เปิดตัว MacBook Pro ซีรีส์ใหม่ อัปเกรดจอ PROLED XDR (Tandem OLED) รองรับทัชสกรีนครั้งแรกบน Mac พร้อม Dynamic Island และโลโก้ Apple เรืองแสง

Apple สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการคอมพิวเตอร์พกพา ด้วยการประกาศเปิดตัว MacBook Pro ซีรีส์ใหม่ อย่างเป็นทางการ โดยจะวางจำหน่ายควบคู่ไปกับไลน์อัป MacBook Pro รุ่นปัจจุบัน ไฮไลต์สำคัญคือการนำพาเนลหน้าจอ OLED ที่แฟน ๆ รอคอยมาอย่างยาวนานมาใช้งานเป็นครั้งแรก ควบคู่ไปกับการทลายกำแพงเดิม ๆ ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ หน้าจอสัมผัส (Touchscreen) เข้ามาบนคอมพิวเตอร์ Mac เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

หน้าจอ PROLED XDR เทคโนโลยี Tandem OLED สว่างสูงสุด 2,000 nits

หัวใจหลักของการอัปเกรดในครั้งนี้คือเทคโนโลยีหน้าจอใหม่ที่ Apple ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “PROLED XDR”:

  • เทคโนโลยี Tandem OLED: ใช้สถาปัตยกรรมการซ้อนแผงหน้าจอ OLED สองชั้นเข้าด้วยกันเหมือนกับที่ใช้ใน iPad Pro รุ่นล่าสุด เพื่อช่วยเพิ่มพลังความสว่างและยืดอายุการใช้งานของเม็ดพิกเซล
  • ความสว่างและสีสันระดับโปร: สามารถดันความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด (Peak Brightness) ได้ถึง 2,000 nits และให้ความสว่างต่อเนื่องทั้งหน้าจอ (Sustained Brightness) ที่ 1,000 nits รองรับอัตรารีเฟรชเรตแบบแปรผัน (Variable Refresh Rate) ตั้งแต่ 10Hz ถึง 120Hz พร้อมครอบคลุมขอบเขตสีระดับมืออาชีพทั้ง P3 และ Adobe RGB

รองรับทัชสกรีนครั้งแรกบน Mac และบอกลาติ่งหน้าจอด้วย Dynamic Island

นอกเหนือจากคุณภาพการแสดงผลที่ก้าวกระโดดแล้ว หน้าจอของ MacBook Pro รุ่นใหม่ยังมาพร้อมความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีก 2 จุด:

  • รองรับระบบสัมผัส (Touchscreen Support): นับเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถใช้นิ้วแตะสัมผัสหน้าจอ Mac ได้โดยตรง ทั้งนี้ Apple วางตำแหน่งฟีเจอร์ทัชสกรีนให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเสริมในการโต้ตอบกับคอนเทนต์และโปรเจกต์ภายในแอปพลิเคชัน มากกว่าจะใช้แทนเมาส์หรือแทร็กแพดทั้งหมด เนื่องจากระบบปฏิบัติการ macOS ไม่ได้ถูกออกแบบยกเครื่องใหม่เพื่อการสัมผัสโดยเฉพาะ และที่น่าสังเกตคือ ไม่มีการรองรับปากกา Apple Pencil แต่อย่างใด
  • เปลี่ยนรอยบากเป็น Dynamic Island: บอกลารอยบาก (Notch) แบบเดิม แล้วแทนที่ด้วย Dynamic Island เหมือนบน iPhone อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องยังคง ไม่มีระบบสแกนใบหน้า Face ID โดยการยืนยันตัวตนเพื่อความปลอดภัยยังคงใช้ปุ่มสแกนลายนิ้วมือ Touch ID เป็นหลักเช่นเดิม

บอดี้บางเบาลงสูงสุด 300 กรัม การกลับมาของโลโก้เรืองแสง และลำโพงเบสแน่นขึ้น 50%

Apple ยังได้ปรับปรุงโครงสร้างตัวเครื่องภายนอกและระบบระบายความร้อนภายในของรุ่นจอ OLED ให้แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน:

  • ตัวเครื่องกะทัดรัดและเบาลงมาก: มิติตัวเครื่องในทุกด้านมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมเล็กน้อยในระดับไม่กี่มิลลิเมตร แต่สิ่งที่เห็นผลชัดเจนที่สุดคือ น้ำหนักตัวเครื่องที่เบาลงถึงประมาณ 200 – 300 กรัม (ขึ้นอยู่กับรุ่นขนาดหน้าจอ) พร้อมออกแบบระบบระบายความร้อนภายในใหม่ เพื่อเป่าลมร้อนให้ออกห่างจากแผงหน้าจอ OLED
  • โลโก้ Apple เรืองแสงสุดคลาสสิก: ฟีเจอร์ที่ถูกใจสาวกมากที่สุดคือ โลโก้รูปแอปเปิลบนฝาหลังสามารถเรืองแสงได้ (Glowing Apple Logo) เหมือนกับ MacBook ยุคคลาสสิกในอดีต ซึ่งช่วยสร้างความโดดเด่นและแบ่งแยกMacBook Pro รุ่นจอ OLED ออกจากรุ่นปกติได้ทันทีที่เห็น
  • อัปเกรดระบบลำโพง 6 ตัวโฉมใหม่: ติดตั้งวูฟเฟอร์ (Woofers) รุ่นใหม่ที่ให้เสียงเบสทุ้มลึกกว่าเดิมถึง 50% พร้อมทวีตเตอร์ (Tweeters) ชุดใหม่ และปรับโครงสร้างทางเดินเสียงให้ลำโพงยังคงขับเสียงออกมาได้คมชัดเต็มมิติ แม้จะพับปิดฝาหน้าจออยู่ก็ตาม (Clamshell Mode)

ขุมพลัง M5 Pro และ M5 Max พร้อมสรุปราคาเปิดตัวและวันวางจำหน่าย

สำหรับสเปกภายในส่วนอื่น ๆ ของ MacBook Pro รุ่นจอ PROLED XDR จะใช้พื้นฐานเดียวกับรุ่นมาตรฐานที่วางจำหน่ายอยู่ โดยขับเคลื่อนด้วยตัวเลือกชิปเซต Apple M5 Pro และ Apple M5 Max พร้อมตัวเลือกขนาดหน่วยความจำ (RAM), ความจุ (SSD), พอร์ตเชื่อมต่อ และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่เท่ากันทุกประการ ความแตกต่างจึงอยู่ที่การเลือกอัปเกรดมาใช้หน้าจอ OLED แบบสัมผัสและดีไซน์ตัวเครื่องใหม่เป็นหลัก

MacBook Pro รุ่นหน้าจอ PROLED XDR เปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) แล้วตั้งแต่วันนี้ และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 โดยมีรายละเอียดราคาเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาดังนี้:

รุ่นหน้าจอชิปประมวลผลราคาเปิดตัวสหรัฐฯ (ดอลลาร์)ราคาประมาณการ (บาท)*
MacBook Pro 14 นิ้ว (PROLED XDR)Apple M5 Pro$2,899~98,500 บาท
MacBook Pro 16 นิ้ว (PROLED XDR)Apple M5 Pro$3,399~115,500 บาท
MacBook Pro 14 นิ้ว (PROLED XDR)Apple M5 Max$4,499~152,900 บาท
MacBook Pro 16 นิ้ว (PROLED XDR)Apple M5 Max$4,799~163,000 บาท

(หมายเหตุ: ราคาประมาณการคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย รอติดตามการอัปเดตบนหน้าเว็บไซต์ Apple Thailand เร็ว ๆ นี้)

ที่มา : Gsmarena