รีวิว realme C12 กล้องหลัง 3 เลนส์ แบตทรงพลัง 6,000 mAh ในราคาสุดคุ้ม !!!

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

realme C12 เปิดตัวมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ realme UI v 1.0 บนพื้นฐานของ Android 10 โดยตัว UI มีความลื่นไหล และให้ความสดใส มีชีวิตชีวา อีกทั้งยังสามามรถปรับแต่งรูปแบบการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น โดยคำนึงถึง 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ระบบสี ไอคอน พื้นหลัง และภาพเคลื่อนไหวแอนิเมชั่น

realme UI มีการพัฒนาหน้าตาเมนูให้ดูสวยงาม มีสีสันสดใสในแบบ high-saturation ที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา ซึ่งสัมผัสได้จากหน้าโฮมสกรีนที่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างชัดเจน โดยไอคอนทั้งหมดถูกปรับดีไซน์ให้ดูเรียบง่ายขึ้นด้วยรูปทรงแบบกลม และมีการใช้สีสันที่มีความโดดเด่นสะดุดตา ส่วนใครที่ไม่ชอบไอคอนทรงกลมก็สามารถไปปรับเป็น Material Style หรือ Pebble ได้ในการตั้งค่า ซึ่งจะมีการปรับไอคอนให้อยู่ในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และทรงสี่เหลี่ยมขอบมนนั่นเอง

นอกจากนี้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งในส่วนของเลย์เอาท์หน้าจอหลัก ทั้งรูปแบบคอลัมน์ และหน้า Apps Drawer ได้ตรงกับไลฟ์สไตล์ความชื่นชอบของแต่ละบุคคล รวมถึงการปรับแต่งภาพพื้นหลัง และรูปแบบธีมรวมถึงฟอนต์ที่สวยงาม ซึ่งมีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้จากแอปพลิเคชัน ร้านขายธีม หรือ realme Theme Store ที่ติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วภายในเครื่อง

Dark Mode เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การใช้งานในตอนกลางคืนเป็นไปอย่างราบลื่น และส่งผลดีต่อสุขภาพดวงตาของของผู้ใช้งาน โดยฟีเจอร์ Dark Mode หลักการทำงานจะเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นสีดำ เพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมในที่แสงน้อยได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งช่วยทั้งเรื่องของการประหยัดพลังงาน พร้อมถนอมสายตา และก่อให้เกิดความผ่อนคลายแก่ผู้ใช้งานอีกทางหนึ่งด้วย

(Dark Mode สามารถใช้งานได้กับบางแอปฯ)

สำหรับ Focus Mode จะเป็นโหมดที่ช่วยผู้ใช้งานคลายเครียดและความวุ่นวายจากโลกภายนอก โดยเมื่อใช้งาน โหมดโฟกัส ระบบจะเปิดเพลงฟังสบาย ๆ จึงช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกผ่อนคลาย พร้อมเปิดใช้งานโหมด DND หรือ DO Not Disturb โดยอัตโนมัติ เพื่อปิดการแจ้งเตือนที่รบกวนต่าง ๆ อีกทางหนึ่งด้วย

realme C12 มาพร้อมฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรที่มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี Full Netcom 4.0 ทำให้สามารถสามารถจับสัญญาณ 4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รวมไปถึงยังรองรับการโทรผ่าน Wi-Fi และ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูงบนคลื่น 4G  มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย

สำหรับปุ่มนำทาง Navigation สามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะกับความถนัดของเราได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมี Full Screen gesture ที่มาพร้อมฟีเจอร์สั่งการง่าย ๆ แต่สามารถใช้งานจอแสดงผลได้แบบเต็ม 100%

ซึ่ง Navigation gestures เป็นฟีเจอร์ที่ใช้การสไลด์นิ้วบนหน้าจอแสดงผลแทนการกดปุ่ม navigation เพื่อให้เป็นการแสดงผลแบบเต็มหน้าจออย่างแท้จริงนั่นเอง

