รีวิว Vivo Y72 5G สมาร์ตโฟนครบครัน เด่นล้ำด้วย 5G เข้าถึงทุกที่ ทุกเวลา ในราคาเพียง 9,999 บาท เท่านั้น !!!

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน Vivo Y72 5G

ปลดล็อคความเร็วแรงด้วยเครือข่าย 5G ในรูปแบบ NSA และ SA 

5G แบบ NSA (Non-Standalone) มีหลักการทำงานโดยใช้อุปกรณ์ร่วมกับเทคโนโลยี 4G LTE ซึ่งช่วยในเรื่องของการลดต้นทุน และสามารถใช้งานได้ทันทีในปัจจุบัน

ส่วน SA (Standalone) จะเป็นการอัปเกรดอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้รองรับเทคโนโลยี 5G โดยเฉพาะ ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า ทั้งในเรื่องความเร็ว, latency,  แบนด์วิธ และความเสถียร อีกทั้งยังรองรับอนาคตที่เทคโนโลยี 5G จะเปลี่ยนเป็น SA ทั้งหมด จึงตอบโจทย์การใช้งานได้ดีกว่าสมาร์ตโฟนที่รองรับ NSA เพียงแบบเดียวนั่นเอง

Vivo Y72 5G สามารถใช้งาน 5G ตั้งแต่แกะกล่อง และยังมาพร้อมความโดดเด่นด้วยการรองรับ 5G ในรูปแบบ NSA / SA (Dual-Mode) จึงช่วยทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ของการใช้งานเดต้าที่พบความล่าช้าบน 3G / 4G เพราะเทคโนโลยี 5G นอกจากจะให้ความเร็วแรงแล้ว ยังมี latency ที่ต่ำ ช่วยให้การใช้งานมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น สามารถเข้าถึงหรือดาวน์โหลดข้อมูลได้เร็วขึ้น เปิดแอปพลิเคชั่นและใช้งานโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่สะดุดติดขัด รวมถึงการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมออนไลน์ ก็ให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจกว่าที่เคย ในภาพรวมต้องบอกเลยว่า Vivo Y72 5G นั้นตอบโจทย์การใช้งานได้รอบด้านอย่างแท้จริง

ปุ่มสแกนนิ้วด้านข้างและปุ่มเปิดปิดเครื่องจะเป็นแบบ 2 in 1 โดยมาพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง Side-Mounted Fingerprint Scanner ที่มีความเร็วในการปลดล็อคเพียง 0.3 วินาที  นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Face Wake สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกได้อีกด้วย โดยทั้ง 2 ระบบ ตอบสนองการทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจมาก ในส่วนของระบบปลดล็อคด้วยใบหน้ามีเอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหวให้เลือกใช้งาน 5 รูปแบบ และนอกจากจะใช้ในการปลดล็อคหน้าจอแสดงผลแล้ว ยังสามารถใช้ในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวและการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นได้อีกทางหนึ่งด้วย

Halo FullView™ Display มอบประสบการณ์การรับชมที่ดียิ่งขึ้น

โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผล Halo FullView Display ชนิด IPS LCD ให้สีสันสว่างสดใส มีความคมชัด สามารถแสดงขอบเขตสีได้สมจริงแม่นยำ มี Respond การตอบสนองที่อยู่ในเกณฑ์น่าประทับใจ และมี Software ที่ช่วยปรับแต่งการแสดงผลได้อย่างยืดหยุ่น อีกทั้งยังมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่เต็มตาถึง 6.58 นิ้ว บนความละเอียด FHD+ (1600 x 720 พิกเซล) ในอัตราส่วน 20:9 มีขอบเขตสี  96% NTSC ให้การแสดงผลที่สีสัน คมชัด มอบรายละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยกรองแสงสีฟ้า เพื่อปกป้องดวงตาของผู้ใช้งานอีกด้วย และยังมาพร้อม Notch หรือรอยบากในรูปทรงหยดน้ำขนาดเล็ก เมื่อผสานกับขอบจอที่บางเฉียบ จึงส่งผลให้การรับชมคอนเทนต์อย่าง YouTube, Netflix รวมไปถึงการเล่นเกมได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

