รีวิว CMF Clip Pro หูฟัง Open-ear แบบหนีบหูใส่สบาย เบสแน่น พร้อมปุ่มหมุน Smart Dial สุดล้ำ

สวัสดีครับชาว MobileOcta ทุกท่าน ถ้าพูดถึงเทรนด์หูฟังที่กำลังมาแรงสุดๆ ในตอนนี้ คงหนีไม่พ้น “หูฟังแบบ Open-ear” ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสบายและความปลอดภัย แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคือ เสียงเบสไม่แน่น คุยโทรศัพท์ไม่ชัด หรือดีไซน์ดูเทอะทะเกินไป วันนี้เรามีไอเทมใหม่ล่าสุดที่จะมาลบภาพจำเดิม ๆ ทิ้งไป นั่นคือ CMF Clip Pro หูฟัง Open-ear รุ่นใหม่ล่าสุดจาก CMF by Nothing ที่เพิ่งเปิดตัวสด ๆ ร้อน ๆ

ในบทความนี้ เราจะมารีวิวเจาะลึกกันว่า หูฟังรุ่นนี้มีดีอะไร ทำไมถึงเป็นตัวตึงในเรทราคา 3,999 บาท บอกเลยว่าสายออกกำลังกาย สายแฟชั่น และคนที่ชอบใส่หูฟังทั้งวัน ห้ามพลาดครับ!

สเปกเบื้องต้น CMF Clip Pro

  • ดีไซน์และการสวมใส่: หูฟังไร้สายทรง Open-ear รูปแบบหนีบใบหู (C-bridge ดีไซน์ OpenFit Arc) ใช้วัสดุเส้นใยไทเทเนียมหุ้ม TPU และพื้นผิว PC/ABS
  • ขนาดและน้ำหนัก:
    • หูฟัง: $30.755 \times 24.84 \times 18.21$ มม. น้ำหนักข้างละ 5.92 กรัม
    • เคสชาร์จ: $52.1 \times 26.69 \times 51.01$ มม. น้ำหนัก 38.81 กรัม
  • ไดรเวอร์และระบบเสียง:
    • ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 10.8 มม. (แม่เหล็กคู่ คอยล์เดี่ยว ไดอะแฟรม TPU+LCP)
    • รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง Hi-Res Audio Wireless และ Codec LDAC, AAC, SBC
    • ระบบปรับเพิ่มเสียงเบสอัตโนมัติ Malleus Algorithm และระบบป้องกันเสียงรั่วไหล Anti-leakage mode
  • ไมโครโฟนและการสนทนา: ไมโครโฟน 2 ตัว + เซ็นเซอร์ดักจับการสั่นสะเทือนของกระดูก VPU (Voice Pick Up) ต่อข้าง พร้อมอัลกอริทึมตัดเสียงรบกวนและเสียงลม
  • การควบคุม:
    • ปุ่มหมุนอัจฉริยะ (Smart Dial) บนตัวเคสชาร์จ รองรับการหมุนปรับเสียงและกดสั่งการ
    • ปุ่มสัมผัสบนตัวหูฟัง (Buds Button)
  • การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.4 BLE รองรับ Dual Connection เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน, Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair และ Low Lag mode
  • แบตเตอรี่และการชาร์จ:
    • ความจุแบตเตอรี่: หูฟังข้างละ 60 mAh / เคสชาร์จ 475 mAh
    • เวลาเล่นเพลง: สูงสุด 10 ชั่วโมง (เฉพาะหูฟัง) / สูงสุด 32.5 ชั่วโมง (รวมเคส) / สูงสุด 36 ชั่วโมง (Long battery life mode)
    • เวลาสนทนา: สูงสุด 6.5 ชั่วโมง (เฉพาะหูฟัง) / สูงสุด 25 ชั่วโมง (รวมเคส)
    • ระบบชาร์จไว: ชาร์จ 10 นาที ใช้งานได้นาน 4 ชั่วโมง ผ่านพอร์ต USB Type-C
  • มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น: ตัวหูฟังมาตรฐาน IP54 / ตัวเคสมาตรฐาน IPX2
  • แอปพลิเคชัน: รองรับแอป Nothing X (Android 5.1 ขึ้นไป และ iOS 13 ขึ้นไป)
  • ตัวเลือกสี: Light grey, Dark grey, Coral
  • ราคาเปิดตัว: 3,999 บาท

