เปิดตัว nubia NaviX Ultra ปฏิวัติสู่ยุค Agentic AI ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 พร้อมแบต 7,100mAh

nubia ประกาศเปิดตัว nubia NaviX Ultra อย่างเป็นทางการในประเทศจีน ชูตำแหน่งสมาร์ตโฟนสาย Agentic AI เต็มรูปแบบ โดยพัฒนาต่อยอดระบบปฏิบัติการให้ขับเคลื่อนด้วยโมเดลอัจฉริยะ Doubao Mobile Assistant ที่สามารถคิดวิเคราะห์ วางแผนแก้ปัญหา และลงมือปฏิบัติงานแทนผู้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ควบคู่กับสเปกฮาร์ดแวร์ระดับท็อปแห่งยุคด้วยขุมพลัง Snapdragon 8 Elite Gen 5

สรุปสเปกไฮไลต์ของ nubia NaviX Ultra

  • ระบบปฏิบัติการ AI: ขับเคลื่อนด้วย Doubao Mobile Assistant ผสาน Nebula AIOS 2 บนพื้นฐาน Android 16
  • ปุ่มเฉพาะ AI Key: รวมเซนเซอร์สแกนนิ้วเข้ากับปุ่มสั่งการ AI แบบมัลติฟังก์ชัน (แตะเปิดหน้าต่าง / กดค้างสั่งงานเสียง / ดับเบิลคลิกเปิดโหมดคอลวิดีโอ)
  • ชิปเซ็ตประมวลผล: Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5
  • หน่วยความจำและความจุ: RAM LPDDR5X สูงสุด 16GB และความจุ UFS 4.1 สูงสุด 1TB
  • หน้าจอแสดงผล: LTPO OLED ขนาด 6.78 นิ้ว รีเฟรชเรต 1–144Hz ความสว่างพีค 4,500 นิต
  • กล้องถ่ายภาพ: กล้องหลัง 3 ตัว นำโดยเซนเซอร์หลัก 50MP (OIS) + ซูม Periscope 64MP (3x Optical) + Ultra-wide 50MP
  • แบตเตอรี่และการชาร์จ: 7,100mAh รองรับชาร์จไวผ่านสาย 90W, ชาร์จไร้สาย 50W และ Reverse Wireless Charging

ก้าวสู่ “Agentic AI Phone”: ฉลาดล้ำ คิด วางแผน และลงมือทำแทนผู้ใช้

จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ nubia NaviX Ultra แตกต่างจากสมาร์ตโฟน AI ทั่วไป คือการนำสถาปัตยกรรม Agentic AI ผ่านผู้ช่วย Doubao มาประยุกต์ใช้ โดยมี 4 แกนความสามารถหลัก:

  1. Deep Reasoning (การคิดเชิงลึก): สามารถแยกแยะคำสั่งที่ซับซ้อนของผู้ใช้ แล้วแตกออกเป็นภารกิจย่อยๆ เพื่อทยอยทำทีละขั้นตอนอย่างเป็นระบบ
  2. Self-Correction (การแก้ไขข้อผิดพลาดอัตโนมัติ): สามารถตรวจสอบและกู้คืนกระบวนการทำงานได้เองทันทีเมื่อพบอุปสรรคระหว่างดำเนินการ
  3. Extended-Context Adherence (เกาะติดบริบทระยะยาว): ป้องกันไม่ให้ AI สับสนหรือหลุดประเด็นในการประมวลผลคำสั่งหรือภารกิจที่ต้องใช้เวลายาวนาน
  4. Generalization (การปรับใช้ความรู้ข้ามแอป): ดึงประสบการณ์จากแอปพลิเคชันหนึ่งไปแก้ปัญหาหรือจัดการข้อมูลในอีกแอปหนึ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้

ผู้ใช้สามารถเข้าถึงความสามารถเหล่านี้ผ่าน AI Key (ปุ่มสแกนนิ้วมือ) ได้ทันที โดยรองรับการสั่งงานด้วยเสียง การพิมพ์ หรือแม้กระทั่งดับเบิลคลิกเพื่อเริ่มโหมด “วิดีโอคอลกับ AI” ให้ระบบมองเห็นภาพผ่านกล้องเพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Multi-modal ได้ทันที นอกจากนี้ AI ยังสามารถเชื่อมต่อ API กับแอปพลิเคชันภายนอก เช่น แอปทำงานกลุ่ม Lark, บริการเรียกรถแท็กซี่ไร้คนขับ CaoCao Mobility, บริการสตรีมมิ่งเพลง ตลอดจนช่วยรับสายโทรศัพท์แทนตามสคริปต์ ถอดเทปเสียง และค้นหาข้อมูลจากภาพสกรีนช็อตได้อย่างแม่นยำ

ฮาร์ดแวร์จัดเต็ม ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 จอ 144Hz แบตเตอรี่ 7,100mAh

ด้านฮาร์ดแวร์ nubia NaviX Ultra ใช้หน้าจอแสดงผล LTPO OLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (1,260 x 2,800 พิกเซล) ปรับรีเฟรชเรตได้ลื่นไหล 1–144Hz ดันความสว่างสูงสุดได้ถึง 4,500 นิต พร้อมเทคโนโลยีถนอมสายตา DC Dimming

ตัวเครื่องมีความบางเพียง 7.6 มม. น้ำหนัก 208 กรัม แต่ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุสะใจถึง 7,100mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 90W และชาร์จไร้สาย 50W

ในส่วนของกล้องหลังติดตั้งมา 3 ตัวระดับโปร:

  • กล้องหลัก: 50MP เซนเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว รูรับแสง f/1.6 พร้อมระบบกันสั่น OIS
  • กล้องเทเลโฟโต: Periscope 64MP ซูมออปติคอล 3 เท่า พร้อม OIS และเทคโนโลยี DCG HDR
  • กล้องมุมกว้าง Ultra-wide: 50MP รูรับแสง f/2.0 มุมมองกว้าง 115 องศา พร้อม Autofocus
  • กล้องหน้า: ความละเอียด 32MP

ราคาและตัวเลือกความจุ

nubia NaviX Ultra เริ่มวางจำหน่ายผ่านหน้าร้านค้าออนไลน์ทางการของ ZTE ในประเทศจีน โดยมีตัวเลือกความจุดังนี้:

รุ่นความจุ (RAM + ROM)ราคาจำหน่าย (หยวน)ราคาประมาณการ (บาท)
12GB + 512GB6,000 หยวนประมาณ 29,900 บาท
16GB + 512GB6,500 หยวนประมาณ 32,400 บาท
16GB + 1TB7,500 หยวนประมาณ 37,400 บาท

คุณมองว่าการยกระดับ AI จากแค่การแต่งภาพหรือสรุปข้อความ มาสู่ระบบ Agentic AI ที่สามารถกดสั่งงาน ข้ามแอป และลงมือทำแทนเราได้จริงบน nubia NaviX Ultra คือทิศทางในอนาคตของสมาร์ตโฟนที่คุณกำลังมองหาหรือไม่?

ที่มา : Gsmarena