รีวิว : OPPO Reno4 ถ่ายรูปสวยชัดในสไตล์ที่เป็นคุณ ครบจบในเครื่องเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว OPPO ได้เปิดตัว OPPO Reno Series สมาร์ตโฟนซีรี่ส์ที่สานต่อความตั้งใจของ OPPO ในการนำเสนอนวัตกรรมกล้องบนสมาร์ตโฟน ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ จากรุ่นแรกจนมาถึงรุ่นล่าสุดอย่าง OPPO Reno4 ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราไป

ซึ่งครั้งนี้ก็ได้รวมเอาทั้งนวัตกรรมใหม่และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เพื่อสะท้อนการเป็นผู้นำเทรนด์ยุคใหม่ มาผสานรวมกันอย่างลงตัว ภายใต้สโลแกน “Clearly the best you” หรือ “ถ่ายรูปสวยชัดในสไตล์ที่เป็นคุณ” แน่นอนว่าจุดเด่นหลักของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้คือ กล้องที่จัดเต็ม รวมถึงยังมาพร้อมดีไซน์ใหม่ และสเปกอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

อยากรู้แล้วใช่ไหมว่ากล้องของ OPPO Reno4 จะถ่ายรูปสวยแค่ไหน ไปติดตามรีวิวกันเลยครับ

OPPO Reno4

สเปคเบื้องต้น  OPPO Reno4

ขนาด160.3 x 73.9 x 7.7  มิลลิเมตร
น้ำหนัก165 กรัม
หน้าจอDual Punch Hole Display แบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล (409 ppi) ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีสัดส่วนจอต่อเครื่องที่ 90.7%
หน่วยประมวลผลOcta Core ความเร็ว 2.4GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 720G, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 620
RAM8GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB
microSD Cardสูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย
– กล้องหลัก High-Definition Main Camera ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 รูรับแสง f/1.7
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
– กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
กล้องหน้าคู่ Dual Punch-hole Display โดยกล้องหลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX616 รูรับแสง f/2.4 และกล้องรอง AI-enhanced Smart Sensor
ระบบปฏิบัติการAndroid 10 ครอบทับด้วย Color OS 7.2
เชื่อมต่อWi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, USB Type-C reversible connector, USB On-The-Go
รองรับระบบ4G LTE 850/900/1800/2100/2300/2500/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่4015 mAh พร้อมเทคโนโลยี 30W VOOC Flash Charge 4.0 (สามารถชาร์จถึงระดับ 50% ในเวลา 20 นาที)
ราคา11,990 บาท

PACKAGING & ACCESSORIES

กล่องแพ็คเกจจิ้งของ OPPO Reno4 เป็นกล่องกระดาษแข็ง 2 ชั้น โดยชั้นแรกมีสีเขียวเข้มพร้อมลวดลายบนกล่อง หน้ากล่องสลักชื่อรุ่น Reno4 สีเงินขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง โดยมีโลโก้ OPPO อยู่มุมซ้ายด้านบน และขนาดหน่วยความจำ RAM 8GB/128GB อยู่มุมขวา ขณะที่ชั้นที่ 2 เป็นกล่องสีขาว

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

  1. ตัวเครื่อง OPPO Reno4
  2. อแดปเตอร์ชาร์จ 30W VOOC flash charge 4.0
  3. สายดาต้าลิงค์แบบ USB Type-C
  4. ชุดหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม.
  5. เข็มจิ้มสำหรับเปิดถาดซิมการ์ด
  6. เคสซิลิโคนแบบใส
  7. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ / ใบรับประกันสินค้า

อแดปเตอร์ชาร์จ 30W VOOC flash charge 4.0 ที่สามารถชาร์จเพียง 20 นาที ได้แบต 50% และชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ได ้ภายใน 57 นาที

รูปลักษณ์ดีไซน์

OPPO Reno4 มาในดีไซน์แบบ Ultra Slim Body ด้วยตัวเครื่องที่บางเพียง 7.7 มม. และน้ำหนักเบา ซึ่งสามารถถือไว้เป็นเวลานานได้โดยไม่รู้สึกเมื่อยมือ พร้อมพื้นผิวของฝาหลังใหม่ที่ให้คุณสัมผัสถึงความหรูหรา เรียบง่าย และกระชับมือขณะถือสมาร์ตโฟน

โดยมีให้เลือก 2 สีคือ Galactic Blue (สีที่นำมารีวิว) ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า “Reno Glow” โดยเทคนิคนี้ถูกมาน้มาใช้ใน OPPO Reno4 เป็นครั้งแรก ด้วยการเคลือบสีแบบด้านพร้อมประกายบนฝาหลังให้ความรู้สึกสดใส และโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

กับสีดำ Space Black แสดงถึงความลึกลับในอวกาศที่มืดมิด แม้ว่า Space Black จะมีสีดำเข้ม แต่จะดูโปร่งแสงเมื่อมีแสงสะท้อน ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา นอกจากนี้ด้่นล่างของฝาหลังยังแสดงลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัว O และตัว P จากชื่อแบรนด์ OPPO ที่เรียกว่า “OPPO Monogram” ซึ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น

ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และด้วยดีไซน์หน้าจอแบบ Dual Punch-hole Display จึงทำให้มีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องถึง 90.7% ไม่ว่าจะรับชมคอนเทนต์ไหน ก็มองได้กว้าง คมชัดเต็มตา

พลิกมาด้านหลังเครื่อง ติดตั้งกล้อง 4 ตัว Quad Camera ในดีไซน์บบ Trendy Camera ความละเอียด 48MP+8MP+2MP+2MP พร้อมไฟแฟลช LED วางเรียงในแนวตั้งอยู่มุมซ้ายด้านบน และมีโลโก้ OPPO อยู่มุมขวาด้านล่าง

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก 1 ช่องแบบ microSD Card รองรับสูงสุด 256GB กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียง

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

อ่านต่อหน้า 2