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวหูฟัง CMF Clip Pro จำนวน 1 คู่
  • เคสชาร์จ (พร้อมปุ่มหมุน Smart Dial ในตัว)
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น และเอกสารความปลอดภัย/ใบรับประกัน

(เนื่องจากเป็นหูฟังดีไซน์แบบหนีบใบหู Open-ear จึงไม่มีจุกซิลิโคนแถมมาให้เหมือนหูฟังประเภท In-ear)

รูปลักษณ์ดีไซน์

ดีไซน์ “OpenFit Arc” สวมใส่สบาย เบาหวิวเหมือนไม่ได้ใส่

สัมผัสแรกที่ได้จับ CMF Clip Pro ต้องบอกว่าดีไซน์โดดเด่นมากครับ โดยเป็นหูฟังไร้สายดีไซน์คลิปหนีบใบหูแบบ Open-ear ออกแบบให้โค้งเว้ากระจายน้ำหนักได้สมดุล สามารถกางออกได้ 40 – 53.5 องศา รองรับทุกสรีระหู ให้ความรู้สึกเบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่

ตัวก้านใช้วัสดุเส้นใยไทเทเนียม (Titanium wire) ขนาด 0.5 มม. ที่ยืดหยุ่นและรัดกระชับพอดี หุ้มด้วย TPU ที่เป็นมิตรต่อผิว ไม่ระคายเคือง ทำให้หูฟังมีน้ำหนักเบาหวิวเพียงข้างละ 5.9 กรัม ใส่ลุยงานหรือฟังเพลงทั้งวันก็ไม่รู้สึกเจ็บ แถมยังออกแบบมาให้เกาะหูแน่นหนา “ใส่อย่างไรก็ไม่หลุด” จะใส่วิ่ง เต้น หรือออกกำลังกายหนัก ๆ ก็เอาอยู่

ดีไซน์ตัวคลิปหนีบแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งหลักเพื่อสร้างสมดุล ได้แก่ Listening ball (ฝั่งหน้าช่องหู) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 13.8 มม. ซึ่งเล็กกว่าหูฟังคู่แข่งทั่วไป ทำหน้าที่ส่งสัญญาณเสียงแบบกำหนดทิศทางเข้าสู่รูหูได้อย่างแม่นยำ และ Comfort pod (ฝั่งหลังใบหู) ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยถ่วงน้ำหนักให้สมดุล (Counterweight) ภายในถูกออกแบบให้เป็นช่องเก็บแบตเตอรี่ และมีปุ่มกดสัมผัสซ่อนอยู่บริเวณด้านข้าง

ส่วนตัวเคสชาร์จโดดเด่นด้วยปุ่มหมุนอัจฉริยะ (Smart Dial) บริเวณมุมเคสชาร์จ เอกลักษณ์จากรุ่น Buds Pro 2 ให้คุณ “หมุน” และ “กด” เพื่อควบคุมมัลติมีเดียได้สะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องจับมือถือ

นอกจากนี้ตัวหูฟังยังกันน้ำและกันเหงื่อระดับ IP54 ใส่ออกกำลังกายหรือลุยฝนได้สบาย (เคสชาร์จ IPX2) และมีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีดำ (Black), สีขาว (White) และสีส้มคอรัล (Coral) โทนสีถูกออกแบบมาให้ดูมินิมอล ผสมผสานความสดใสและความพรีเมียมอย่างลงตัว โดดเด่นแต่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ตอบโจทย์ทั้งวัยรุ่นและวัยทำงาน

