หลังจากที่ OPPO ได้เปิดตัวสมาร์ตวอทช์เรือธงอย่าง Watch X3 ในประเทศจีนไปเมื่อเดือนที่แล้ว ล่าสุดทางแบรนด์ได้เปิดตัวรุ่นน้องอย่าง OPPO Watch X3 Mini ตามมาติดๆ ซึ่งตามชื่อรุ่นเลยคือมาในขนาดที่กะทัดรัดขึ้น และมีการปรับดีไซน์ให้ดูหรูหราและมีความวิบวับมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางปกติที่แบรนด์สมาร์ตวอทช์มักใช้เพื่อเจาะกลุ่มตลาดผู้ใช้งานผู้หญิง และด้วยขนาดตัวเรือนที่เล็กลงนี้เอง จึงทำให้มันเป็นตัวเลือกที่ลงตัวและสวมใส่สบายกว่าเมื่อเทียบกับ Watch X3 รุ่นปกติที่มีขนาดตัวเรือนถึง 47 มม.

OPPO Watch X3 Mini มาพร้อมหน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.32 นิ้ว ความละเอียด 466×466 พิกเซล สู้แสงกลางแจ้งได้ดีด้วยความสว่างสูงสุด 1,000 nits และครอบทับด้วยกระจกหน้าปัดคริสตัลแซปไฟร์ (Sapphire crystal) สุดแกร่ง ตัวเรือนมีขนาดอยู่ที่ 43.2 x 43.2 x 11.18 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาเพียง 40.4 กรัม (ไม่รวมสาย) และประมาณ 58 – 60.6 กรัมเมื่อรวมสาย (ขึ้นอยู่กับประเภทของสายที่เลือกใช้งาน)

ในด้านประสิทธิภาพ รุ่นนี้ให้แบตเตอรี่มาที่ 354 mAh โดยทาง OPPO เคลมว่าสามารถใช้งานโหมดสมาร์ตแบบเต็มรูปแบบได้สูงสุด 2.5 วัน, 1.5 วันหากเปิดฟีเจอร์ Always-on Display ไว้ตลอดเวลา และยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานถึง 1 สัปดาห์เต็มในโหมดประหยัดพลังงาน

ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon Wear W5 รองรับการเชื่อมต่อที่ครบครันทั้ง eSIM, Bluetooth 5.2, Wi-Fi แบบ Dual-band, NFC รวมถึงระบบดาวเทียมนำทางเต็มรูปแบบ (GPS แบบ Single-band, BeiDou, Galileo, GLONASS และ QZSS)

สำหรับฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกายก็จัดเต็มด้วยเซนเซอร์ต่างๆ มากมาย ทั้ง Accelerometer, Gyro, Geomagnetic, Barometer พร้อมเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคอล, วัดค่าออกซิเจนในเลือด (Pulse oximeter), เซนเซอร์วัดอุณหภูมิที่ข้อมือ และเซนเซอร์วัดแสงสว่าง

นอกจากนี้ยังมีโหมดกีฬาในตัวมากกว่า 100 โหมด, โค้ชกีฬา AI อัจฉริยะ รวมถึงผ่านมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่นระดับ 5ATM และ IP68
ราคาและการวางจำหน่าย


OPPO Watch X3 Mini มีให้เลือก 3 สีสัน ได้แก่ สีทอง, สีเงิน และสีน้ำตาล โดยเปิดให้พรีออเดอร์แล้วบนเว็บไซต์ของ OPPO ในประเทศจีน
- รุ่นปกติ (ไม่มี eSIM): ราคาเริ่มต้น 1,799 หยวน (หรือประมาณ 263 ดอลลาร์สหรัฐ / ราว 9,xxx บาท)
- รุ่นรองรับ eSIM: ราคา 1,999 หยวน (หรือประมาณ 293 ดอลลาร์สหรัฐ / ราว 10,xxx บาท)
ในขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอุปกรณ์รุ่นนี้จะมีการวางจำหน่ายในระดับ Global (รวมถึงในไทย) หรือไม่ แต่จากการที่ OnePlus Watch 4 เพิ่งเปิดตัวไปในฐานะแฝดคนละฝาของ OPPO Watch X3 จึงมีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตเราอาจจะได้เห็นการรีแบรนด์เป็น “OnePlus Watch 4 Mini” ก็เป็นได้ ซึ่งคงต้องรอติดตามกันต่อไป
ที่มา : Gsmarena









