vivo เปิดตัว OriginOS 7 รันบน Android 17 ชูลื่นไหลระดับ 6 ปี รองรับการเชื่อมต่อ Apple Watch พร้อมเปิดพรีวิวในไทยวันนี้

ควบคู่ไปกับการเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงซีรีส์ X500 ในประเทศจีนวันนี้ vivo ได้ทำการเผยโฉมระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดอย่าง OriginOS 7 ซึ่งได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของ Android 17 อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นที่การมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล อัจฉริยะ และการเชื่อมต่อข้ามอีโคซิสเต็มที่ไร้รอยต่อ

ยกเครื่องเอนจินใหม่ ลื่นไหลยาวนาน 6 ปี

เป้าหมายหลักของการพัฒนา OriginOS 7 คือการทำให้ทุกการโต้ตอบกับสมาร์ตโฟนเป็นไปอย่างราบรื่น โดยทาง vivo การันตีว่าระบบจะยังคงความลื่นไหลแม้ผ่านการใช้งานประจำวันไปแล้วถึง 6 ปี:

  • Origin Smooth Engine: การปรับโครงสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ทั้งหมด ครอบคลุมทั้งการคำนวณกราฟิก การจัดการหน่วยความจำ และการจัดตารางเวลาของระบบ
  • Ultra-Core Computing: ระบบจัดสรรทรัพยากรการประมวลผลแบบไดนามิกตามความต้องการใช้งาน ช่วยให้เครื่องตอบสนองได้ดีแม้ในสถานการณ์ที่ใช้งานหนัก
  • สถิติความเร็วที่เพิ่มขึ้น: เปิดแอปพลิเคชันครั้งแรก (Cold Start) เร็วขึ้น 10% และสลับหน้าแอปเพจได้เร็วกว่ารุ่นก่อนถึง 11%
  • Memory Fusion: จัดการหน่วยความจำได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยสามารถเรียกคืนหน่วยความจำได้มากขึ้น 60% และช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 25GB (สำหรับรุ่นความจุ 256GB)
  • การเรนเดอร์กราฟิก: ไปป์ไลน์การเรนเดอร์แบบใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น 14.4%
  • Fluid Motion: แอนิเมชันการปัด การแตะ และการเปลี่ยนหน้าจออิงตามหลักฟิสิกส์ธรรมชาติ (Natural Physics) พร้อมเอฟเฟกต์ยืดหยุ่นคล้ายของเหลวที่ตอบสนองตามทิศทางและความเร็วของนิ้วมือ

ทลายกำแพงอีโคซิสเต็ม: เชื่อมต่อ Apple Watch และ iCloud ได้แล้ว

OriginOS 7 สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมฝั่ง Apple อย่างเต็มรูปแบบ:

  • Apple Watch: สามารถจับคู่เพื่อแสดงการแจ้งเตือน และซิงค์ข้อมูลการออกกำลังกายรวมถึงข้อมูลสุขภาพที่สำคัญเข้าสู่แอป Origin Health ได้โดยตรง
  • AirPods: แสดงระดับแบตเตอรี่บนแถบ Origin Island (คล้าย Dynamic Island) พร้อมรองรับระบบเสียงตามตำแหน่ง (Spatial Audio)
  • iCloud & vivo Office Kit: ผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์ใน iCloud ผ่าน vivo File Manager ได้ทันที นอกจากนี้ vivo Office Kit ยังคงรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนเข้ากับ iPad, macOS และ Windows ได้อย่างราบรื่น

ผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi และฟีเจอร์ปรับแต่ง UI สุดล้ำ

  • AI Jovi: เอเจนต์ส่วนตัวที่เชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ ถูกผนวกเข้ากับ OriginOS 7 และ Office Kit สามารถประสานงานข้ามสมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์ รวมถึงรองรับการตั้งเวลาการทำงาน โดยทุกการกระทำอัตโนมัติของ Jovi จะถูกบันทึกไว้ โปร่งใส และต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ใช้ในขั้นตอนสำคัญเสมอ
  • Wiggle Theme: เปลี่ยนภาพถ่ายให้กลายเป็นพื้นผิวของเหลวแบบอินเทอร์แอกทีฟ ที่เกิดรอยกระเพื่อม ยุบตัว และเด้งกลับเมื่อสัมผัส
  • Glint Theme: ใช้ไจโรสโคป (Gyro) เพื่อสร้างแสงและเงาที่สมจริงบนวอลเปเปอร์ ซึ่งจะเปลี่ยนทิศทางตามการเอียงของตัวเครื่อง
  • StickIt: ฟีเจอร์สำหรับสร้างคอลลาจ (Collage) ภาพถ่ายแบบเลเยอร์ซ้อนกันแบบไดนามิก สามารถนำไปตั้งค่าได้ทั้งบนหน้าจอล็อก, หน้าจอโฮม และ Always-On Display
  • Pet Pals: สัตว์เลี้ยงจำลองบนหน้าจอที่จะโต้ตอบกับผู้ใช้ตามการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์, สถานะการชาร์จแบตเตอรี่, การเล่นเพลง และช่วงเวลาของวัน (กลางวัน/กลางคืน)

เปิดให้ทดสอบ Preview Program ในไทยแล้ววันนี้!

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ vivo ประกาศเปิดตัว Preview Program (หรือรูปแบบ Open Beta) สำหรับระบบปฏิบัติการ OriginOS 7 แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยจะเริ่มปล่อยอัปเดตให้กับ vivo X300 Pro และ สมาร์ตโฟน iQOO บางรุ่น ในกลุ่มประเทศ อินเดีย, ไทย และมาเลเซีย เป็นกลุ่มแรก

ที่มา : Gsmarena