ล้ำกว่าใครด้วย “Smart Dial” บนเคสชาร์จ

เอกลักษณ์ที่ทำให้ CMF Clip Pro โดดเด่นกว่าใครคือ Smart Dial ปุ่มหมุนอัจฉริยะแบบกายภาพ (Physical Button) บนตัวเคสชาร์จ ออกแบบมาให้ควบคุมมัลติมีเดียด้วยมือเดียวได้สะดวกโดยไม่ต้องก้มมองหน้าจอสมาร์ตโฟน ข้อดีของปุ่มจริงคือให้สัมผัสที่แม่นยำและตอบสนองได้เสถียรกว่าระบบสัมผัส โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง

การตั้งค่าและฟังก์ชันการใช้งาน

หมายเหตุ: ปุ่ม Smart Dial จะไม่มีการตั้งค่าเริ่มต้นมาให้ ต้องเข้าไปเปิดใช้งานและตั้งค่าคำสั่งผ่านแอป Nothing X ก่อน โดยสามารถปรับแต่งฟังก์ชันได้อย่างอิสระ ดังนี้

  • เปิด/ปิด โหมดความหน่วงต่ำ (Low Lag Mode) สำหรับเล่นเกม
  • หมุนเพื่อปรับระดับเสียง
  • กดเพื่อเล่น/หยุดเพลง, ข้ามไปเพลงก่อนหน้า/ถัดไป
  • จัดการสายเรียกเข้า: รับสาย, วางสาย/ปฏิเสธสาย, เปิด/ปิดไมโครโฟน
  • เรียกใช้งานระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Assistant)

นอกจาก Smart Dial บนเคสแล้ว CMF Clip Pro ยังมาพร้อมปุ่มกดแบบกายภาพที่ตัวหูฟังแต่ละข้าง ให้สัมผัสที่แม่นยำและเสถียร สั่งการได้ทันทีโดยไม่ต้องหยิบมือถือหรือถอดหูฟัง ตอบโจทย์การใช้งานขณะเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายได้อย่างดีเยี่ยม

ฟังก์ชันพื้นฐานของปุ่มบนหูฟัง (ปรับตั้งค่าเพิ่มได้ในแอป Nothing X)

  • กด 1 ครั้ง: เล่น/หยุดเพลง หรือ รับสาย/วางสาย
  • กด 2 ครั้ง: ข้ามเพลง หรือ ปฏิเสธสาย
  • กด 3 ครั้ง: ย้อนกลับไปเพลงก่อนหน้า
  • กดค้าง: หูฟังข้างซ้ายลดเสียง / หูฟังข้างขวาเพิ่มเสียง

พลังเสียง Hi-Res เบสแน่น มิติเสียงครบ

ลบภาพจำที่ว่าหูฟัง Open-ear เสียงเบสบางไปได้เลยครับ CMF Clip Pro จัดเต็มด้วยไดรเวอร์แบบแม่เหล็กคู่คอยล์เดี่ยว ขนาด 10.8 มม. (วัสดุ TPU+LCP) รองรับการถอดรหัสเสียงคุณภาพสูงระดับ Hi-Res Audio และ LDAC ให้รายละเอียดเสียงที่คมชัด เนื้อเสียงอิ่มหนา

ไฮไลท์คือ อัลกอริทึม Malleus (Bass enhancement) ที่ช่วยประมวลผลและปรับเพิ่มเสียงเบสให้อัจฉริยะแบบเรียลไทม์ตามระดับความดังที่เราฟัง และยังมีโหมด Anti-leakage ที่ช่วยป้องกันเสียงรั่วไหลเพื่อความเป็นส่วนตัวเวลาฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์ในที่สาธารณะ

