รีวิว Nothing Phone (4b) สมาร์ตโฟนดีไซน์โปร่งใส มาพร้อม Glyph Bar แบบใหม่, แบตอึดสุด 5200 mAh, ชิป Snapdragon 6 Gen 4 และฟีเจอร์ AI ครบครัน

สวัสดีครับแฟน ๆ MobileOcta ทุกท่าน! วันนี้เรามีสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์การออกแบบมารีวิวให้ชมกัน นั่นคือ Nothing Phone (4b) สมาร์ทโฟนที่เกิดมาเพื่อเปลี่ยนลุคของคุณให้ดูเป็นสตรีท และสร้างสีสันให้วงการเทคฯ อย่างแท้จริง

สำหรับรุ่นนี้ ทางแบรนด์ได้ชูสโลแกนสั้น ๆ แต่ได้ใจความว่า “ว้าาาาวววว” ซึ่งหลังจากที่เราได้สัมผัสและทดลองใช้งานจริง ก็ต้องยอมรับเลยว่ามันว้าวในทุกมิติ ทั้งดีไซน์สุดล้ำ สเปคที่จัดเต็มจนวางไม่ลง และฟีเจอร์สุดฉลาดที่ใครเห็นก็ต้องทัก มาเจาะลึกไปพร้อม ๆ กันเลยครับว่ามือถือรุ่นนี้มีทีเด็ดอะไรซ่อนอยู่บ้าง!

สเปกเบื้องต้น Nothing Phone (4b)

ขนาด164.4 x 78.2 x 8.6 มม.
น้ำหนัก 210 กรัม
หน้าจอ super AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2344 พิกเซล (381 PPI) ขนาด 6.77 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีอัตรารีเฟรชแบบปรับอัตโนมัติ 120Hz, อัตราการตอบสนองการสัมผัสสูงสุด 1000 Hz, ความถี่ PWM 480 Hz, ความลึกสี 8-bit, จำนวนสี 16.7 ล้านสี, อัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1, ความสว่างสูงสุด 2000 nits, ความสว่างกลางแจ้ง 1200 nits, ความสว่างทั่วไป 600 nits และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Dragontail Pro Glass
หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.3GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 6 Gen 4 (4 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Qualcomm Adreno 810, หน่วยประมวลผลประสาทเทียม (NPU) Hexagon ของ Qualcomm, เอนจิน AI ของ Qualcomm และหน่วยประมวลผลสัญญาณภาพ Spectra ของ Qualcomm
RAM8GB/ แบบ LPDDR4X
หน่วยความจำภายในเครื่อง128GB แบบ UFS 2.2
microSD Card
ระบบปฏิบัติการNothing OS 4.1 บน Android 16

อัปเดต Android 3 ปี

อัปเดตแพตช์ความปลอดภัย 6 ปี

*Nothing Phone (4b) จะได้รับการสนับสนุนซอฟต์แวร์เป็นเวลา 6 ปี นับจากวันที่เริ่มวางจำหน่ายบน nothing.tech โดยครอบคลุมการอัปเดต Android 3 ปี การอัปเดตความปลอดภัย 6 ปี รวมถึงการอัปเดตเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องและปรับปรุงการทำงานของระบบ
เชื่อมต่อWi-Fi 6, 802.11 a/b/g/n/ac/ax, 2.4G/5G dual-band, MU-MIMO, Wi-Fi Direct, Hotspot
Bluetooth 6.0, A2DP, LE
GPS with GPS (L1), GLONASS (G1), BDS (B1I), GALILEO (E1), QZSS (L1)
พอร์ต USB Type-C 2.0, OTG
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังคู่ AI Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/1.8, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.76″, ระบบออโต้โฟกัส PDAF, ระบบกันสั่น OIS & EIS และอัลกอริทึม Image Super Resolution (ISR)
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 15mm, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4″, 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 119.5 องศา

การบันทึกวิดีโอด้วยกล้องหลัง
บันทึกวิดีโอ 4K ที่ 30 FPS
บันทึกวิดีโอ 1080p ที่ 30 หรือ 60 FPS
บันทึกวิดีโอ Ultra XDR 1080p ที่ 30 FPS
สโลว์โมชั่น 1080p ที่ 120 FPS
ไทม์แลปส์ที่ 4K / 1080p

