หลังจากที่ vivo ได้จัดงานเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงตระกูล vivo X500 Series ในประเทศจีนไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา และได้ประกาศเตรียมจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดยุโรปในวันที่ 27 ตุลาคมนี้
ล่าสุดมีข้อมูลหลุดเกี่ยวกับโครงสร้างราคาและตัวเลือกความจุในฝั่งยุโรปเปิดเผยออกมาแล้ว พร้อมจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจทำให้ผู้ใช้สายเรือธงรุ่นเริ่มต้นต้องแปลกใจ เมื่อมีรายงานว่าทาง vivo อาจนำสมาร์ตโฟนเข้ามาทำตลาดในยุโรปเพียงแค่ 2 จากทั้งหมด 3 รุ่นเท่านั้น
ส่อแววไร้เงา vivo X500 รุ่นมาตรฐานในยุโรป

ตามรายงานจากแหล่งข่าววงในที่เชื่อถือได้ระบุว่า vivo X500 รุ่นธรรมดา (Vanilla) อาจไม่ได้รับการนำเข้ามาทำตลาดในภูมิภาคยุโรปตั้งแต่แรก หรือหากมีความเป็นไปได้ที่จะตามมาในภายหลัง ก็จะไม่ได้เปิดตัวพร้อมกันในระลอกแรกอย่างแน่นอน โดยงานอีเวนต์วันที่ 27 ตุลาคมนี้จะมุ่งเน้นไปที่สองรุ่นพี่ระดับไฮเอนด์อย่าง vivo X500 Pro และ vivo X500 Pro Max เป็นหลัก
เผยราคาและความจุ: vivo X500 Pro และ vivo X500 Pro Max
สำหรับโครงสร้างราคาจำหน่ายและตัวเลือกเฉดสีในยุโรป มีรายละเอียดดังนี้:
- vivo X500 Pro:
- รุ่นความจุ: RAM 12GB + ROM 256GB (ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจะมีตัวเลือกความจุอื่นเพิ่มเติมหรือไม่)
- ราคาจำหน่าย: 1,399 ยูโร (ประมาณ 51,500 บาท)
- ตัวเลือกสี: สีดำ (Moonlit Black) และ สีขาว (Sunny White)
- vivo X500 Pro Max:
- รุ่นความจุ: RAM 12GB + ROM 512GB
- ราคาจำหน่าย: 1,799 ยูโร (ประมาณ 66,000 บาท)
- ตัวเลือกสี: สีดำ (Moonlit Black) และ สีเทา (Starry Gray)
- ชุดอุปกรณ์เสริม Photographer Kit: หากต้องการซื้อคู่กับชุดกริปถ่ายภาพระดับโปร ราคารวมจะอยู่ที่ 1,999 ยูโร (ประมาณ 73,500 บาท)
เทียบชั้นคู่แข่ง: ชนราคา OPPO Find X10 Pro Max ถูกกว่า iPhone 18 Pro Max เล็กน้อย

แม้ข้อมูลราคาดังกล่าวจะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก vivo แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับราคาหลุดของคู่แข่งสำคัญอย่าง OPPO Find X10 Series ที่เตรียมเปิดตัวในยุโรปวันที่ 21 ตุลาคมนี้ จะพบว่า vivo X500 Pro Max มีราคาเปิดตัวที่ 1,799 ยูโร เท่ากันพอดิบพอดี ทั้งยังให้สเปก RAM และขนาดความจุเริ่มต้นมาเท่ากันอีกด้วย
นอกจากนี้ เมื่อนำไปเทียบกับฝั่งของ Apple พบว่า ทั้ง vivo X500 Pro Max และ OPPO Find X10 Pro Max มีราคาจำหน่ายในยุโรปถูกกว่า iPhone 18 Pro Max ในรุ่นความจุเดียวกันอยู่ประมาณ 50 ยูโร (ราว 1,800 บาท) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างราคาสมาร์ตโฟนระดับแฟลกชิปในตลาดยุโรปยุคนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับรายละเอียดสเปกฉบับเต็มของเวอร์ชัน Global และกำหนดการวางจำหน่ายในกลุ่มประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย ต้องรอติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการในงานเปิดตัววันที่ 27 ตุลาคมนี้
ที่มา : Gsmarena