ส่วนโหมด Quick gestures หรือโหมดตัวช่วยเพิ่มความสะดวก เป็นฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งานมาอย่างยาวนานบนสมาร์ตโฟนของหลาย ๆ แบรนด์ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็คือการทำงานร่วมกับพวกเซ็นเซอร์ต่าง ๆ โดยเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก เช่นการคว่ำหน้าจอเพื่อปิดเสียง, วาดบนหน้าเจอเพื่อเปิดแอปฯ / ควบคุมการคอนโทรล Music Player, การจับภาพหน้าจอด้วย 3 นิ้ว, การรับสายอัตโนมัติเมื่อนำโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเป็นต้น

แบ่งหน้าต่างเพื่อใช้งาน 2 แอปพลิเคชั่นไปพร้อมกัน ได้ง่าย ๆ แค่ลากสาวนิ้วจากล่างขึ้นด้านบนของจอแสดงผล และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลยอดนิยม เช่น Line, Facebook หรือ Instagram ได้พร้อม ๆ กัน ถึง 2 แอคเคานท์ในเครื่องเดียว

Phone Manager เป็นเครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่อง ทั้งการลบไฟล์ขยะและไฟล์แคชของระบบ, การจัดการด้านความปลอดภัยความเป็นส่วนตัว, การสแกนไวรัส และการปกป้องด้านการชำระเงินเป็นต้น ซึ่งแอปฯนี้จะช่วยให้การทำงานของตัวเครื่องเต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ มีความรวดเร็วและความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

สำหรับ Game Space  “การเร่งความเร็วเกม” ที่ช่วย optimization ให้เล่นเกมได้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น และยังมีฟังก์ชั่นที่ช่วยจัดการด้านจัดการด้านเครือข่าย เช่นการปฏิเสธสาย จัดการด้านการแจ้งเตือน ล็อคความสว่างเป็นต้น ทำให้การเล่นเกมบน realme C12 นั้นเป็นไปอย่างสมูทลื่นไหล 

ปิดท้ายกันไปด้วยการจัดสรรพลังงาน ในภาพรวมต้องบอกว่า realme C12 นั้นมีแบตที่อึดอย่างน่าประทับใจ หากเป็นการใช้งานทั่ว ๆ สามารถใช้งานได้ครบ 1 วันแบบสบาย ๆ และยังมาพร้อมโหมดประหยัดพลังงาน “Super Power Saving Mode”  โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกแอพลิเคชั่นที่ใช้งานบ่อย 6 แอพพลิเคชั่น เพื่อการใช้ได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จากการทดสอบ realme C12 กับ Super Power Saving mode พบว่า realme C12 ใช้งาน WhatsApp เพียง 5% , Youtube ได้นานถึง 2 ชั่วโมงต่อเนื่อง และ โทรฉุกเฉินได้นานถึง 2 ชั่วโมง 45 นาที 

ประสิทธิภาพ

realme C12 มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio G35 12 nm 8-Core ความเร็วสูงสุด 2.3Hz พร้อม Cortex A53 ที่เร็วและใหม่ล่าสุดในระดับราคาเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ใช้งานและเกมเมอร์ เนื่องจากสามารถรองรับแอพพลิเคชั่น และเกมระดับกลางได้ถึงระดับมืออาชีพ และยังมาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

การประมวลผล – ระยะเวลา App Booting ลงลด 25% ความลื่นไหลเพิ่มขึ้น 20%

แบตเตอรี่ – อายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 10%; ลดการใช้พลังงานเมื่อเปิดสแตนด์บายข้ามคืน 35%

ประสิทธิภาพการทำงาน – ลดความดีเลย์ระบบสัมผัส 35% ประสิทธิภาพการเล่นเกมเพิ่มขึ้น 20%

สำหรับเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ให้มาอย่างครบถ้วน เรียกว่าไม่น้อยหน้าสมาร์ทโฟนในระดับเดียวกันอย่างแน่นอน ส่วนในด้านการจับสัญญาณ GPS อยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ ต้องบอกเลยว่าถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็กแต่ความสามารถไม่เล็กแต่อย่างใด 

