รีวิว : realme X50 Pro 5G เรือธงความเร็วแห่งอนาคต กับขุมพลัง SD865, รองรับ 5G และชาร์จเร็ว 65W ในราคา 28,990 บาท

เปิดตัวที่ประเทศไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ realme X50 Pro 5G สมาร์ตโฟนเรือธงรองรับ 5G รุ่นแรกของ realme ที่วางจำหน่ายในบ้านเรา โดยมาพร้อมสโลแกน “ความเร็วแห่งอนาคต” ตอกย้ำความสำเร็จในตลาด โดยครองตำแหน่งสมาร์ทโฟนอันดับ 7 อย่างต่อเนื่อง รวมถึงขึ้นแท่นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 5 ของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไตรมาสที่ 4 ในประเทศไทย และมีอัตราการเติบโตถึง 116% เมื่อเทียบกับปี 2562

สำหรับจุดเด่นของ realme X50 Pro 5G คือ ใช้ชิปเซ็ทตัวท็อปรุ่นล่าสุดอย่าง Snapdragon 865 พร้อมรองรับเครือข่าย 5G ทั้งแบบ SA และ NSA นอกจากนี้ยังมีหน้าจอแบบ Super AMOLED ที่มีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz, ติดตั้งกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อม Hybrid Zoom 20 เท่า ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่คู่ความละเอียด 32+8 ล้านพิกเซล และรองรับการชาร์จเร็ว 65W SuperDart ที่ชาร์จเต็ม 100% ใน 30 นาที

ถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะรู้แล้วว่า realme X50 Pro 5G สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของ realme จะมีประสิทธิภาพอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปชมรีวิวกันเลยครับ

realme X50 Pro 5G

สเปคเบื้องต้น  realme X50 Pro 5G

ขนาด159 x 74.2 x 8.9 มม.
น้ำหนัก205 กรัม
หน้าจอ Dual Punch-Hole Display เทคโนโลยี Super AMOLED E3 จากทาง Samsung ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400  พิกเซล ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 92% พร้อมค่า Refresh Rate ที่ระดับ 90Hz, รองรับ HDR10+ และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและหลัง
หน่วยประมวล ผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.84GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM8250 Snapdragon 865 (7 nm+) และหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 650
RAM12GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง256GB
microSD Card
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 4 ตัว Quad Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย  
– กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL Bright GW1 ขนาด 1/1.72 นิ้ว , รูรับแสง f/1.8 และมีขนาดของเม็ดพิกเซลใหญ่ถึง 1.6μm
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพมุมกว้างได้ 119 องศา, รูรับแสง f/2.3, รอบรับ Autofocus แบบ PDAF ที่โฟกัสได้ดี และเร็วกว่าเดิม นอกจากนี้เลนส์ตัวนี้ยังรองรับการถ่ายภาพแบบ Macro ในระยะใกล้ 3 เซนติเมตรด้วย
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5, รองรับ PDAF ที่โฟกัสได้เร็วกว่าเดิม, รองรับการซูมภาพแบบ Optical Zoom 5 เท่า และซูมภาพแบบ Hybrid 20 เท่า
– กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 พร้อมฟิลเตอร์ B&W

กล้องหน้าเซลฟี่คู่ Dual Selfie Camera กล้องหลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony มุมมอง wide-angle 80 องศา และกล้องรองความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมอง Super wide-angle สามารถเซลฟี่ได้อย่างกว้างมากขึ้นถึง 105 องศา กว้างกว่าปกติ 2.5 เท่า
ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, A2DP, LE, aptX HD, USB Type-C, USB On-The-Go, NFC
รองรับเครือข่าย 2G/3G/4G และ 5G ทั้งแบบ SA และ NSA และยังรองรับคลื่นความถี่ 5G อื่นๆ เช่น n1/n3/n41/n78/n79
แบตเตอรี่4200mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 65W SuperDart Flash Charge
สี/ ราคา Moss Green, Rust Red ราคา 28,990 บาท

