รัฐบาลมอบนโยบายเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผนึกกำลังกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ใช้โครงสร้างพื้นฐานด้าน โลจิสติกส์ของไปรษณีย์ไทยเป็นแกนหลักในการกระจายสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ 122 แห่ง เป็นศูนย์กระจายสินค้า เชื่อมต่อการจำหน่ายทั้งรูปแบบค้าปลีกและค้าส่ง กระจายผ่านรถเร่ (รถพุ่มพวง) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ตลาดท้องถิ่นทั่วประเทศ ตั้งเป้าให้ประชาชนกว่า 4 ล้านคนเข้าถึงสินค้าในราคาที่ลดลงสูงสุด 25% อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศ มีความพร้อมในการสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทย” อย่างเต็มศักยภาพ
โดยได้ออกแบบระบบการกระจายสินค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดซื้อ การบริหารคลังสินค้า การคัดแยก ไปจนถึงการขนส่งและกระจายสินค้าในระยะแรกไปรษณีย์ไทยจะใช้ที่ทำการไปรษณีย์ 122 แห่ง เป็นศูนย์กระจายสินค้า พร้อมเชื่อมต่อระบบการจำหน่ายทั้งแบบขายปลีก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ โดยนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการการขายและการกระจายสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการดำเนินงาน

ทั้งนี้ การกระจายสินค้าจะเริ่มในระดับจังหวัดภายในสัปดาห์แรก และขยายผลครอบคลุมระดับอำเภอในระยะถัดไป เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้ทั่วประเทศ สำหรับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงหรือไม่มีรถเร่รองรับ จะมีการใช้เครือข่ายตลาดชุมชน ตลาดสด และตลาดนัด เป็นจุดกระจายสินค้าเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง

โครงการดังกล่าวครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันรวม 15 รายการ อาทิ น้ำมันปาล์ม ตราดอกไม้ / ซอสหอยนางรม ตราเด็กสมบูรณ์ / ผงชูรส ตราภูเขา / หอยลายกระป๋อง ตราปุ้มปุ้ย / ข้าวหอมปทุมบรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม / ผงซักฟอกชนิดถุง ตรา Dakko Plus / น้ำปลา ตราปลาหมึก / ปลากระป๋องตราซูเปอร์ ซี เชฟ (Super C Chef) / บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสต้มยำกุ้ง บิ๊กแพค / น้ำยาทำความสะอาดพื้นตรามาจิคลีน / น้ำยาล้างจานชนิดถุงตราซันไลต์ / แชมพูและครีมนวดผมแบบขวดและแบบชุดตราซันซิล โดยลดราคาลง 25% เมื่อเทียบกับราคาท้องตลาด

ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยยังได้เตรียมสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของไปรษณีย์ไทยที่มีจำหน่ายอยู่แล้ว ณ ที่ทำการไปรษณีย์ในราคาพิเศษ อาทิ ข้าวสารตราไปร น้ำดื่มตราไปร หรือไปรคอฟฟี่ จำหน่ายควบคู่กับสินค้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ และเป็นการต่อยอดการใช้ศักยภาพของที่ทำการไปรษณีย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจากผู้ประกอบการกว่า 2,000 ราย ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ThailandPostMart ควบคู่กับความร่วมมือบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ พร้อมสนับสนุนคูปองส่วนลดค่าขนส่ง 100 บาทต่อคำสั่งซื้อ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในยุคดิจิทัล

อีกทั้งไปรษณีย์ไทยยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกและจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ ThailandPostMart ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงตลาดออนไลน์และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจไทย
“ไปรษณีย์ไทยพร้อมสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ในฐานะกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐสู่การปฏิบัติจริง โดยใช้โครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศเป็นเครื่องมือในการกระจายโอกาสลดภาระค่าครองชีพ และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ดร.ดนันท์ กล่าวสรุป
ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th
เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
X : @Thailand_Post
ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post
ติ๊กต็อก : @thailandpostchannel