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3″ และมุมมองภาพ 81.8°
รองรับระบบซิมคู่ (นาโนซิม + นาโนซิม)
2G: GSM: 850/900/DCS/PCS
3G: WCDMA: B1, 2, 4, 5, 6, 8, 19
4G: LTE:B1, B2, B3, B4, B5, B7, B8, B18, B19, B20, B26, B28, B38, B40, B41, B42, B66, B71
5G: n1, n2, n3, n5, n7, n8, n20, n28, n38, n40, n41, n66, n71, n77, n78
แบตเตอรี่5,200mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 33W และการชาร์จแบบย้อนกลับ 7.5 W
สีสีขาว
สีดำ
สีฟ้า (เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะเว็บไซต์)
ราคาRAM 8+128GB ราคา 13,999 บาท

บรรจุภัณฑ์/ อุปกรณ์ภายในกล่อง

สำหรับแพ็กเกจของรุ่นนี้ยังคงความเท่และใส่ใจในทุกรายละเอียดตามแบบฉบับของแบรนด์ ตัวกล่องด้านนอกมาในโทนสีดำพิมพ์ลายโมดูลกล้องด้านหลังเครื่องสุดโดดเด่น

ส่วนด้านหลังกล่องจะระบุรายละเอียดสเปกเบื้องต้นพร้อมแถบกระดาษสำหรับฉีกเพื่อเปิดกล่อง

และเมื่อเปิดแถบกระดาษออกมา จะพบกับกล่องกระดาษสีขาวด้านในที่พิมพ์ข้อความปรัชญาการออกแบบและคำต้อนรับจาก Nothing ไว้อย่างมีสไตล์

เมื่อเปิดกล่องทั้งหมดออกดู ทางแบรนด์ได้จัดเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครันพร้อมใช้งานได้ทันที ซึ่งประกอบไปด้วย:

  • ตัวเครื่อง Nothing Phone (4b)
  • เคสใสสำหรับ Phone (4b) ที่ช่วยปกป้องตัวเครื่องและยังสามารถโชว์ดีไซน์ด้านหลังได้อย่างเต็มที่
  • สายชาร์จ (USB-C to USB-C) ของ Nothing ความยาว 100 ซม.
  • ฟิล์มกันรอย (ติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วบนหน้าจอจากโรงงาน)
  • เข็มจิ้มถาดซิม ดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์

รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ

ว้าาาาวววว จนไม่อยากละสายตา: เสน่ห์แห่งดีไซน์โปร่งใส สไตล์ลอนดอน

การออกแบบถือเป็น DNA หลักของแบรนด์ โดย Nothing Phone (4b) ได้สืบทอดแนวคิด Crafted in London ที่ผสานความสวยงามเข้ากับการใช้งานจริง

บอดี้และวัสดุ

ตัวเครื่องเป็นการผสานดีไซน์ระหว่าง Phone (4a) และ Phone (4a) Pro เข้าด้วยกัน มาในโครงสร้างแบบ Unibody ไร้รอยต่อ ใช้วัสดุโพลีคาร์บอเนตที่ให้สัมผัสนุ่มนวล น้ำหนักสมดุล ขอบเครื่องมีความโค้ง 3D ด้วยวัสดุ Crystal-clear Soft Polymer (TPU) ที่ขึ้นรูปอย่างประณีต

ความทนทาน

โครงสร้างตัวเครื่องแข็งแรงต่อการบิดงอเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน พร้อมลุยทุกสถานการณ์ด้วยมาตรฐานกันฝุ่นและละอองน้ำ IP64 (ผ่านการทดสอบใต้น้ำลึก 25 เซนติเมตร นานสูงสุด 20 นาที) มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ White, Black และ Blue

Glyph Bar โฉมใหม่

อินเทอร์เฟซแสงไฟด้านหลังได้รับการอัปเกรดใหม่ ประกอบด้วยโซนไฟ mini-LED สีขาว 4 โซน และไฟ Recording Light สีแดง 1 ดวง รวมทั้งหมดมี mini-LED 45 ดวงที่ควบคุมแยกกันได้อย่างอิสระ ให้ความสว่างสูงสุดประมาณ 3,500 nits (สว่างขึ้น 40% เมื่อเทียบกับ Phone (3a)) สามารถใช้เป็น Progress Tracker แจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ หรือโชว์ระดับเสียง (Volume Indicator) ได้อย่างเท่สุด ๆ

