เปิดตัว Nothing Phone (4b) ชูจุดเด่นแบตสุดอึด ชิป Snapdragon 6 Gen 4 พร้อมเอกลักษณ์ Glyph Bar

Nothing Phone (4b) เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทางแบรนด์เคลมว่านี่คือสมาร์ตโฟนจาก Nothing ที่มีแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา อย่างไรก็ตาม รุ่น (b) ตัวนี้ไม่ใช่รุ่นที่อัปเกรดต่อยอดมาจากรุ่น (a) แต่ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดไว้กึ่งกลางระหว่าง Phone (4a) และ Phone (3a) Lite

สมาร์ตโฟนที่แบตเตอรี่อึดที่สุดของแบรนด์

จุดเด่นหลักของ Nothing Phone (4b) คือแบตเตอรี่ความจุ 5,200mAh สำหรับรุ่น Global ซึ่งทางแบรนด์ระบุว่าเพียงพอสำหรับการสตรีมวิดีโอต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 22 ชั่วโมง (พิเศษสำหรับประเทศอินเดีย จะได้เวอร์ชันแบตเตอรี่ใหญ่จุใจถึง 6,000mAh) ทั้งสองเวอร์ชันรองรับเทคโนโลยีชาร์จไวผ่านสาย 33W และรองรับการชาร์จย้อนกลับให้อุปกรณ์อื่น (Reverse Charging) ที่ 7.5W

ประสิทธิภาพและขุมพลัง Snapdragon

ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซ็ต Snapdragon 6 Gen 4 ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพให้เหนือกว่า Phone (3a) Lite (ที่ใช้ Dimensity 7300 Pro) แต่ยังเป็นรอง Phone (4a) ที่ใช้ Snapdragon 7s Gen 4 เล็กน้อย (โดยสถาปัตยกรรมของ 6 Gen 4 แทบจะเหมือนกับรุ่น 7s แต่ถูกปรับลดความเร็ว Clock ลงมา)

หน้าจอ OLED สู้แสง และสเปคกล้อง

  • หน้าจอแสดงผล: มาพร้อมจอ OLED ขนาด 6.77 นิ้ว ความละเอียด 1080p+ รองรับอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ให้ความสว่างในโหมดใช้งานกลางแจ้ง 1,200 nits และดันความสว่างสูงสุด (Peak Brightness) ได้ถึง 2,000 nits พร้อมครอบทับด้วยกระจกกันรอย Dragontrail Pro Glass
  • กล้องหลังคู่:
    • กล้องหลัก: ความละเอียด 50MP (เซนเซอร์ 1/2.76”, รูรับแสง f/1.8) พร้อมระบบกันสั่น OIS
    • กล้อง Ultra-wide: ความละเอียด 8MP (เซนเซอร์ 1/4”, f/2.2) มุมกว้าง 120 องศา
    • รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K @30fps และ 1080p @60fps
  • กล้องหน้าเซลฟี่: ความละเอียด 16MP (เซนเซอร์ 1/3”, f/2.4) เลนส์กว้าง 82 องศา

ดีไซน์, ฟีเจอร์พิเศษ และการเชื่อมต่อ

เอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้คือแถบไฟ Glyph Bar ด้านหลังเครื่อง ซึ่งประกอบด้วยไฟ LED สีขาว 4 ดวง และสีแดง 1 ดวง สามารถตั้งค่าผ่าน Nothing OS เพื่อใช้แสดงตัวจับเวลา, ไฟแจ้งเตือนขณะบันทึกวิดีโอ และลูกเล่นอื่นๆ อีกมากมาย

  • ฟีเจอร์อื่นๆ: เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Optical, เซนเซอร์จับระยะ (Physical Proximity), ลำโพงคู่สเตอริโอ, ไมโครโฟน 2 ตัว (ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.)
  • ปุ่มเสริม: มีปุ่ม Essential Key ด้านข้างสำหรับเรียกใช้งานฟีเจอร์ AI ต่างๆ เช่น Essential Voice และ Essential Search
  • การเชื่อมต่อ: รองรับ 2 ซิม (Dual-SIM), Wi-Fi 6 (ax) Dual-band, Bluetooth 6.0 และ NFC (มีรุ่นรองรับ eSIM เฉพาะในญี่ปุ่น)
  • ความทนทาน: ได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP64 (กันน้ำกระเซ็น) แต่จากการทดสอบภายในพบว่าตัวเครื่องสามารถทนการจมน้ำลึก 25 เซนติเมตร ได้นานถึง 20 นาที

ระบบปฏิบัติการและการอัปเดต

Nothing Phone (4b) แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Nothing OS 4.1 (ทำงานบนพื้นฐาน Android 16) โดยทางแบรนด์การันตีการอัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS) ยาวนานถึง 3 ปี และอัปเดตแพตช์รักษาความปลอดภัยต่อเนื่องถึง 6 ปีเต็ม

ราคา Nothing Phone (4b) และการวางจำหน่าย

Nothing Phone (4b) เปิดราคาเริ่มต้นที่ €330 / £300 / ₹35,000 (ประมาณ 13,000 – 14,000 บาท) มีให้เลือก 3 สี ได้แก่:

  • สีขาว (White)
  • สีดำ (Black)
  • สีน้ำเงิน (Blue)

ในตลาดส่วนใหญ่จะวางจำหน่ายเฉพาะรุ่นความจุ RAM 8GB (LPDDR4X) / ROM 128GB (UFS 2.2) และไม่รองรับ MicroSD Card ปัจจุบันเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) แล้วผ่านเว็บไซต์ทางการของ Nothing.tech

(หมายเหตุ: สำหรับประเทศอินเดีย จะมีรุ่นพิเศษ 8GB/256GB วางจำหน่ายผ่าน Flipkart ในราคา ₹39,000)

ที่มา : Gsmarena