คุยโทรศัพท์ชัดเจนขั้นสุดด้วยเทคโนโลยี VPU

สำหรับใครที่เน้นคุยงาน รุ่นนี้ตอบโจทย์มาก เพราะเขาใส่ไมโครโฟนมาให้ถึงฝั่งละ 3 ตัว (รวม 6 ตัว) โดยแบ่งเป็นไมค์รับเสียงพูด (MEMS) 1 ตัว, ไมค์ตัดเสียงลม 1 ตัว และที่เด็ดสุดคือ เซ็นเซอร์ VPU (Voice Pick Up) 1 ตัว

เซ็นเซอร์ VPU ตัวนี้จะทำหน้าที่ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระดูกขากรรไกรเพื่อดักจับเฉพาะเสียงพูดของเราโดยเฉพาะ ทำให้ไม่ว่าเราจะวิ่งอยู่ริมถนน หรืออยู่ในที่ลมแรง เสียงสนทนาทั้งต้นทางและปลายทางก็จะยังคงคมชัด

แบตเตอรี่อึด ใช้งานยาวนานข้ามวัน

ใช้งานได้ยาวๆ ไม่ต้องกลัวแบตหมดกลางทางครับ เพราะตัวหูฟังฟังต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ (แบตเตอรี่เคส 475 mAh) จะใช้งานได้รวม 32.5 ชั่วโมง หรือถ้าเปิดโหมดประหยัดพลังงาน (Long battery life mode) จะลากยาวได้ถึง 36 ชั่วโมงเลยทีเดียว แถมยังมีระบบชาร์จไว ชาร์จเพียง 10 นาที ฟังต่อได้ยาว ๆ ถึง 4 ชั่วโมง

ปรับแต่งได้ดั่งใจผ่าน Nothing X App

การเชื่อมต่อใช้ Bluetooth 5.4 รุ่นใหม่ล่าสุด รองรับ Dual Connection เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกันได้ การตั้งค่าทั้งหมดสามารถทำได้ผ่านแอป Nothing X (รองรับทั้ง iOS และ Android) ในแอปสามารถปรับ Advanced EQ แบบละเอียด ตั้งค่าปุ่ม Smart Dial เปิดโหมด Low lag สำหรับเล่นเกม และฟีเจอร์ Find my earbuds ได้ครบครัน

บทสรุป

หากคุณกำลังมองหาหูฟังไร้สายที่ใส่สบายตลอดวันโดยไม่ล้าหู CMF Clip Pro คือคำตอบที่ใช่ที่สุดในชั่วโมงนี้ ด้วยโครงสร้างคลิปหนีบ OpenFit Arc ผสานแกนไทเทเนียมที่ยืดหยุ่นและมีน้ำหนักเบาเพียง 5.9 กรัมต่อข้าง ทำให้สวมใส่กระชับ แนบไปกับสรีระหู ใส่ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมหนัก ๆ ก็ไม่หลุดล่วง

จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ของหูฟังแบบเปิด คือการอัปเกรดคุณภาพเสียงให้รองรับระดับ Hi-Res Audio พร้อมระบบประมวลผลเบสอัจฉริยะ Malleus และที่ขาดไม่ได้คือไมโครโฟนเซ็นเซอร์ VPU ที่ดักจับเสียงพูดผ่านกระดูกขากรรไกร ช่วยให้การคุยโทรศัพท์ชัดเจนขั้นสุดแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน เสริมความสะดวกสบายด้วย Smart Dial ปุ่มหมุนสั่งการบนเคสชาร์จที่ทำงานร่วมกับแอป Nothing X ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในเรทราคาเปิดตัวเพียง 3,999 บาท แลกกับวัสดุพรีเมียม แบตเตอรี่ที่ใช้งานรวมได้สูงสุดถึง 36 ชั่วโมง และดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว CMF Clip Pro จึงเป็นหูฟัง Open-ear ที่ให้ความคุ้มค่าสูงลิ่ว ตอบโจทย์ทั้งสายไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และคนทำงาน เป็นอีกหนึ่งแก็ดเจ็ตแห่งปีที่ชาว MobileOcta ไม่ควรพลาดครับ