ด้านหน้าโดดเด่นด้วยหน้าจอ super AMOLED ขนาด 6.77 นิ้ว ขอบจอบางเฉียบ และมีกล้องหน้าเจาะรู (Punch Hole) อยู่ตรงกลางด้านบน

พลิกมาด้านหลังเครื่องยังคงดีไซน์โปร่งใส (Transparent glass) แต่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ดูสะดุดตายิ่งขึ้น โดยใช้วัสดุโพลีคาร์บอเนตผสานกับขอบโค้ง 3D TPU บริเวณโมดูลกล้องด้านบนจะเผยให้เห็นการจัดวางเลนส์กล้องคู่ขนาดใหญ่ และ Glyph Bar โฉมใหม่ ที่ประกอบด้วยโซนไฟ mini-LED สีขาว และไฟ Recording Light สีแดง ซึ่งรุ่นที่เราได้รับมารีวิวคือสีดำ (Black) ที่ให้ความรู้สึกดุดันและคลาสสิก

สำหรับกล้องคู่ ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/1.8, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.76″, ระบบออโต้โฟกัส PDAF, ระบบกันสั่น OIS & EIS และอัลกอริทึม Image Super Resolution (ISR)
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 15mm, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4″, 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 119.5 องศา

ส่วนด้านซ้ายเครื่องมี Essential Key ปุ่มกดพิเศษที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าคำสั่งลัดได้อย่างอิสระ เช่น กดเพื่อเข้าถึง Essential Space หรือกดค้างเพื่อใช้ Essential Voice บันทึกเสียง

ด้านขวาเครื่องมีปุ่มปรับระดับเสียง (Volume Rockers) กับปุ่ม Power เปิดปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องออกแบบมาอย่างเรียบง่าย มีช่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และช่องลำโพงเสียง

ด้านล่างเครื่องจัดวางพอร์ตการเชื่อมต่อและช่องต่าง ๆ อย่างเป็นระเบียบ ไล่จากซ้ายไปขวาประกอบด้วย ช่องใส่ถาดซิมการ์ด, รูไมโครโฟนสนทนา, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงหลัก โดยรุ่นนี้รองรับระบบเสียงสเตอริโอคู่ (Dual Stereo Speakers) ด้วย

โดยช่องใส่ซิมการ์ดเป็นแบบ 2 สลอต รองรับ Nano SIM 2 ช่อง ไม่มีช่องสำหรับ MicroSD Card

ว้าาาาวววว จนวางมือไม่ได้: กล้องระดับโปร พร้อมขุมพลัง และสเปคจัดเต็ม

ระบบกล้องคู่ 4K พร้อม TrueLens Engine 4

สำหรับสายถ่ายภาพและครีเอเตอร์ ระบบกล้องของ Nothing Phone (4b) ถูกออกแบบมาให้พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ สามารถเก็บทุกรายละเอียดได้อย่างคมชัด สวยงามมั่นใจทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน โดยจัดสเปกกล้องมาให้ครบครัน

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung JNS (ขนาด 1/2.76”) ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้คมชัด มาพร้อมระบบกันสั่น OIS ที่ช่วยยกระดับการถ่ายวิดีโอ 4K ให้นิ่งและสมูทยิ่งกว่าเดิม
  • กล้อง Ultra-wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มาพร้อมมุมมองกว้างถึง 119.5 องศา ให้ภาพที่สว่างสดใส เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ ภาพหมู่แก๊งเพื่อน หรือฉากกว้าง ๆ ได้ครบจบในเฟรมเดียว
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ให้ความละเอียดสูง ถ่ายเซลฟี่ได้คมชัดและเป็นธรรมชาติ

