รีวิว vivo X70 Series 5G ยกระดับความเหนือชั้น ด้วยเทคโนโลยี ZEISS T* พร้อมความครบครัน ครบเครื่องในทุก ๆ ด้าน !!!

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่น vivo X70 5G & X70 Pro 5G  

ชิปเซ็ต MTK Dimensity 1200  เทคโนโลยี Extended RAM พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในตัวเครื่องแบบ UFS 3.1 

vivo X70 5G & X70 Pro 5G เป็นสมาร์ตโฟนเรือธงที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากชิปเซ็ต MTK Dimensity 1200 ที่ถือว่าเป็นชิประดับ flagship จากค่าย MediaTek ที่มอบความเร็วแรง ประหยัดพลังงาน ให้ประสิทธิภาพดีขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านั้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานมือถือในทุกวันและประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมกว่าที่เคย

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Extended RAM  ซึ่งเป็นการนำพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในตัวเครื่อง (ROM) ส่วนหนึ่งมาจัดสรรเพื่อใช้ร่วมกับ RAM หลัก หรือที่เรารู้จักในชื่อ Virtual Memory จึงสามารถใช้แอปพลิเคชั่นพร้อมกันได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหล มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งยังเลือกใช้พื้นที่หน่วยความจำภายในตัวเครื่องชนิด UFS 3.1 ทำให้สามารถรับชมภาพยนตร์ วิดีโออย่างไม่มีสะดุด และอ่านไฟล์ขนาดใหญ่ที่มีความละเอียดสูงพิเศษได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นได้อย่างง่ายดาย

ถ้าหากยังจำกันได้ vivo เป็นค่ายแรกที่นำเสนอ “นวัตกรรม In-Display Fingerprint Scanning” หรือการฝังเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ภายในจอแสดงผล ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการอัพเกรดและพัฒนาตัวเซนเซอร์ให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น โดยเจนเนอเรชั่นล่าสุดมีการอัพเกรดตัวเซนเซอร์ใหม่แบบ 3 ชิ้นเลนส์ จึงส่งผลให้การทำงานมีความรวดเร็วแม่นยำที่ดีมากยิ่งขึ้น 

สำหรับฟีเจอร์ In-Display Fingerprint Scanning บน vivo X70 5G & X70 Pro 5G รองรับการบันทึกลายนิ้วมือได้สูงสุดที่ 5 ลายนิ้ว และนอกจากนี้ยังมี Effect ในขณะปลดล็อกหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 8 รูปแบบ รวมถึงสามารถเปลี่ยนไอคอนที่แสดงบนหน้าจอได้อีก 7 รูป ซึ่งจะช่วยเสริมให้ขณะใช้งานดูมีความน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ส่วนระบบ Face Unlock บน vivo X70 5G & X70 Pro 5G มีความรวดเร็วแม่นยำไม่แพ้ระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ และยังสามารถทำงานได้ดีแม้ในที่แสงน้อยหรือในที่มืดได้โดยไม่มีปัญหา และมี Effect ในขณะปลดล็อกหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 5 รูปแบบ อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือได้เป็นอย่างดี ทำให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการปลดล็อกที่ผสานทั้ง 2 ระบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

อัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงถึง 120Hz มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลอย่างไม่มีสะดุดพร้อมรองรับ HDR10+ and Hi-Res Certification

มาพร้อมหน้าจอคุณภาพสูง ด้วยพาเนล AMOLED E5 (เฉพาะ X70 Pro 5G) ขนาดใหญ่เต็มตา 6.56 นิ้ว ความละเอียด 2376×1080 (FHD+) ในอัตราส่วน 19.8:9 และมีสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 92.7 % อีกทั้งยังได้รับการรับรอง SGS Eye Care Display และ SGS Seamless ที่พร้อมมอบประสบการณ์ความบันเทิงขึ้นไปอีกขั้นด้วยอัตราการรีเฟรชสูงถึง 120Hz รองรับเทคโนโลยี HDR10+ และ Hi-Res Certification ให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินไปกับหน้าจอแสดงผลที่ชัดเจนและสบายตาพร้อมระบบเสียง Hi-Res ได้อย่างสมจริง 

vivo X70 5G & X70 Pro 5G มี IR Blaster หรืออินฟาเรตพอร์ตที่ใช้ในการเป็นรีโมทควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ผ่านทางแอป รีโมตอัจฉริยะ ที่ติดตั้งมาให้เรียบร้อยภายในเครื่อง โดยรองรับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้หลายแบรนด์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นแอร์ โทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี ฯลฯ 

vivo X70 Pro ให้แบตเตอรี่ความจุ 4450mAh ส่วน X70 5G มีความจุ 4400mAh พร้อมแบตเตอรี่แรงดันสูงและมีขนาดบางเบา โดยทั้งสองรุ่น รองรับชาร์จไว Fast charging 44W (11V/4A) สามารถชาร์จได้สูงสุด 60% ในเวลา 30 นาที ที่ถือว่ารอบนี้อัพเกรดไปอีกขั้น ทั้งขนาดความจุที่เพิ่มขึ้นร่วมถึงยังสามารถชาร์จได้เร็วขึ้นจาก X60 Series อีกด้วย