Vivo Y72 5G ยังมาพร้อมลำโพง Super Linear รุ่น 1612 ที่ให้คุณภาพเสียงสูง เสียงกลาง และเสียงต่ำที่หนักแน่น มอบเสียงคมชัดกว่าที่เคย นอกจากนี้ Speaker Boost 3.0 จะมอบประสบการณณ์ดื่มด่ำกับเสียงภาพยนตร์ได้อย่างคมชัด สมจริง

นอกจากนี้ Vivo Y72 5G ยังได้ออกแบบลำโพงด้วยโลหะ ซึ่งช่วยให้เสียงที่ถ่ายทอดออกมามีประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม คลื่นเสียงมีความถี่ต่ำ มอบประสบการณ์รับฟังเสียงที่ชัดเจนกว่าที่เคย

ภาพรวม ลำโพงของ Vivo Y72 5G  ให้เสียงที่ทรงพลัง ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสกับการรับฟังเสียงที่สมจริงยึ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มระดับเสียงขึ้นอีก 50% โดยรองรับระดับสูงสุดถึง1 92 dB2เพื่อให้ได้เสียงที่คมชัด และน่าทึ่งมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง Vivo Y72 5G ยังมาพร้อมความกว้างของเสียง 16K Hz ซึ่งทำให้โทนเสียงสูงนั้นดูน่าฟังและไพเราะมากขึ้น 

เทคโนโลยีชาร์จไว 33W vivo FlashCharge 2.0

มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000mAh ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานครบวัน แถมยังมีเทคโนโลยีชาร์จเร็ว FlashCharge 18W ชาร์จ 70% ภายใน 64 นาที และเทคโนโลยี AI ประหยัดพลังงาน สามารถชมภาพยนตร์ในรูปแบบ HD ได้นาน 17.9 ชั่วโมง หรือเล่นเกมได้นานถึง 9.9 ชั่วโมง อีกทั้งยังมาพร้อมระบบป้องกันความปลอดภัยถึง 9 ชั้น ซึ่งถือว่าชาร์จได้ไวและมีความปลอดภัยที่น่าประทับใจมาก ๆ

ทั้งนี้ควรใช้สาย ชาร์จ และอแดปเตอร์ชาร์จที่ให้มาในกล่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุดครับ

Reverse Charging

นอกจากจะมีแบตใหญ่สุดอึดถึง 5,000mAh แล้ว  Vivo Y72 5G ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Reverse Charging ที่แปลงร่างให้  Y72 5G กลายเป็นพาวเวอร์แบงค์เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ทวอทช์ผ่านทางสาย OTG (อุปกรณ์เสริมไม่มีแถมมาให้ในกล่อง) เรียกว่านอกจากแบตอึดแล้วยังทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่สำรองที่พกพาติดตัวไปตลอดเวลาอีกด้วย

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

Vivo Y72 5G เปิดตัวมาพร้อม Android 11 ที่มีความสดใหม่แบบแกะกล่องพร้อมใช้งานทันที โดยไม่ต้องรอการอัพเดต และครอบทับด้วย Funtouch OS 11 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเช่นกัน ในภาพรวมมีการปรับเปลี่ยน UI เล็กน้อย โดยตัวไอคอนมีความสวยงามโมเดิร์นแบบสัมผัสได้ ส่วนเมนูการตั้งค่าต่าง ๆ มีการปรับเปลี่ยนให้ดูคลีนสะอาดตาและใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนธีม หรือภาพพื้นหลังรวมถึงรูปแบบตัวอักษรได้ตามสไตล์การใช้งาน พร้อมทั้งตั้งค่ารูปแบบ Home Screen ได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ

Jovi Home

เมื่อเลื่อนหน้าจอจากด้านซ้ายไปยังด้านขวาของหน้าโฮมเพจ จะเข้าสู่ Jovi Home ซึ่งเป็นหน้าหลักที่รวบรวมแอปพลิเคชันทั้งหมดไว้ด้วยกัน พร้อมการออกแบบสไตล์การ์ดที่ใช้งานง่าย โดยมีไฮไลท์ที่น่าสนใจดังนี้ 

Shortcuts – ทางลัดที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง แอปพลิเคชันการล้างพื้นที่เครื่อง เครื่องคิดเลข ล็อคแอปพลิเคชั่น และอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

Suggestions – คำแนะนำที่สามารถแจ้งเตือนอัจฉริยะสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่นเวลาพักผ่อน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

