ไปรษณีย์ไทยฉลอง 40 ปี ถอดรหัสพฤติกรรมส่งด่วน เผย 5 จังหวัดตัวท็อป พร้อมชูแคมเปญ “EMS เพื่อ SME

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดอินไซต์พฤติกรรมการใช้บริการ EMS ของกลุ่มผู้ประกอบการไทยในโอกาสครบรอบ 40 ปี บริการส่งด่วน EMS สะท้อนบทบาทของบริการจัดส่งที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านโลจิสติกส์ แต่เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME และผู้ค้าออนไลน์สามารถเข้าถึงลูกค้า ขยายตลาด และสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

พร้อมเผย 5 จังหวัดนักส่งด่วน ตัวท็อป ได้แก่ สมุทรสาคร พิษณุโลก ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และสระบุรี ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ SME อย่างโดดเด่น

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา EMS ได้พัฒนาจากบริการส่งด่วนสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ค้าออนไลน์ที่ต้องการความรวดเร็วความน่าเชื่อถือ และการเข้าถึงเครือข่ายการจัดส่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจในยุคดิจิทัล

ข้อมูลอินไซต์จากผู้ใช้บริการ EMS ยังสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้ประกอบการไทยที่เปลี่ยนแปลงไปตามการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

· จังหวัดส่งด่วนตัวท็อป ได้แก่ สมุทรสาคร พิษณุโลก ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และสระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการจำนวนมาก มีความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจสูง และเป็นฐานสำคัญของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและสินค้าเด่นประจำท้องถิ่น

· หลังเลิกงาน – วีคเอนด์ คือช่วงเวลาทองของการฝากส่ง EMS โดยพบว่ากลุ่มผู้ค้าออนไลน์นิยมใช้ช่วงเวลาหลังเลิกงานในการจัดการคำสั่งซื้อและนำสินค้าเข้าระบบจัดส่ง ขณะที่วันหยุด สุดสัปดาห์ยังคงมีการฝากส่งอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าการค้าขายออนไลน์ในปัจจุบันดำเนินตลอด 7 วัน ไม่มีวันหยุด

· ตลอด 40 ปี EMS ได้พัฒนาบริการให้ตอบโจทย์การค้าขายที่หลากหลาย ตั้งแต่การส่งผลไม้ สินค้าเกษตร ยาและเวชภัณฑ์ ไปจนถึงสินค้าขนาดใหญ่ผ่าน EMS Jumbo ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถขยายตลาดจากท้องถิ่นสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น

· ผู้ประกอบการ SME และผู้ค้าออนไลน์ ยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ EMS โดยพบผู้ขายระดับท็อปที่สามารถสร้างยอดฝากส่งพัสดุได้หลายพันชิ้นต่อวันสะท้อนศักยภาพของธุรกิจไทยที่สามารถเติบโตและเข้าถึงลูกค้าได้ในวงกว้างผ่านระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ

· ช่วง Double Day อาทิ 8.8 9.9 และ 11.11 รวมถึงเทศกาลสำคัญต่าง ๆ ของปี ยังคงเป็นช่วงเวลาที่มีปริมาณการฝากส่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซและพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภค ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการ

ไปรษณีย์ไทยมุ่งพัฒนา EMS ให้เป็นมากกว่าบริการจัดส่งสินค้า โดยพร้อมทำหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการไทย ผ่านทั้งบริการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพและการต่อยอดโอกาสทางการตลาด เพื่อให้ SME สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 

ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยได้จัดกิจกรรม “EMS เพื่อ SME พิเศษกว่าแค่ส่งด่วน” เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการใน 6 กลุ่มสินค้า ได้แก่ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า อาหารและเครื่องดื่ม อุปกรณ์กีฬา เครื่องสำอาง เครื่องประดับ และของใช้ในบ้าน ที่ใช้บริการ EMS ร่วมลุ้นรับการโปรโมตร้านค้าผ่านอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการตลาดและคูปองส่วนลดค่าส่ง รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท ตอกย้ำบทบาทของ EMS ในฐานะเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างยอดขาย เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และสนับสนุนการเติบโตของ SME ไทยได้มากกว่าการเป็นบริการส่งด่วนเพียงอย่างเดียว

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th

เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

X : @Thailand_Post

ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post

 ติ๊กต็อก : @thailandpostchannel