กล้องหลังของ Nothing Phone (4b) ยังมาพร้อมเซ็นเซอร์วัดแสงรอบทิศทาง 360° Ambient Light ช่วยประมวลผลสภาพแสงโดยรอบได้อย่างแม่นยำ พร้อมลดอาการหน้าจอกะพริบ (Screen Flicker) ระหว่างเล็งถ่ายภาพ ทำให้คุณมั่นใจได้ภาพสวย แสงเป๊ะ และสมจริงในทุกสภาวะแสง

และมาพร้อม TrueLens Engine 4 ระบบประมวลผลภาพอัจฉริยะรุ่นล่าสุดจาก Nothing ที่ผสานพลัง AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และปรับแต่งรายละเอียด แสง และสีสันของภาพให้สวยงาม สมจริง และใกล้เคียงกับสิ่งที่สายตามองเห็นมากที่สุด ให้คุณถ่ายภาพออกมาสวยเป๊ะแบบมืออาชีพในทุกสถานการณ์

Dual Video Capture: ถ่ายกล้องหน้า-หลังพร้อมกัน สร้างคอนเทนต์สุดอิสระ

ตอบโจทย์สายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้วยฟีเจอร์ Dual Video Capture บน Nothing Phone (4b) ที่ให้คุณบันทึกวิดีโอจากกล้องหน้าและกล้องหลังได้พร้อมกัน พร้อมความสะดวกในการลากสลับตำแหน่งภาพกล้องหน้าบนหน้าจอได้อย่างอิสระตามต้องการ ช่วยให้การเล่าเรื่อง Vlog หรือสร้างสรรค์คลิปสนุก ๆ ทำได้อย่างง่ายดายและมีสไตล์ในทุกมุมมอง

วิดีโอ 4K 30fps นิ่งสมูทด้วยกันสั่นคู่ OIS และ EIS

รองรับการถ่ายวิดีโอคมชัดระดับ 4K 30fps ให้ภาพนิ่งและลื่นไหลไม่มีสะดุดในทุกการเคลื่อนไหว ด้วยการผสานการทำงานร่วมกันของระบบกันสั่น OIS และ EIS อย่างลงตัว

แอปกล้องโฉมใหม่ พร้อม AI Eraser และการสร้าง Preset ส่วนตัว

สร้าง Preset เฉพาะตัว ปรับตั้งค่ากล้องระดับโปร บันทึกเป็น Preset ส่วนตัวไว้เรียกใช้งานด่วน และสามารถแชร์สไตล์ภาพของคุณให้เพื่อนๆ ได้ทันที

Camera App ดีไซน์ใหม่ อัปเกรดอินเทอร์เฟซให้ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น มาพร้อมฟิลเตอร์ใหม่ๆ และเพิ่มความโปรด้วยลายน้ำภาพถ่ายสไตล์มือถือเรือธง

Nothing Gallery ยกระดับแกลเลอรีด้วยระบบจัดหมวดหมู่ภาพด้วย AI (AI-powered Classification) และฟีเจอร์ไฮไลต์ AI Eraser ที่ช่วยลบวัตถุหรือคนส่วนเกินออกจากภาพได้อย่างเนียนกริบ

Disco filter แสงสีจัดจ้าน ตอบโจทย์สายปาร์ตี้

เพิ่มความสนุกให้ภาพถ่ายด้วยฟิลเตอร์ Disco ที่ช่วยเติมเอฟเฟกต์แสงไดนามิกและโทนสีสดใส ทำให้ทุกช็อตดูมีชีวิตชีวาและมีความเคลื่อนไหว เหมาะสุด ๆ สำหรับการถ่ายภาพยามค่ำคืน งานปาร์ตี้ และช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยสีสัน

Dv filter ถ่ายวิดีโอสไตล์วินเทจ ย้อนยุคแบบกล้องฟิล์ม

สร้างคลิปวิดีโอให้มีกลิ่นอายคลาสสิกด้วยฟิลเตอร์ Dv ที่ช่วยจำลองโทนสีและพื้นผิวภาพแบบกล้องฟิล์มวินเทจ ถ่ายทอดบรรยากาศย้อนยุคได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีเสน่ห์

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพเหนือชั้นด้วยชิป Snapdragon 6 Gen 4 พร้อม AI อัจฉริยะ