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

ลื่นไหลกว่าเดิมด้วย Funtouch OS 12  บนพื้นฐานของ Android 11 โดยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 12  นำเสนอชุดไอคอนใหม่ล่าสุด มอบความเพลิดเพลินสำหรับการรับชมภาพคุณภาพสูง เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนธีม หรือภาพพื้นหลังรวมถึงรูปแบบตัวอักษรได้ตามสไตล์การใช้งาน พร้อมทั้งตั้งค่ารูปแบบ Home Screen ได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ

Jovi Home

เมื่อเลื่อนหน้าจอจากด้านซ้ายไปยังด้านขวาของหน้าโฮมเพจ จะเข้าสู่ Jovi Home ซึ่งเป็นหน้าหลักที่รวบรวมแอปพลิเคชันทั้งหมดไว้ด้วยกัน พร้อมการออกแบบสไตล์การ์ดที่ใช้งานง่าย โดยมีไฮไลท์ที่น่าสนใจดังนี้ 

Shortcuts – ทางลัดที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง แอปพลิเคชันการล้างพื้นที่เครื่อง เครื่องคิดเลข ล็อกแอปพลิเคชั่น และอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

Suggestions – คำแนะนำที่สามารถแจ้งเตือนอัจฉริยะสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่นเวลาพักผ่อน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

My Services – สามารถปรับแต่งตามความสนใจของคุณ เช่น เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬา ข้อมูลด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย หรือคำแนะนำเกี่ยวกับการดื่มน้ำ และการพยากรณ์อากาศ

Dynamic Effects จะช่วยเสริมการใช้งานสมาร์ตโฟนของเราให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกเอฟเฟกต์สำหรับการตั้งค่าภาพเคลื่อนไหวเช่นเอฟเฟกต์จดจำใบหน้า และการชาร์จเป็นต้น

ฟีเจอร์ EasyShare ถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

โดย EasyShare ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายโอนข้อมูลจากโทรศัพท์เครื่องเก่าไปยังเครื่องใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และเต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ หมดปัญหาข้อมูลหายหลังจากเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่อีกต่อไป

Dark Mode ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้การใช้งานในตอนกลางคืนเป็นไปอย่างราบรื่น และส่งผลดีต่อสุขภาพดวงตาของผู้ใช้งาน โดยหลักการทำงานของฟีเจอร์ Dark Mode จะเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นสีดำ เพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมในที่แสงน้อยได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งช่วยทั้งเรื่องของการประหยัดพลังงาน พร้อมถนอมสายตา และก่อให้เกิดความผ่อนคลายแก่ผู้ใช้งานอีกทางหนึ่งด้วย

(Dark Mode สามารถใช้งานได้กับบางแอปฯ)

vivo X70 5G & X70 Pro 5G มาพร้อมฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรที่มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี 5G ในแบบ NSA / SA  รวมไปถึงยังรองรับการโทรผ่าน Wi-Fi และ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูง มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบรื่นอีกด้วย

สำหรับปุ่มนำทาง สามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะกับความถนัดของเราได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมี Full Screen gesture ที่มาพร้อมฟีเจอร์สั่งการง่าย ๆ และสามารถใช้งานจอแสดงผลได้แบบเต็ม 100%

โดย Navigation gestures เป็นฟีเจอร์ที่ใช้การสไลด์นิ้วบนหน้าจอแสดงผลแทนการกดปุ่ม navigation เพื่อให้เหลือพื้นที่การใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบการสั่งการแบบไหน เช่นการลากจากขอบด้านล่างจากตำแหน่งตรงกลาง เพื่อกลับไปที่หน้าโฮม ซึ่งก็เหมือนการกดที่ปุ่มโฮมนั่นเอง

โหมดใช้งานมือเดียวและการจับภาพหน้าจอที่มีความหลากหลาย สำหรับการจับภาพหน้าจอก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์พิเศษของ vivo โดยสามารถจับภาพหน้าจอได้ยืดหยุ่นมาก ๆ ทั้งการลาก 3 นิ้วขึ้นไปจากหน้าจอแสดงผล

รวมไปถึงการจับภาพหน้าจอแบบยาวๆ หรือรูปแบบอิสระ อีกทั้งยังบันทึกหน้าจอในรูปแบบของวิดีโอได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลยอดนิยม เช่น Line, Facebook หรือ Instagram ฯลฯ ได้พร้อม ๆ กันถึง 2 แอคเคาท์ในเครื่องเดียว

สำหรับโหมดการใช้งานอัจฉริยะ เป็นฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งานมาอย่างยาวนานบนสมาร์ตโฟนของ vivo ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็คือการทำงานร่วมกับพวกเซนเซอร์ต่าง ๆ โดยเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก เช่น วาดตัวอักษรบนหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่น, ปลดล็อกด้วยการโบกมือผ่านหน้าจอ การแจ้งเตือน การรับสายหรือเปลี่ยนเป็นโหมดแฮนด์ฟรีอัตโนมัติ ฯลฯ

