ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย เปิดรับเทคโนโลยีที่ช่วยให้ประจำวันสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ดิจิทัลคอมเมิร์ซ การชำระเงินผ่านมือถือ Super Apps ไปจนถึงบริการที่เชื่อมต่อรูปแบบต่างๆ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ประสบการณ์ดิจิทัลได้กลายเป็นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนอย่างสมบูรณ์ ทั้งการจับจ่ายใช้สอย การสื่อสาร การทำงาน ไปจนถึงการจัดการกิจวัตรประจำวัน
ความคาดหวังแบบเดียวกันนี้ กำลังส่งผลต่อมุมมองของผู้คนที่มีต่อ AI ด้วยเช่นกัน และในโอกาสวัน AI Appreciation Day ในเดือนกรกฎาคมนี้ เราเห็นภาพชัดขึ้นว่า AI กำลังเปลี่ยนสถานะจากการทดลองและเรียนรู้ไปสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียของเรามีอัตราการใช้สมาร์ทโฟนและปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัลสูงที่สุดในโลก ผู้คนเริ่มคาดหวังให้ AI เข้ามามีบทบาทในการทำงาน การสื่อสาร การตัดสินใจ และช่วยให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ยิ่ง AI เข้ามารวมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรามากเท่าไร คุณค่าของ AI ก็จะถูกวัดจากความสามารถในการยกระดับประสบการณ์ชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง ซึ่งก้าวต่อไปของ AI ที่เราเตรียมจะเผยโฉมในงาน Unpacked วันที่ 22 กรกฎาคมนี้ ณ กรุงลอนดอน จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องศักยภาพของเทคโนโลยีอย่างเดียวเท่านั้น แต่คือการที่จะสามารถปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตที่หลากหลาย เข้าใจความต้องการของแต่ละบุคคลได้อย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในชีวิตประจำวันให้หมดไป
จากเครื่องมือ AI สู่ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงถึงกัน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีมักถูกพัฒนาแยกไปตามอุปกรณ์แต่ละประเภท ที่มีหน้าที่เฉพาะตัวต่างกันไปโทรศัพท์มือถือมีไว้สื่อสารและทำงาน อุปกรณ์สวมใส่มีไว้สำหรับบันทึกและตรวจสอบข้อมูลด้านสุขภาพ ทีวีเพื่อความบันเทิง และเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อจัดการงานในครัวเรือน
อุปกรณ์แต่ละอย่างก็ทำหน้าที่สนับสนุนผู้ใช้เพียงด้านเดียว แต่เมื่อเชื่อมต่อเข้าด้วยกันผ่านพลังของ AI ทุกอย่างจะทำงานร่วมกันได้อย่างแม่นยำขึ้น ตอบสนองต่อบริบท และช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจและลงมือทำสิ่ง
ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
SmartThings เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดขึ้นจริงได้ ด้วยการผสานอุปกรณ์ การบริการ และพันธมิตร
ต่าง ๆ เข้าไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน ซึ่งช่วยต่อยอดความอัจฉริยะของฟีเจอร์แต่ละอย่าง ให้กลายเป็นประสบการณ์ใช้งานที่ไร้รอยต่อ เป็นธรรมชาติ และตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น
ลองจินตนาการถึงคนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องรับมือกับภารกิจรัดตัวในแต่ละวัน ที่แม้แต่การตัดสินใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน ก็อาจกลายเป็นภาระทางความคิดที่สะสมเพิ่มขึ้นได้ ด้วยระบบ AI Vision ในตู้เย็น Bespoke AI Family Hub ของเรา จะช่วยเช็กวัตถุดิบอาหารสดและอาหารที่เก็บไว้ด้านใน พร้อม
แจ้งเตือน เมื่อของที่ใช้บ่อยใกล้หมด ช่วยให้การวางแผนซื้อของเข้าบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้น
การสนับสนุนนี้ยังครอบคลุมไปถึงการมีสุขภาวะที่ดี โดย SmartThings จะเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Samsung Health เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการนอนจากอุปกรณ์ Galaxy อย่าง Galaxy Ring ในขณะที่ฟีเจอร์ของ Galaxy Watch อย่าง Running Coach สามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพการวิ่งและปรับโปรแกรมการฝึกซ้อมให้เหมาะกับเป้าหมายสุขภาพของแต่ละคน และการผ่อนคลายจากการทำงานหนักด้วยการชมรายการโปรดบนทีวี Samsung Vision AI ซึ่งช่วยปรับการแสดงผลบนหน้าจอให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความชอบของผู้ชม เพื่อให้การค้นหาคอนเทนต์ที่ถูกใจทำได้ง่ายขึ้น ปรับแต่งหน้าอินเทอร์เฟซให้เข้ากับแต่ละบุคคล และเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงได้อย่างแท้จริง
