เจาะสูตรลับ 143 ปี ‘ไปรษณีย์ไทย’ ถอดกลยุทธ์แบรนด์ที่ฝ่าทุกวิกฤตธุรกิจ

ในยุคที่ทุกแบรนด์กำลังแข่งขันกันเก็บข้อมูลลูกค้า ลงทุนกับ AI และพัฒนา CRM อย่างเข้มข้นคำถามที่น่าสนใจคือ อะไรคือเหตุผลที่ทำให้บางแบรนด์ยังคงอยู่ในใจผู้บริโภคได้ยาวนานกว่าศตวรรษ “ไปรษณีย์ไทย” อาจเป็นหนึ่งในคำตอบนั้น 

แม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมที่ถูกดิสรัปต์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แต่ไปรษณีย์ไทยยังคงยืนหนึ่งเป็นแบรนด์ที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และยังสามารถปรับบทบาทสู่ Lifestyle Brand ที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น

เบื้องหลังความสำเร็จอาจไม่ได้อยู่ที่เครือข่ายหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสาน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Data, Emotion และ Trust จนกลายเป็นความได้เปรียบที่สร้างความแตกต่างในวันที่ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีได้ไม่ต่างกัน บทความนี้จะชวนนักการตลาดและกลุ่มธุรกิจไปถอด 3 บทเรียนไปรษณีย์ไทย จากเวที “MAT Insight Visit #4”

·      บทเรียนที่ 1 : “Data” มีค่า  แต่ “Relationship” มีมูลค่ามากกว่า

ทุกวันนี้แทบทุกองค์กรลงทุนกับ Data Analytics และ CRM เพื่อทำความเข้าใจลูกค้า แต่สำหรับไปรษณีย์ไทย สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าข้อมูลคือ “ความสัมพันธ์” ตลอดระยะเวลากว่า 143 ปี ไปรษณีย์ไทยมีบทบาทอยู่ในหลากหลายช่วงเวลาสำคัญของชีวิตผู้คน ตั้งแต่จดหมายข่าวดี เอกสารสำคัญ ของขวัญจากคนไกล ไปจนถึงพัสดุที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว คนรัก และผู้ประกอบการทั่วประเทศ 

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มองว่า “สิ่งที่ไปรษณีย์ไทยมีแล้วคนอื่นไม่มี คือความสัมพันธ์”  ซึ่งเป็นแนวคิดที่ก้าวข้ามคำว่า CRM ไปสู่ Relationship Capital หรือทุนทางความสัมพันธ์ที่สั่งสมมายาวนาน และกลายเป็นสินทรัพย์ที่คนไม่สามารถสร้างขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น 

เมื่อทุนทางความสัมพันธ์ถูกนำมาผสานกับ Data องค์กรจึงสามารถพัฒนาบริการใหม่ ๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เช่น Postman Cloud บริการที่ต่อยอดศักยภาพของเครือข่ายบุรุษไปรษณีย์และข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงสินค้า บริการ และความต้องการของผู้คนได้อย่างตรงจุดพร้อมยกระดับบทบาทบุรุษไปรษณีย์สู่ “Mobile Touchpoint” ที่สามารถเข้าถึงลูกค้า เข้าใจบริบทของแต่ละพื้นที่ และนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทเรียนสำคัญคือ Data อาจช่วยให้รู้จักลูกค้า แต่ Relationship หรือความสัมพันธ์คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเลือกอยู่กับแบรนด์ในระยะยาว

·      บทเรียนที่ 2 : ไม่แข่งกับคู่แข่ง จงแข่งกับพฤติกรรมผู้บริโภค

หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจจาก ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการและประธานอนุกรรมการด้านกลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาดและการสื่อสาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย คือ เราไม่ได้แข่งขันกับบริษัทขนส่งรายอื่น เราแข่งกับพฤติกรรมผู้บริโภค” เพราะในโลกธุรกิจปัจจุบัน คู่แข่งที่แท้จริงอาจไม่ใช่ผู้เล่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่คือความคาดหวังใหม่ ๆ ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

แนวคิดดังกล่าวทำให้ไปรษณีย์ไทยก้าวจากผู้ให้บริการขนส่งสู่ “Lifestyle  logistics” ที่เข้าใจและเข้าถึงความต้องการของผู้คนในทุกช่วงชีวิต ผ่านบริการที่ตอบโจทย์ทั้งด้านกายภาพและดิจิทัล ตั้งแต่การขนส่งผลไม้ ส่งยา ส่งนมแม่ ไปจนถึงบริการที่เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน 

บทเรียนสำคัญคือ ในโลกที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วกว่าเทคโนโลยี การสร้าง Emotional Connection จึงกลายเป็นแต้มต่อสำคัญ เพราะเมื่อแบรนด์เข้าใจความรู้สึกของผู้คนได้จริง ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นย่อมแข็งแรงกว่าความได้เปรียบทางราคาเพียงอย่างเดียว

·      บทเรียนที่ 3 : ถอยจาก “สงครามราคา” สู่การสร้างคุณค่าที่คนยอมจ่าย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายธุรกิจเลือกแข่งขันด้วยโปรโมชันและสงครามราคา แต่ไปรษณีย์ไทย กลับเลือกอีกเส้นทางหนึ่ง นั่นคือการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับบริการเพราะองค์กรเชื่อว่าลูกค้าไม่ได้มองหาทางเลือกที่ถูกที่สุดเสมอไป แต่กำลังมองหาทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ผศ.ดร.เอกก์ มองว่า โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่ลูกค้าไม่มีกำลังซื้อ แต่อยู่ที่ทำอย่างไรให้เขาเต็มใจจ่ายต่างหาก” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านการพัฒนาบริการเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ที่ต้องมีระบบยืนยันตัวตน บริการผ่านเครือข่ายบุรุษไปรษณีย์ทั่วประเทศ หรือแพลตฟอร์มเอกสารดิจิทัลอย่าง PromptPost ที่มีความน่าเชื่อถือในเชิงกฎหมาย

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แข่งขันด้วย “ราคา” แต่แข่งขันด้วย “คุณค่า” ที่สร้าง “Trust” หรือความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค เพราะในโลกที่เทคโนโลยีและบริการสามารถพัฒนาให้ใกล้เคียงกันได้ สิ่งที่สร้างได้ยากที่สุดกลับเป็นความเชื่อมั่นที่สะสมจากการส่งมอบคุณค่าอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

·      Data + Emotion + Trust สูตรสำเร็จของแบรนด์ยุคใหม่

บทเรียนจากไปรษณีย์ไทยสะท้อนหลักสำคัญของการสร้างแบรนด์ยุคใหม่ คือการใช้ Data เพื่อเข้าใจลูกค้า นำไปสู่การสร้าง Relationship และ Emotion ที่แข็งแรง ก่อนหล่อหลอมเป็น Trust หรือความเชื่อมั่นในระยะยาว เพราะในวันที่เทคโนโลยีเข้าถึงได้ไม่ต่างกัน ความได้เปรียบที่แท้จริงจึงอยู่ที่การเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นความสัมพันธ์ และเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เป็นความไว้วางใจ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ไปรษณีย์ไทยยังคงอยู่ในใจคนไทยตลอด 143 ปีที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th

เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

X : @Thailand_Post

ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post

 ติ๊กต็อก : @thailandpostchannel