My Services – สามารถปรับแต่งตามความสนใจของคุณ เช่น เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬา ข้อมูลด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย หรือคำแนะนำเกี่ยวกับการดื่มน้ำ และการพยากรณ์อากาศ

Dynamic Effects จะช่วยเสริมการใช้งานสมาร์ตโฟนของเราให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกเอฟเฟกต์สำหรับการตั้งค่าภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ, ปลดล็อกหน้าจอ,เอฟเฟกต์จดจำใบหน้า และอื่น ๆ อีกมากมาย

ฟีเจอร์ EasyShare ถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

โดย EasyShare ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายโอนข้อมูลจากโทรศัพท์เครื่องเก่าไปยังเครื่องใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และเต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ หมดปัญหาข้อมูลหายหลังจากเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่อีกต่อไป

Dark Mode ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้การใช้งานในตอนกลางคืนเป็นไปอย่างราบลื่น และส่งผลดีต่อสุขภาพดวงตาของของผู้ใช้งาน โดยหลักการทำงานของฟีเจอร์ Dark Mode จะเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นสีดำ เพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมในที่แสงน้อยได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งช่วยทั้งเรื่องของการประหยัดพลังงาน พร้อมถนอมสายตา และก่อให้เกิดความผ่อนคลายแก่ผู้ใช้งานอีกทางหนึ่งด้วย

(Dark Mode สามารถใช้งานได้กับบางแอปฯ)

Vivo Y72 5G  มาพร้อมฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรที่มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี 5G ในแบบ NSA / SA (Dual-Mode)  สามารถจับสัญญาณ 5G/4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รวมไปถึงยังรองรับการโทรผ่าน Wi-Fi และ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูง มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย

สำหรับปุ่มนำทาง สามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะกับความถนัดของเราได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมี Full Screen gesture ที่มาพร้อมฟีเจอร์สั่งการง่าย ๆ และสามารถใช้งานจอแสดงผลได้แบบเต็ม 100%

โดย Navigation gestures เป็นฟีเจอร์ที่ใช้การสไลด์นิ้วบนหน้าจอแสดงผลแทนการกดปุ่ม navigation เพื่อให้เหลือพื้นที่การใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบการสั่งการแบบไหน เช่นการลากจากขอบด้านล่างจากตำแหน่งตรงกลาง เพื่อกลับไปที่หน้าโฮม ซึ่งก็เหมือนการกดที่ปุ่มโฮมนั่นเอง

โหมดใช้งานมือเดียวและการจับภาพหน้าจอที่มีความหลากหลาย สำหรับการจับภาพหน้าจอก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์พิเศษของ Vivo โดยสามารถจับภาพหน้าจอได้ยืดหยุ่นมาก ๆ ทั้งการลาก 3 นิ้วขึ้นไปจากหน้าจอแสดงผล

รวมไปถึงการจับภาพหน้าจอแบบยาวๆ หรือรูปแบบอิสระ อีกทั้งยังบันทึกหน้าจอในรูปแบบของวีดีโอได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลยอดนิยม เช่น Line, Facebook หรือ Instagram ได้พร้อม ๆ กันถึง 2 แอคเคาท์ในเครื่องเดียว

สำหรับโหมดการใช้งานอัจฉริยะ เป็นฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งานมาอย่างยาวนานบนสมาร์ตโฟนของ Vivo ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็คือการทำงานร่วมกับพวกเซ็นเซอร์ต่าง ๆ โดยเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก เช่น วาดตัวอักษรบนหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่น, ปลดล็อคด้วยการโบกมือผ่านหน้าจอ การแจ้งเตือน การรับสายหรือเปลี่ยนเป็นโหมดแฮนด์ฟรีอัตโนมัติ ฯลฯ

ฟีเจอร์ยอดนิยมที่มีมาให้ใช้งานอย่างยาวนาน ก็คือโหมดการแบ่งหน้าต่างเพื่อใช้งาน 2 แอปพลิเคชั่นไปพร้อม ๆ กัน เช่นแชทไปด้วยด้วยพร้อมดู YouTube ในขณะเดียวกัน

ซึ่งบน Vivo Y72 5G นั้นเรียกใช้งานการแบ่งหน้าจอได้ง่าย ๆ เพียงลาก 3 นิ้วจากด้านล่างขึ้นไปยังด้านบนของจอแสดงผล ก็จะสามารถใช้งาน 2 แอปฯในหนึ่งหน้าจอได้ในทันที