หมดปัญหาเครื่องหน่วง! Nothing Phone (4b) ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 6 Gen 4 ที่มาพร้อม On-device AI Engine ช่วยยกระดับการประมวลผล AI ให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ตอบสนองได้ลื่นไหลในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะสลับใช้งานหลายแอป เล่นเกม ถ่ายภาพ หรือเรียกใช้ฟีเจอร์อัจฉริยะต่าง ๆ ก็ลื่นไหลไม่มีสะดุด

โดยทำคะแนน Antutu ได้มากกว่า 930,000 คะแนน ให้ RAM สูงสุดถึง 20GB (รวม RAM Booster)

ระบายความร้อนดีเยี่ยมด้วย Vapor Chamber 4,400 mm² เล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด

Nothing Phone (4b) รีดเร้นประสิทธิภาพชิป Snapdragon ได้อย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง ด้วยระบบระบายความร้อนแบบใหม่ Vapor Chamber ขนาดใหญ่ถึง 4,400 mm² ที่ช่วยกระจายความร้อนทั่วด้านหลังตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การใช้งานหนักหรือการเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานานยังคงลื่นไหลและเสถียรสุด ๆ

Game Mode เอาใจเกมเมอร์ เล่นเกมลื่นไหล รองรับ 120 FPS

Nothing Phone (4b) มาพร้อมฟีเจอร์ Game Mode ที่ช่วยลดสิ่งรบกวนและรีดประสิทธิภาพเครื่องให้เล่นเกมได้สมูทที่สุด (เปิดใช้งานได้ที่ Settings → Special features → Game Mode) ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเครื่องยังจัดสเปกมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมให้ถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็น:

  • รองรับเฟรมเรต 120 FPS: ภาพลื่นไหลสะใจในเกมฮิตอย่าง ROV และ Call of Duty (ในเกมที่รองรับ)
  • Touch Sampling Rate 1,000 Hz: ทัชติดนิ้ว ตอบสนองไวสุดๆ บนหน้าจอขนาด 6.77 นิ้ว Super AMOLED (120 Hz Adaptive Refresh Rate)
  • ชิป Snapdragon รุ่นใหม่: อัปเกรดประสิทธิภาพกราฟิกให้แรงขึ้น 25% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน พร้อมประมวลผล AI ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ระบบระบายความร้อน 4,400 mm²: คุมอุณหภูมิได้อยู่หมัด ช่วยรักษาเฟรมเรตให้เสถียรแม้จะเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานาน

หมดกังวลเรื่องเครื่องร้อนด้วยระบบระบายความร้อน Vapor Chamber ขนาดใหญ่ถึง 4,400 mm² ที่ช่วยลดอุณหภูมิได้สูงสุด 1°C ระหว่างเล่นเกมหนักๆ

ลำโพงคู่ Dual Stereo Speakers เสียงคมชัด ปรับละเอียดได้ถึง 160 ระดับ

Nothing Phone (4b) จัดเต็มระบบลำโพงคู่สเตอริโอที่ให้รายละเอียดเสียงแม่นยำ ไฮไลต์คือสามารถปรับระดับเสียงได้ละเอียดถึง 160 ระดับ ช่วยให้การเพิ่มหรือลดเสียงมีความนุ่มนวลต่อเนื่อง นอกจากนี้ระบบเสียงยังสามารถปรับแต่งอัตโนมัติให้เข้ากับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะดูวิดีโอ เล่นเกม หรือคุยโทรศัพท์ ก็พร้อมมอบประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุดอย่างเต็มอรรถรส

หน้าจอ Samsung AMOLED 6.77 นิ้ว สีสันคมชัด ตอบสนองฉับไว

ยกระดับการแสดงผลด้วยหน้าจอ Samsung AMOLED ขนาด 6.77 นิ้ว ที่ให้ภาพความละเอียดสูง สีสันสดใสสมจริง และคอนทราสต์ลึกมีมิติ พร้อมการตอบสนองต่อการสัมผัสที่รวดเร็วเป็นพิเศษ ช่วยมอบประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ เล่นเกม และใช้งานทั่วไปได้อย่างยอดเยี่ยมและเต็มอรรถรส

แบตเตอรี่ Nothing Phone (4b) ใหญ่สุดที่เคยมีมา อึดทนใช้งานข้ามวัน

จัดเต็มด้วยแบตเตอรี่ความจุใหญ่ที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยใส่มาในสมาร์ตโฟน ยกระดับความอึดให้คุณใช้งานได้อย่างยาวนาน และถือเป็นครั้งแรกของสมาร์ตโฟน Nothing ที่รองรับการใช้งานได้นานสูงสุดถึง 2 วันต่อการชาร์จเพียงแค่ครั้งเดียว!