มัลติมีเดียและความบันเทิง

realme ยังเล็งเห็นความสำคัญของกลุ่มผู้ใช้งานที่ยังชื่นชอบการรับฟังวิทยุ FM จึงไม่แปลกใจที่หลาย ๆ รุ่นยังคงมาพร้อมกับ FM ซึ่งบน realme C12 เป็น FM แบบทศนิยมสองจุด ทีมีภาครับสัญญาณถือว่าคมชัดใช้ได้เลย ส่วนฟีเจอร์อาจจะไม่ได้เยอะมาก โดยจะเน้นไปที่การใช้งานที่เรียบง่ายเป็นหลัก

Music Player บน realme C12 มาพร้อมความสามารถที่ครบเครื่อง เรียกว่าไม่แตกต่างจากแอป Music Player ยอดนิยมทั่ว ๆ ไป เช่นการเล่นสุ่ม/เล่นซ้ำ การสร้างเพลย์ลิสต์ ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าเป็นต้น แต่สิ่งที่มีความโดดเด่นและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ใช้งาน ก็คือ Dual Mode Music Share ที่สามารถเชื่อมต่อหูฟ้งไร้สายได้พร้อมกัน 2 เครื่อง

รวมถึงระบบเสียง Real HD Sounds ที่ช่วยปรับปรุงให้คุณภาพเสียงนั้นยกระดับขึ้นไปอีกขั้น อีกทั้งยังสามารถปรับแต่ง อีควอไลเซอร์ได้ยืดหยุ่นตรงกับรสนิยมการฟังเพลงของแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี จึงทำให้การรับชมคอนเทนต์เต็มอิ่มครบทุกอรรถรสอย่างแน่นอน 

สำหรับ Video Player บน realme C12 รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียดสูงระดับ Full HD ได้อย่างสมูทไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น  

ทดสอบการเล่นเกม

ในด้านประสิทธิภาพต้องบอกว่าตัวชิปเซ็ต MediaTek Helio G35 นั้นทำผลงานได้น่าประทับใจ โดยผลคะแนนต่าง ๆ ที่ออกมา ถือว่าเกินความคาดหมาย เพราะถึงแม้จะให้ RAM มาเพียง 3GB แต่การใช้งานทั่วไปมีความลื่นไหล และเล่นเกมได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ทดสอบกับเกม PUBG โดยสามารถปรับตั้งค่ากราฟิกที่ “ระดับดี” ส่วนเฟรมเรทตั้งไว้ที่ระดับกลาง ซึ่งในภาพรวมถือว่าทำผลงานได้น่าประทับใจ เพราะแทบไม่พบอาการแลคให้หงุดหงิดใจ

ต่อกันด้วย ROV เกมแนว MOBA สุดฮิตของบ้านเรา โดย realme C12 สามารถเล่นบนเฟรมเรทสูงได้ แต่อาจจะได้ได้ลื่นมากนัก โดยการเล่นบนเฟรมเรทสูงจะมีอาการสวิงขึ้นลงบ้าง แต่ถ้าเลือกตั้งค่าเกมให้เป็นค่าเริ่มต้น ก็จะสามารถตีป้อมได้ค่อนข้างลื่นเลยทีเดียว

ปิดท้ายกันด้วย เกม Call of Duty  ที่สามารถปรับตั้งค่าคุณภาพกราฟิกระดับ LOW และเฟรมเรท MEDIUM พบว่าสามารถเล่นได้ค่อนข้างไหลลื่น มีความสมูทสุดที่ดีมาก ๆ  และไม่พบอาการแลคหรือหน่วงให้เห็น ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้กับ Firmware ที่ปรับแต่งมาเป็นอย่างดี รวมถึงฟีเจอร์ Game Space ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

อ่านต่อ … คลิกที่นี่ >>> Page 3