vivo เดินหน้าลุยตลาดเครื่องเสียงอย่างเต็มตัว ล่าสุดประกาศเปิดตัวหูฟังครอบหูพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนรุ่นแรกของแบรนด์ ภายใต้ชื่อที่เรียบง่ายอย่าง vivo Over-Ear Noise-Canceling Headphones โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนด้วยราคาเพียง 499 หยวน (ประมาณ $70 หรือราว 2,500 บาท) และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 10 มิถุนายนนี้
ดีไซน์สวมใส่สบาย ใส่ใจแม้กระทั่งเส้นผมของผู้ใช้งาน

หูฟังรุ่นนี้มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว (Cloud White) และสีม่วง (Breeze Purple) ทาง vivo เน้นย้ำว่าได้ทุ่มเทให้กับการออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้สวมใส่ได้สบายที่สุด
- น้ำหนักเบา: ตัวหูฟังมีน้ำหนักเพียง 238 กรัม
- วัสดุพรีเมียม: บริเวณครอบหู (Earcups) ใช้เมมโมรี่โฟมหุ้มหนังนุ่มพิเศษ
- ก้านคาดศีรษะลดแรงกด: ใช้โฟมคืนตัวช้า (Slow-rebound foam) พร้อมหุ้มวัสดุคล้ายหนังเพื่อลดแรงกดทับเมื่อฟังเพลงต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- บานพับเป็นมิตรต่อเส้นผม: ออกแบบบานพับมาเป็นพิเศษเพื่อป้องกันปัญหาหูฟังกินเส้นผมขณะปรับระดับ
ระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ และคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res

ในด้านการตัดเสียงรบกวน vivo เคลมว่าสามารถลดเสียงรบกวนได้ลึกสูงสุดถึง 58dB พร้อมโหมด Adaptive ANC ที่ปรับการตัดเสียงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ เช่น บนเครื่องบิน รถไฟใต้ดิน หรือรถประจำทาง (หมายเหตุ: ระบบ Adaptive ANC จะทำงานเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เท่านั้น ไม่รองรับการเชื่อมต่อแบบผ่านสาย)
ส่วนเรื่องคุณภาพเสียง หูฟังครอบหู vivo รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 40 มิลลิเมตร การันตีคุณภาพด้วยมาตรฐาน Hi-Res Audio ทั้งสำหรับการฟังแบบมีสายและไร้สาย นอกจากนี้ยังมีระบบ Spatial Audio ที่ประมวลผลผ่านเอนจิน “Golden Ear Acoustics Lab” ช่วยแปลงเสียงสเตอริโอปกติให้กลายเป็นเสียงรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมอีควอไลเซอร์ (EQ) 10 แบนด์ให้ผู้ใช้ปรับแต่งเสียงได้ตามใจชอบ
แบตเตอรี่สุดอึด ข้ามวันข้ามคืนไม่มีสะดุด

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคืออายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน โดยสามารถใช้งานได้สูงสุดดังนี้:
- ปิดโหมด ANC: ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 75 ชั่วโมง
- เปิดโหมด ANC: ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 35 ชั่วโมง
- ชาร์จไว: ชาร์จเพียง 10 นาที สามารถฟังเพลงต่อได้ยาวนานถึง 9 ชั่วโมง
ฟีเจอร์ AI ครบครัน และการเชื่อมต่อที่ลื่นไหล

หูฟังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้พร้อมกันถึง 3 อุปกรณ์ และสลับการใช้งานได้ง่ายๆ เพียงสัมผัสเดียว มาพร้อมโหมดความหน่วงต่ำ (Low-latency) สำหรับสายเกมเมอร์ นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ AI เช่น ระบบแปลภาษาอัจฉริยะ และผู้ช่วย AI สำหรับจัดการสายเรียกเข้า
การควบคุมตัวหูฟังใช้ปุ่มกดแบบฟิสิคัลบริเวณครอบหู ซึ่งประกอบด้วยปุ่มเปิด/ปิดระบบตัดเสียงรบกวน, ปุ่ม Bluetooth, วงล้อปรับระดับเสียง และปุ่มพาวเวอร์
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า vivo Over-Ear Noise-Canceling Headphones จะมีแผนวางจำหน่ายในตลาด Global (รวมถึงประเทศไทย) ด้วยหรือไม่ แฟนๆ vivo คงต้องรอติดตามข่าวสารกันต่อไปครับ
ที่มา : Gizmochina