ฟีเจอร์ยอดนิยมที่มีมาให้ใช้งานอย่างยาวนาน ก็คือโหมดการแบ่งหน้าต่างเพื่อใช้งาน 2 แอปพลิเคชั่นไปพร้อม ๆ กัน เช่นแชทไปด้วยด้วยพร้อมดู YouTube ในขณะเดียวกัน

ซึ่งบน vivo X70 Pro 5G นั้นเรียกใช้งานการแบ่งหน้าจอได้ง่าย ๆ เพียงลาก 3 นิ้วจากด้านล่างขึ้นไปยังด้านบนของจอแสดงผล ก็จะสามารถใช้งาน 2 แอปฯในหนึ่งหน้าจอได้ในทันที

ฟีเจอร์ในด้านความปลอดภัยก็ถือว่าจัดเต็มโดย vivo X70 5G & X70 Pro 5G มาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยป้องการใช้งานในภาพรวมได้อย่างครอบคลุม ทั้งข้อมูลส่วนตัวการเข้ารหัสแอป ตู้เซลไฟล์ การล็อกซิมการ์ด และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมายที่สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้ผู้ใช้งานอุ่นใจและมีความปลอดภัยสูงสุด

ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยผู้ช่วยอัฉริยะ iManager ที่มาพร้อมความสามารถครบครัน สามารถตรวจสอบความปลอดภัยสมาร์ตโฟนของคุณทั้งสแกนไวรัส และระบุไฟล์ที่เป็นอันตรายต่อสมาร์ตโฟน รวมทั้งยังมาพร้อมความสามารถอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลบไฟล์ขยะ, ระบายความร้อน, สำรองข้อมูล, และจัดการด้านพลังงานเป็นต้น

Multi-Turbo 5.0 

vivo X70 5G & X70 Pro 5G จะพาผู้ใช้งานไปสัมผัสประสบการณ์ความรวดเร็วในการเล่นเกมด้วย Multi-Turbo 5.0 เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มอบความเร็วในการทำงานของหน่วยประมวลผล และช่วยประหยัดพลังงาน ได้อีกทางหนึ่งด้วย 

Ultra-Game Mode มาพร้อมเวอร์ชันใหม่ล่าสุด  ซึ่งได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกในการเล่นเกมขั้นสุด สามารถเล่น E-sports ได้อย่างมืออาชีพโดยใช้ Competition Mode เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น และ นอกจากนี้ยังช่วยให้การเล่นเกมมีความต่อเนื่องไร้การรบกวนจากแจ้งเตือนข้อความและการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันอื่น ๆ อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพแบบสัมผัสเพื่อป้องกันการจับภาพหน้าจอในขณะเล่นเกมที่เกิดจากการสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ

นอกจากนี้ยังอัพเกรดฟีเจอร์เด่น ๆ ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น อาทิเช่น 4D Game Vibration  ระบบสั่น 4 มิติ ที่ช่วยเพิ่มความสมจริงในเกม FPS , เอฟเฟ็กต์เครื่องเปลี่ยนเสียง, Game Picture-in-Picture,  Do Not Disturb, Esports Mode เป็นต้น 

Game Center เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์สำหรับครับคอเกม โดยเป็นศูนย์รวมของเกมที่น่าสนใจ ที่มีการแบ่งหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการค้นหาและดาวน์โหลด นอกจากนี้ Game Space ยังมาพร้อมความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญในระหว่างการเล่นเกม เช่น ดูข้อมูล CPU อุณหภูมิ และปริมาณข้อมูลการใช้งาน โดยทำงานร่วมกับ Ultra Game Mode ที่สามารถปิดข้อความ และการแจ้งเตือนต่าง ๆ ในขณะเล่นเกม ให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่

ในภาพรวม vivo X70 Pro 5G จัดสรรพลังงานได้ค่อนข้างดี และถึงตัวเครื่องจะมีความบางเบาแต่ก็ใส่แบตมาให้ถึง 4450mAh เมื่อผสานกับชิปเซ็ตและเทคโนโลยี AI อันชาญฉลาด จึงช่วยให้จัดสรรพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถใช้งานทั่ว ๆ ไปได้ครบ 1 วัน 

ส่วนถ้าใครเน้นเล่นเกมหรือใช้งานหนัก ๆ ตลอดทั้งวัน ก็ไม่ต้องซีเรียสแต่อย่างใด เพราะ vivo X70 Pro 5G รองรับชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี FlashCharge 44W  ไม่ว่าจะถ่ายรูป ฟังเพลงหรือเล่นเกม ก็พร้อมให้คุณใช้งานได้ตลอดเวลา

อ่านต่อหน้า 3

Facebook Notice for EU! You need to login to view and post FB Comments!