ประสบการณ์ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงศักยภาพที่กว้างขึ้นของ AI ในการช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ไม่ใช่ด้วยการทำงานของอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งแต่เพียงลำพัง แต่เกิดจากระบบนิเวศที่เข้าใจบริบทและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างเฉพาะบุคคล
มือถือ: ทางผ่านสำคัญสู่โลกอัจฉริยะ
แม้ AI จะเชื่อมต่ออุปกรณ์หลากหลายประเภทในชีวิตประจำวันมากขึ้น แต่อุปกรณ์มือถือยังคงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับบริการ คอนเทนต์ อุปกรณ์ และผู้คนที่มีความสัมพันธ์กันในทุกวัน
นี่คือจุดที่ Agentic AI สามารถคิดและลงมือทำแทนผู้ใช้ เริ่มเข้ามามีความสำคัญ ยิ่ง AI มีความเข้าใจบริบทสูงและปรับตัวตามสถานการณ์ได้ดีขึ้น อุปกรณ์มือถือก็กำลังวิวัฒนาการจากการเป็นเครื่องมือค้นหา ส่งข้อความ หรือท่องเว็บ ไปสู่การเป็น “อินเทอร์เฟซ” ที่ช่วยคัดกรองสิ่งสำคัญ แนะนำขั้นตอนถัดไป และช่วยจัดการธุระต่าง ๆ ในแต่ละวันให้สำเร็จได้ง่ายขึ้นโดยใช้ความพยายามน้อยลง
Galaxy AI ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับยุคถัดไปของ AI บนมือถือ แทนที่ผู้ใช้ต้องคอยจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง AI จะคอยเสนอแนะสิ่งที่ควรทำต่อให้โดยอัตโนมัติ ซึ่ง AI บนมือถือจะมีประโยชน์ที่สุดก็ต่อเมื่อความฉลาดนั้นถูกรวมไว้ในประสบการณ์การใช้งานบนตัวอุปกรณ์โดยตรง
ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียมองเห็นประโยชน์และศักยภาพของ AI แต่ความไว้วางใจจากผู้ใช้ต้องได้รับการพิสูจน์ การจะยอมรับ AI ให้เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวันได้นั้น ความเชื่อมั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ผู้บริโภคต้องมั่นใจได้ว่าข้อมูลของตนจะปลอดภัยและพวกเขายังคงเป็นผู้ควบคุม Galaxy AI จึงถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลโดยจัดเก็บข้อมูลที่ละเอียดอ่อนไว้ภายในเครื่อง และให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นและเลือกจัดการข้อมูลของตนได้ว่าต้องการให้ AI นำไปใช้ในรูปแบบใดบ้าง และในขณะเดียวกันที่ AI ขยายขอบเขตไปทั่วระบบนิเวศ Samsung ยังได้ขยายขอบเขตของ Knox Matrix แพลตฟอร์มความปลอดภัยข้ามอุปกรณ์ เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งในเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อุปกรณ์ มือถือ และทีวี
เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงนี้เท่านั้น และเมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น รูปแบบอุปกรณ์ใหม่ ๆ จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนมองเห็น ใช้งาน และจัดการกับข้อมูล ซึ่งสมาร์ทโฟนจอพับ คือส่วนสำคัญของอนาคตนั้น หน้าจอที่กางออกและพับได้มอบความยืดหยุ่นให้ AI สามารถรองรับหลายภารกิจพร้อมกัน เข้าถึงคอนเทนต์ที่หลากหลาย และมอบประสบการณ์ที่รู้ใจและตอบโจทย์สถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น
ในงาน Galaxy Unpacked ที่กำลังจะมาถึง เราจะมาเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่าวิสัยทัศน์นี้กำลังถูกพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร
บทต่อไปของ AI จะไม่ได้วัดจากการมีเทคโนโลยีที่เราต้องเรียนรู้วิธีจัดการมากขึ้น แต่จะถูกกำหนดด้วยความสามารถที่ AI จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิต ทำงาน และเชื่อมต่อถึงกันได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
บทความโดย ซียู คิม (CU Kim), ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย









