เปิดตัว Nothing Ear (3a) หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ ชูโรงระบบตัดเสียงรบกวน ANC พร้อมแบตเตอรี่อึด 42 ชั่วโมง

นอกจากสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่อย่าง Nothing Phone (4b) แล้ว แบรนด์เทคโนโลยีจากอังกฤษอย่าง Nothing ยังได้เปิดตัว Nothing Ear (3a) หูฟังไร้สาย True Wireless (TWS) รุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมการอัปเกรดฟีเจอร์และประสิทธิภาพแบบจัดเต็ม

ดีไซน์ In-ear คุ้นเคย พร้อมพลังเสียงที่กระหึ่มกว่าเดิม

Nothing Ear (3a) ยังคงใช้ดีไซน์แบบ In-ear พร้อมจุกซิลิโคน ซึ่งในรุ่นนี้ได้เพิ่มจุกหูฟังขนาดเล็กพิเศษ (XS) มาให้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม ภายในหูฟังแต่ละข้างขับเคลื่อนด้วย ไดนามิกไดรเวอร์ขนาด 12 มม. ซึ่งทาง Nothing เคลมว่าสามารถให้เสียงเบสที่แน่นและทรงพลังกว่ารุ่น Ear (a) เดิมถึง 5 เดซิเบล

ระบบตัดเสียงรบกวน และฟีเจอร์บันทึกเสียงสุดล้ำ

  • ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC): รองรับ Active Noise Cancellation ที่สามารถตัดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 45dB
  • โหมดการฟัง: มาพร้อมโหมดฟังเสียงภายนอก (Transparency Mode) และรองรับระบบเสียงรอบทิศทาง (Spatial Audio)
  • ไมโครโฟนและ AI: หูฟังแต่ละข้างมีไมโครโฟน 3 ตัว พร้อมระบบลดเสียงรบกวนด้วย AI ช่วยให้การสนทนาชัดเจน
  • ฟีเจอร์บันทึกเสียงในตัว: จุดเด่นที่น่าสนใจคือหน่วยความจำในตัวขนาด 32MB ที่ให้ผู้ใช้สามารถบันทึกเสียงลงในหูฟังได้โดยตรง บันทึกได้สูงสุด 1 นาที โดยมีฟีเจอร์พิเศษที่สามารถดึงเสียงที่เล่นในช่วง 30 วินาทีก่อนที่จะกดปุ่มบันทึกมารวมไว้ได้ด้วย

แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานข้ามวัน

เรื่องแบตเตอรี่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของรุ่นนี้:

  • เมื่อเปิด ANC: ฟังต่อเนื่องได้ 6 ชั่วโมง (เฉพาะหูฟัง) และใช้งานรวมเคสชาร์จได้สูงสุด 25 ชั่วโมง
  • เมื่อปิด ANC: ฟังต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง (เฉพาะหูฟัง) และใช้งานรวมเคสชาร์จได้สูงสุดถึง 42 ชั่วโมง
  • ระบบชาร์จไว: รองรับ Fast Charging โดยชาร์จเพียง 5 นาที สามารถใช้ฟังเพลงต่อได้ถึง 1 ชั่วโมง

การเชื่อมต่อและดีไซน์เคสชาร์จโฉมใหม่

ตัวหูฟังรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 6.0 และ Google Fast Pair รวมถึงรองรับ Audio Codec หลากหลายทั้ง SBC, AAC และคุณภาพสูงอย่าง LDAC

แม้ดีไซน์ของตัวหูฟังจะยังคงคล้ายกับรุ่น Ear (a) เดิม แต่เคสชาร์จได้รับการออกแบบใหม่ให้มีรูปทรงที่โค้งมนมากขึ้น พร้อมปรับปรุงไฟแสดงสถานะให้ดูง่ายและชัดเจนกว่าเดิม

สีที่วางจำหน่ายและราคา

Nothing Ear (3a) มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่:

  • สีดำ (Black)
  • สีชมพู (Pink)
  • สีขาว (White)
  • สีเหลือง (Yellow)

โดยเปิดราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ $99 / £99 / €99 (ประมาณ 3,500 – 3,900 บาท)

ที่มา : Gsmarena