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องบรรจุภํณฑ์ของ realme X50 Pro 5G เป็นกล่องกระดาษแข็งมาในโทนสีเหลือง ด้านหน้ามาพร้อมชื่อรุ่น X50 Pro ขนาดใหญ่ พร้อมโลโก้ realme อยู่ด้านล่าง นอกจากนี้ที่ด้านข้างกล่องทั้ง 2 ด้านยังมีชื่อรุ่น realme X50 Pro 5G ด้วย กล่องโชว์รูปตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านบนนอกจากชื่อรุ่นแล้วยังมาพร้อมสเปกเด่นคือใช้ขุมพลังชิปเซ็ท Snapdragon 855+ และกล้องหลัง 4 ตัวความละเอียด 64 ล้านพิกเซล

ส่วนด้านหลังกล่องจะระบุสเปกเด่นคือใช้ขุมพลังชิปเซ็ท Snapdragon 865 5G Dual Mode, รองรับชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge, หน้าจอรีเฟรชเรท 90Hz Super AMOLED In-Display Dual Selfie และกล้องหลัง 4 ตัว 64MP Dual Camera 20X Hybrid Zoom พร้อมด้วยชื่อรหัสรุ่น / สี / หน่วยความจำ RAM/ROM และเครือข่ายที่รองรับ

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

1.ตัวเครื่อง realme X50 Pro 5G

2.สาย USB Type-C + อะแดปเตอร์ SuperDart (10V/6.5A)

3.อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด

4.เคสซิลิโคนใส

5.คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเครื่อง realme X50 Pro 5G มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่สวยหรูดูพรีเมี่ยม มาพร้อมโทนสีที่กำลังเป็นที่นิยมแบบ Low Saturation (ความอิ่มของสีต่ำ) โดยมีให้เลือก 2 สีคือ สี Moss Green และ Rust Red แรงบันดาลใจจากสสารที่อยู่นอกโลก แฝงด้วยความลึกลับน่าค้นหา อยู่ในส่วนลึกของจักรวาล เปล่งแสงรอวันค้นพบ

หน้าจอแสดงผลเป็นจอไร้ขอบ ไร้รอยบากแบบ E3 Super AMOLED จาก Samsung ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล (408 ppi) ขนาด 6.44 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 สัดส่วนจอต่อเครื่องที่ 92% และมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz พร้อมกับอัตราสุ่มสัมผัส 180Hz รวมถึงรองรับ HDR10+, ช่วงสี DCI-P3 100% และ NTSC 105% โดยมุมซ้ายเจาะรูสำหรับฝังกล้องเซลฟี่คู่ และเหนือหน้าจอมีช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ ซ่อนอยู่ด้านใน

พลิกมาด้านหลังเครื่องมาพร้อมฝาหลังที่ได้แรงบัยดาลใจมากจากสสารต่างๆ ในจักรวาล โดยใช้กระบวนการผลิตแบบ AG Technology โดยมีค่าความขุ่น 25% และความขรุขระ 0.15 µm และมีค่าความเปล่งแสงน้อยกว่า 1% เพื่อให้ได้ผิวสัมผัสแบบด้านจับถนัดมือ ไม่เกิดเรอยนิ้วมือ ซึ่งสีที่ทาง MobileOcta ได้มารีวิวคือสี Moss Green

โดยมุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 4 ตัว Quad Camera ความละเอียด 64MP+12MP+8MP+2MP วางเรียงกันในแนวตั้ง โดยเลนส์หลักจะมีกรอบสีเหลือง ส่วนไฟแฟลชคู่ Dual LED อยู่ด้านข้าง และมีโลโก้ realme อยู่ถัดลงมาด้านขวา

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และมีแถบสีดำซึ่งเป็นตัวรับสัญญาณเครือข่ายมือถือ

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง และมีแถบสีดำซึ่งเป็นตัวรับสัญญาณเครือข่ายมือถือ

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

ด้านท้ายเครื่องมีช่องใส่ SIM Card ซึ่งรองรับ 2 SIM แบบ nanoSIM Card, ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง