กำลังมองหาหูฟังไร้สาย TWS ที่ให้มากกว่าแค่เรื่องเสียงอยู่หรือเปล่า? วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับหูฟังตัวซีเคร็ตที่มาพร้อมคอนเซปต์ “เสียงเด่น ดีไซน์โดด” อย่าง CMF Buds (2a)
หูฟัง TWS ราคาพันต้น ๆ แต่จัดฟีเจอร์มาให้แบบเกินเรื่องไปมาก! ไม่ว่าจะเป็นระบบตัดเสียงรบกวน ANC เบสแน่นๆ และดีไซน์สุดสตรีทที่แมตช์ได้กับทุกลุค ตอบโจทย์คนที่อยากได้หูฟังครบเครื่องในราคาเข้าถึงง่ายแบบ effortless

สเปกเบื้องต้น CMF Buds (2a)
ดีไซน์และการสวมใส่
- น้ำหนัก: 4.28 กรัมต่อข้าง (น้ำหนักเบา ดีไซน์ Ergonomic สวมใส่สบาย กระชับหู)
- พื้นผิวสัมผัส: การผสมผสานระหว่างผิวสัมผัสแบบด้าน (Matte) บนตัวเคส และรายละเอียดแบบเงา (Glossy) บนตัวหูฟัง
- ตัวเลือกสี: มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Dark Grey, Light Grey, และ Orange
- มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น: ระดับ IP54 (เฉพาะตัวหูฟัง ทนเหงื่อและละอองน้ำได้)
- การพกพา: ตัวเคสมีช่องสำหรับคล้องสาย Lanyard (สายคล้องคอ/คล้องมือ)
ระบบเสียงและการสนทนา
- ไดรเวอร์: Bio-fiber ขนาด 12.4 มม. (วัสดุ TPU + Bio-fibre)
- การปรับจูนเสียง: ปรับจูนโดย Dirac™ (แบรนด์เทคโนโลยีเสียงระดับโลก)
- เทคโนโลยีเสียงเบส: Ultra Bass Technology 2.0 (ปรับระดับ Bass Boost ได้แบบ real-time ผ่านแอป)
- ไมโครโฟน: ไมค์ความละเอียดสูง 4 ตัว (4 HD Mics)
- เทคโนโลยีการคุยสาย: Clear Voice Technology และระบบลดเสียงลม Wind Noise Reduction 2.0
ระบบตัดเสียงรบกวน
- Active Noise Cancellation (ANC): ตัดเสียงรบกวนได้สูงสุด 42 dB (รองรับช่วงความถี่กว้างสูงสุด 2900 Hz)
- โหมดฟังเสียงภายนอก: Transparency Mode (ดึงเสียงรอบข้างเข้ามาโดยไม่ต้องถอดหูฟัง)
แบตเตอรี่และการชาร์จ
- ระยะเวลาการใช้งาน (ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง): สูงสุด 8 ชั่วโมง (เมื่อปิด ANC)
- ระยะเวลาการใช้งานรวมเคสชาร์จ: สูงสุด 35.5 ชั่วโมง
- ระบบชาร์จไว (Fast Charge): ชาร์จเพียง 10 นาที สามารถใช้งานต่อได้สูงสุด 5.5 ชั่วโมง (เมื่อปิด ANC)
การเชื่อมต่อและฟีเจอร์อัจฉริยะ
- ระบบปฏิบัติการที่รองรับ: รองรับทั้ง iOS และ Android
- การเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว: รองรับ Google Fast Pair (สำหรับอุปกรณ์ Android)
- แอปพลิเคชันควบคุม: Nothing X App
- ปรับแต่ง Custom EQ และเลือก Preset ของ Dirac ได้
- ตั้งค่าการควบคุมด้วยการสัมผัส (Customize Gesture Controls)
- เปิด/ปิด Low Lag Mode สำหรับลดความหน่วงขณะเล่นเกม
- ระบบค้นหาหูฟัง Find My Earbuds
- ฟีเจอร์สลับอุปกรณ์: Dual Devices Connection (เชื่อมต่อและสลับใช้งานระหว่าง 2 อุปกรณ์ได้พร้อมกัน)
ราคาเปิดตัว: 1,399 บาท
อุปกรณ์ภายในกล่อง
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |


- หูฟัง CMF Buds (2a) จำนวน 1 คู่
- เคสชาร์จ สำหรับเก็บและชาร์จแบตเตอรี่หูฟัง
- จุกหูฟังซิลิโคน (Ear tips) สำรองรวม 3 ขนาด คือ ไซส์ S, M และ L (โดยไซส์ M จะถูกใส่ติดมากับตัวหูฟังแล้ว
- คู่มือการใช้งาน
- ข้อมูลด้านความปลอดภัยและการรับประกัน
รูปลักษณ์ดีไซน์
ดีไซน์เท่ เป็นเอกลักษณ์ สวมใส่สบาย

CMF Buds (2a) เป็นหูฟังไร้สายที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ “Functional by design” ที่ผสานความสวยงามเข้ากับการใช้งานจริง น้ำหนักเบา (Lightweight) และออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomic) จึงสวมใส่สบาย กระชับหู ฟังเพลงหรือดูซีรีส์ได้ตลอดวันโดยไม่รู้สึกอึดอัด

CMF Buds (2a) มาพร้อมการเล่นพื้นผิวสัมผัสแบบด้าน (Matte) และเงา (Glossy) เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นดีไซน์ signature ของ CMF by Nothing โดยตัวเคสเป็นผิวด้านให้ความรู้สึกเรียบ มินิมอล และจับถนัดมือ ขณะที่รายละเอียดความเงาบนหูฟังช่วยเพิ่มมิติและความขี้เล่นให้ตัวโปรดักต์ดูโดดเด่นมากขึ้นในกลุ่มหูฟัง entry-level

ตัวหูฟังถูกออกแบบให้มีน้ำหนักที่เบาเพียง 4.28 กรัมต่อข้าง มาพร้อมดีไซน์กระชับหู (Secure fit) ช่วยลดความเมื่อยล้าแม้ใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน รองรับทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะฟังเพลง นั่งทำงาน เดินทาง หรือใส่ออกกำลังกายเบา ๆ ก็เอาอยู่


เคสชาร์จของ CMF Buds (2a) มาในดีไซน์กะทัดรัด (Compact) พกพาง่าย แถมยังมีช่องสำหรับคล้องสาย Lanyard ในตัว เปลี่ยนหูฟังให้กลายเป็น Lifestyle Accessory สุดเก๋ที่พกติดตัวได้ทุกวัน ผสานทั้งฟังก์ชันการใช้งานและแฟชั่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัวตามสไตล์ CMF
ลุยได้ทุกสถานการณ์ด้วยมาตรฐานกันน้ำ IP54

มั่นใจทุกการใช้งานด้วยหูฟัง CMF Buds (2a) ที่มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 (เฉพาะตัวหูฟัง) ทนทานต่อเหงื่อ ฝนปรอย หรือละอองน้ำจากการใช้งาน Outdoor ได้สบาย ๆ ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและใส่ออกกำลังกายเบาๆ
นอกจากนี้ ตัวหูฟังและเคสยังผ่านการทดสอบความทนทานสุดหฤโหดระดับอุตสาหกรรม ทั้งการตกจากที่สูง, ทนต่ออุณหภูมิสุดขั้ว (-40°C ถึง 75°C), และทดสอบพอร์ตชาร์จกว่าหมื่นครั้ง จึงมั่นใจได้ในคุณภาพที่ใช้งานได้ยาวนาน (ข้อควรระวัง: เคสชาร์จไม่ได้กันน้ำ และตัวหูฟังไม่เหมาะกับการใส่อาบน้ำหรือว่ายน้ำ)
คุณภาพเสียง เบสลูกโต ฟังสนุกทุกแนว
พลังเสียงเหนือระดับด้วยไดรเวอร์ Bio-fibre 12.4 มม.

CMF Buds (2a) มอบประสบการณ์เสียงที่ทรงพลังและเก็บครบทุกรายละเอียด ด้วยไดรเวอร์ Bio-fibre ขนาดใหญ่ 12.4 มม. ตัวไดรเวอร์ใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่าง TPU ผสานกับ Bio-fibre ช่วยให้การตอบสนองต่อคลื่นเสียงทำงานได้ฉับไวและแม่นยำ
ผลลัพธ์ที่ได้คือมิติเสียงที่สมบูรณ์แบบ ขับเสียงเบสได้ลึกสะใจ เสียงกลางเคลียร์ชัด และเสียงสูงใสคมกริบ พร้อมจัดเต็มด้วยระบบ Ultra Bass Technology 2.0 และการปรับจูนเสียงจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Dirac™
จูนเสียงระดับโลกด้วย Dirac™ เบสแน่น ฟังสนุกเกินราคา

ระบบเสียงของ CMF Buds (2a) ได้รับการปรับจูนโดย Dirac™ บริษัท Audio Tuning ระดับโลก ทำให้คาแรกเตอร์เสียงมีความกลมกล่อมและฟังสนุก บาลานซ์ “พลังเบส” ที่หนักแน่นเข้ากับ “เสียงร้อง” ที่คมชัดเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ยังเอาใจสายเบสด้วยฟีเจอร์ Ultra Bass Technology 2.0 ที่ช่วยเพิ่มมิติเสียงให้ลึกและมีอิมแพคยิ่งขึ้น ผู้ใช้สามารถปรับระดับ Bass Boost ได้แบบ Real-time ผ่านแอป Nothing X ไม่ว่าจะฟังแนว EDM, Hip-hop หรือ Pop ก็ตอบโจทย์
โดยรวมแล้วนี่คือหูฟังที่ออกแบบมาเพื่อ Daily Listening อย่างแท้จริง ให้โทนเสียงแบบ “Bass-forward” ที่ฟังง่ายและคุณภาพเกินราคา โดยเฉพาะเมื่อเปิดใช้ Dirac Preset คู่กับ Ultra Bass
ตัดเสียงรบกวนเงียบกริบด้วย ANC 42 dB พร้อม Transparency Mode

สัมผัสโลกส่วนตัวได้ทุกที่ด้วยหูฟัง CMF Buds (2a) ที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) ประสิทธิภาพสูง สามารถตัดเสียงรอบข้างได้สูงสุดถึง 42 dB และรองรับช่วงความถี่กว้างถึง 2900 Hz
ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดคุย เสียงรถ หรือเสียงรบกวนระหว่างเดินทางก็เอาอยู่ ช่วยให้คุณโฟกัสกับเสียงเพลง ดูหนัง หรือการทำงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีอะไรกวนใจ
Smart ANC ตัดเสียงรบกวนพอดี สวมใส่สบาย ไม่อึดอัดหู

ระบบตัดเสียงรบกวน ANC บน CMF Buds (2a) ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน (Daily listening) โดยให้บาลานซ์ที่ลงตัวระหว่าง “ความเงียบ” และ “ความสบาย” ไม่ใช่การตัดเสียงแบบ Extreme ที่ทำให้อุดอู้จนเกินไป จึงสามารถใส่ฟังเพลง ทำงาน เดินทาง หรือนั่งชิลในคาเฟ่ได้ต่อเนื่องยาวนานโดยไม่รู้สึกอึดอัด
เปิดรับเสียงรอบข้างด้วย Transparency Mode

นอกจากระบบตัดเสียงรบกวนแล้ว หูฟัง CMF Buds (2a) ยังมาพร้อม Transparency Mode ที่ช่วยดึงเสียงแวดล้อมเข้ามาให้คุณได้ยินอย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นเสียงสนทนา เสียงประกาศ หรือเสียงรถบนท้องถนน ก็สามารถรับรู้สถานการณ์รอบตัวได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดหูฟังออก ตอบโจทย์การเดินทางในเมืองและการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัวและปลอดภัย
ปรับแต่งเสียงได้ดั่งใจ (Adaptive Listening Experience)

หูฟัง CMF Buds (2a) ให้คุณสลับการใช้งานระหว่างโหมด ANC และ Transparency Mode ได้อย่างรวดเร็วผ่านการแตะสัมผัส (Gesture Control) ที่ก้านหูฟัง หรือจะเลือกตั้งค่าผ่านแอป Nothing X ก็ทำได้สะดวก พร้อมให้คุณปรับระดับการตัดเสียงรบกวนให้พอดีกับสภาพแวดล้อมและไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันได้อย่างอิสระ
คุยสายชัดเป๊ะด้วยไมค์ 4 ตัว พร้อม Clear Voice Technology

หมดปัญหาคุยสายไม่รู้เรื่องด้วยหูฟัง CMF Buds (2a) ที่จัดเต็มไมโครโฟนความละเอียดสูงถึง 4 ตัว (4 HD Mics) ทำงานคู่กับระบบ Clear Voice Technology ที่ช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ
ให้คุณคุยโทรศัพท์หรือประชุมออนไลน์ได้เสียงคมชัดทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะอยู่บนรถไฟฟ้า นั่งในคาเฟ่ หรือเดินริมถนนที่มีเสียงรบกวนเยอะก็เอาอยู่
Clear calls anywhere คุยสายชัดเจนทุกที่ ไม่มีสะดุด

ด้วยระบบ Clear Voice Technology บนหูฟัง CMF Buds (2a) ที่ประมวลผลแยกเสียงพูดแบบ Real-time โดยตัวระบบจะโฟกัสเฉพาะเสียงของคุณและตัดเสียงรบกวน (Background noise) รอบข้างออกอย่างชาญฉลาด ช่วยให้ปลายสายได้ยินเสียงที่คมชัด ลดปัญหาเสียงแตกหรือเสียงพูดจมหายระหว่างการสนทนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุยชัดแม้ลมแรงด้วย Wind Noise Reduction 2.0 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Hybrid

ยกระดับการสนทนาไปอีกขั้นด้วยระบบ Wind Noise Reduction 2.0 บน CMF Buds (2a) ที่ช่วยตัดเสียงลมปะทะขณะใช้งาน Outdoor หรือตอนเดินเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คุยสายได้เคลียร์ชัดแม้อยู่กลางแจ้ง
ซึ่งจากหลายรีวิวต่างเห็นตรงกันว่าคุณภาพไมโครโฟนของหูฟังรุ่นนี้ทำได้ดีเกินคาดเมื่อเทียบกับหูฟังระดับ Entry-level รุ่นอื่น ๆ ทั้งในเรื่องความคมชัดของเสียงพูดและการตัดเสียงรบกวนรอบข้าง
จึงเป็นหูฟังที่ออกแบบมาเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ Hybrid ได้ครบ ทั้งการคุยโทรศัพท์ระหว่างเดินทางและการประชุมออนไลน์
ปรับแต่งเสียงดั่งใจผ่านแอป Nothing X ใช้งานง่ายทั้ง iOS และ Android

ยกระดับประสบการณ์การฟังให้เป็นตัวคุณยิ่งขึ้นด้วยหูฟัง CMF Buds (2a) ที่รองรับการเชื่อมต่อกับแอป Nothing X ช่วยให้คุณปรับตั้งค่า EQ และการควบคุมต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดและอิสระ
ตัวแอปออกแบบมาให้รองรับการใช้งานทั้งบนระบบ iOS และ Android พร้อมหน้าตา UI (User Interface) ที่มีความคลีน มินิมอล และใช้งานง่าย (Intuitive) ไม่ซับซ้อน ตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Nothing
Custom EQ

ผู้ใช้สามารถปรับ EQ ได้ตามสไตล์การฟังของตัวเอง ไม่ว่าจะเน้นเบส เสียงร้อง หรือความบาลานซ์ของเสียง พร้อมรองรับ Ultra Bass Technology 2.0 ที่สามารถปรับระดับ bass boost ได้แบบ real-time ผ่านแอป ทำให้คาแรกเตอร์เสียงของหูฟังยืดหยุ่นมากขึ้นตามแนวเพลงที่ฟัง
Customize controls

แอป Nothing X ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถ Customize gesture controls ได้เอง เช่น
- แตะเพื่อเล่น / หยุดเพลง
- เปลี่ยนเพลง
- รับสาย
- สลับ ANC และ Transparency Mode
- เรียกใช้งาน voice assistant
ช่วยให้ตัวหูฟังตอบโจทย์การใช้งานของแต่ละคนได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบ control แบบเดียวกันทั้งหมด
ควบคุม ANC และปลดล็อกฟีเจอร์สุดสมาร์ตผ่านแอป Nothing X

ผู้ใช้สามารถตั้งค่าระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) และโหมดฟังเสียงรอบข้าง (Transparency Mode) ของ CMF Buds (2a) ได้อย่างละเอียดผ่านแอป Nothing X เพื่อเลือกระดับความเงียบให้บาลานซ์กับสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะนั่งทำงาน เดินทาง หรือใช้งาน Outdoor

นอกจากนี้ ตัวแอปยังจัดเต็มฟีเจอร์เสริมที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ทั้งโหมดค้นหาหูฟัง (Find My Earbuds), Low Lag Mode ลดความหน่วงสำหรับเล่นเกม, และ Dual Connection ที่สลับใช้งาน 2 อุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อ ยกระดับให้หูฟังรุ่นนี้เป็น Smart Device ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ประจำวันได้อย่างยืดหยุ่น
เชื่อมต่อเสถียร รองรับทุกค่ายทั้ง iOS และ Android

ทลายข้อจำกัดของ Ecosystem ด้วยหูฟัง CMF Buds (2a) ที่ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนได้ทุกแบรนด์ผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth ที่เสถียร โดยผู้ใช้ Android สามารถเชื่อมต่อได้ฉับไวผ่านระบบ Google Fast Pair ในขณะที่ผู้ใช้ iPhone ก็สามารถใช้งานทุกฟีเจอร์หลัก รวมถึงการตั้งค่า ANC ผ่านแอป Nothing X ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้ยังตอบโจทย์คนทำงานยุค Hybrid ด้วยฟีเจอร์ Dual Connection ที่สามารถเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก ก็สลับสับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ
แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน
แบตเตอรี่อึด ใช้งานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง รวมเคสสูงสุด 35.5 ชั่วโมง

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ All-day listening ด้วยหูฟัง CMF Buds (2a) ที่ให้คุณฟังเพลง ดูซีรีส์ หรือทำงานได้ยาวนานสูงสุด 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง (เมื่อปิด ANC)
และเมื่อพกพาใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ จะสามารถใช้งานรวมได้สูงสุดถึง 35.5 ชั่วโมง หมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายเดินทางและคนที่ต้องใส่หูฟังตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องคอยหาที่ชาร์จบ่อย ๆ
ชาร์จไว 10 นาที ฟังต่อได้ 5.5 ชั่วโมง พร้อมระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ

หมดปัญหาแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน เพราะหูฟัง CMF Buds (2a) รองรับระบบชาร์จไว (Fast Charging) เพียงชาร์จแค่ 10 นาที ก็สามารถนำไปใช้งานต่อได้ยาวนานถึง 5.5 ชั่วโมง (เมื่อปิดโหมด ANC) ตอบโจทย์คนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบหรือต้องเดินทางบ่อย
นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังมีระบบ Smart Power Efficiency ที่ช่วยบาลานซ์คุณภาพเสียง ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) และการใช้พลังงานได้อย่างลงตัว ทำให้แม้จะเปิดใช้งานโหมด ANC ก็ยังสามารถฟังเพลง ดูซีรีส์ ประชุมออนไลน์ หรือเล่นเกมได้อย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่
บทสรุป

CMF Buds (2a) ถือเป็นหนึ่งในหูฟัง TWS ระดับเริ่มต้นที่ให้ความคุ้มค่าสูงที่สุดในช่วงราคานี้ ด้วยดีไซน์มินิมอลที่ดูพรีเมียมเกินราคา คุณภาพเสียงที่ฟังสนุกตอบโจทย์คนรักเสียงเบส ระบบตัดเสียงรบกวนที่ทำงานได้จริง รวมถึงแบตเตอรี่ที่อึดทนทานพร้อมใช้งานตลอดวัน

หากคุณกำลังมองหาหูฟังไร้สายคู่ใหม่ที่เน้นฟังก์ชันครบครัน มีแอปพลิเคชันรองรับการปรับแต่ง และมีสไตล์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ในงบประมาณที่สบายกระเป๋า CMF Buds (2a) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์และไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ

CMF Buds (2a) มาพร้อมโปรโมชันพิเศษบน TikTok Shop ระหว่างวันที่ 1 – 7 มิถุนายน 2569 ในราคาพิเศษ 1,299 บาท จากปกติ 1,399 บาท พร้อมรับส่วนลด สูงสุด 20% พร้อมฟรีค่าจัดส่ง อีกทั้งพิเศษสำหรับ 300 ท่านแรก รับฟรีเสื้อกันฝน Nothing rain coat มูลค่า 899 บาท เฉพาะช่วงโปรโมชันเท่านั้น