ฟีเจอร์ในด้านความปลอดภัยก็ถือว่าจัดเต็ม โดย Vivo Y72 5G มาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยป้องการใช้งานในภาพรวมได้อย่างคลอบคลุม ทั้งข้อมูลส่วนตัวการเข้ารหัสแอป ตู้เซลไฟล์ การล็อคซิมการ์ด และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมายที่สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้ผู้ใช้งานอุ่นใจและมีความปลอดภัยสูงสุด

ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยผู้ช่วยอัฉริยะ iManager ที่มาพร้อมความสามารถครบครัน สามารถตรวจสอบความปลอดภัยสมาร์ทโฟนของคุณทั้งสแกนไวรัส และระบุไฟล์ที่เป็นอันตรายต่อสมาร์ตโฟน รวมทั้งยังมาพร้อมความสามารถอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลบไฟล์ขยะ ระบายความร้อน สำรองข้อมูลและจัดการด้านพลังงานเป็นต้น

Multi-Turbo 4.0 

Vivo Y72 5G จะพาผู้ใช้งานไปสัมผัสประสบการณ์ความรวดเร็วในการเล่นเกมด้วย Multi-Turbo 4.0 ที่มาพร้อมด้วยด้วย Center Turbo ที่ช่วยให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  และ AI Turbo  ที่ทำงานได้อย่างชาญฉลาด สามารถวิเคราะห์ปัญหาของระบบที่เกิดจากแอปพลิเคชั่นได้ (third-party apps) มอบประสิทธิภาพของเครือข่ายที่ดีขึ้น การระบายความร้อนอย่างรวดเร็วไปจนถึงฟังก์ชั่น AI และการเล่นเกมที่ไหลลื่น ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่าที่เคย

Ultra-Game Mode มาพร้อมเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด  ซึ่งได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกในการเล่นเกมขั้นสุด สามารถเล่น E-sports ได้อย่างมืออาชีพโดยใช้ Competition Mode เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น เพียงแค่ลากสามนิ้วจากหน้าจอลงมา จะปรากฏฟีเจอร์ Picture-in-Picture ที่ช่วยให้คุณสามารถแชทสนทนาขณะเล่นเกมได้อีกด้วย และนอกจากนี้ยังช่วยให้การเล่นเกมมีความต่อเนื่องไร้การรบกวนจากแจ้งเตือนข้อความและการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันอื่น ๆ อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพแบบสัมผัสเพื่อป้องกันการจับภาพหน้าจอในขณะเล่นเกมที่เกิดจากการสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ

และยังฟีเจอร์เด่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น อาทิเช่น  ระบบสั่น 4 มิติ เพิ่มความสมจริงในเกม FPS และ Autoplay with screen off ที่สามารถเล่นเกมต่อเนื่องอัตโนมัติในขณะหน้าจอดับได้อีกด้วย

Game Center เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์สำครับคอเกม โดยเป็นศูนย์รวมของเกมที่น่าสนใจ ที่มีการแบ่งหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการค้นหาและดาวน์โหลด นอกจากนี้ Game Space ยังมาพร้อมความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญในระหว่างการเล่นเกม เช่น ดูข้อมูล CPU อุณหภูมิ และปริมาณข้อมูลการใช้งาน โดยทำงานร่วมกับ Ultra Game Mode ที่สามารถปิดข้อความ และการแจ้งเตือนต่าง ๆ ในขณะเล่นเกม ให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่

ในภาพรวม Vivo Y72 5G  มีการจัดสรรพลังงานได้น่าประทับใจมาก ถ้าเป็นการใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้ครบวันแบบสบาย ๆ ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5000mAh ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน รวมถึง Firmware ที่ปรับแต่งมาให้สามารถจัดสรรพลังงานได้อย่างเหมาะสม

ส่วนถ้าใครเน้นเล่นเกมหรือใช้งานหนัก ๆ ตลอดทั้งวัน ก็ไม่ต้องซีเรียสครับ เพราะ Vivo Y72 5G  รองรับชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี 33W vivo FlashCharge 2.0  ไม่ว่าจะถ่ายรูป ฟังเพลงหรือเล่นเกม ก็พร้อมให้คุณใช้งานได้ตลอดเวลา

อ่านต่อหน้า 3