชาร์จเพียง 10 นาที สามารถฟังเพลงได้นานถึง 4 ชั่วโมง
ราคาและการวางจำหน่าย

CMF Clip Pro มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาเข้ม (Dark Grey), สีเทาอ่อน (Light Grey) และสีส้มคอรัล (Coral) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตามช่วงเวลาดังนี้:
- สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น: เริ่มวางจำหน่าย 15 สิงหาคม ในราคา 99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,500 บาท) หรือ 79 ปอนด์
- ยุโรปและประเทศอื่นๆ (Rest of World): เริ่มวางจำหน่าย 15 กันยายน เป็นต้นไป (หมายเหตุ: CMF ยืนยันว่าจะไม่มีการวางจำหน่ายสมาร์ทแบนด์และหูฟังรุ่นนี้ในประเทศอินเดีย)
ที่มา : Fonearena