พร้อมรองรับชาร์จเร็ว 33W และใช้เทคโนโลยี Safe Cell ที่คงความจุแบตเตอรี่ได้ 90% แม้ผ่านการชาร์จไปแล้ว 1,200 รอบ (อายุการใช้งานประมาณ 3 ปี)

ว้าาาาวววว จนคนต้องทัก: ประสบการณ์ Nothing OS 4.1 และฟีเจอร์ AI อัจฉริยะ

Nothing OS อัปเกรดใหม่ ใส่ใจทุก Feedback เพื่อประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น

มอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนา Nothing OS จากเสียงตอบรับของผู้ใช้งานจริง จัดเต็มทั้งการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่และปรับปรุงระบบให้ทำงานได้ลื่นไหลกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์การบันทึกตั๋วด่วนดิจิทัล, หน้าปัดนาฬิกาบนจอล็อกดีไซน์ใหม่, ระบบป้องกันอาการหน้าจอเบิร์น (Burn-in) และแอนิเมชันสแกนลายนิ้วมือที่สมูทขึ้น รวมถึงรองรับข้อกำหนดการใช้งานต่างๆ (Commercialization) อย่างครบครันเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้อย่างแท้จริง

ยกระดับงานออกแบบในแบบฉบับ Nothing

ยกระดับประสบการณ์ด้วย Nothing OS 4.1 ที่ปรับดีไซน์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ มาพร้อมหน้าปัดนาฬิกาบนหน้าจอล็อกรูปแบบใหม่ และเมนู Quick Settings ที่ดูมินิมอลสบายตาขึ้น ช่วยลดความซับซ้อนบนหน้าจอ ทำให้ทุกการใช้งานลื่นไหล เข้าใจง่าย และเป็นธรรมชาติกว่าเดิม

ใช้งานสบายขึ้น ลื่นไหลขึ้น ในทุกวัน

Nothing Phone (4b) มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Nothing OS 4.1 ที่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เพื่อยกระดับการใช้งานให้สะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น Extra Dark Mode ที่ช่วยถนอมสายตาพร้อมประหยัดแบตเตอรี่, Pop-up View ให้คุณมัลติทาสก์ทำงานหลายแอปพร้อมกันได้อย่างอิสระ และ App Optimization ที่ช่วยเร่งความเร็วในการเปิดและตอบสนองของแอปให้ลื่นไหลไม่มีสะดุด

ควบคุม AI ได้อย่างโปร่งใสและปลอดภัย

Nothing OS 4.1 มอบสิทธิ์ให้คุณควบคุมการทำงานของ AI ได้อย่างโปร่งใสและมั่นใจยิ่งขึ้น มาพร้อมหน้า Dashboard พิเศษที่ออกแบบมาให้คุณตรวจสอบสถานะและติดตามประวัติการใช้งาน AI ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้คุณรู้ได้ทันทีว่าฟีเจอร์ AI กำลังทำงานเมื่อไหร่และถูกใช้งานอย่างไรบ้าง

หน้าจอล็อกดีไซน์ใหม่ มีมิติและปรับแต่งได้ตามสไตล์คุณ

หน้าจอล็อกบน Nothing Phone (4b) ได้รับการอัปเกรดให้ดูมีชีวิตชีวาและมีมิติมากยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ที่ช่วยให้วอลเปเปอร์ผสานเข้ากับนาฬิกาได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยสามารถจัดวางภาพบุคคลหรือทิวทัศน์ให้ซ้อนทับด้านหน้าหรือหลังนาฬิกาได้อย่างสมจริง พร้อมมอบอิสระในการปรับแต่งรูปแบบนาฬิกา Widget และดีไซน์หน้าจอใส่รหัส PIN ใหม่ ให้สวยงามและสะท้อนความเป็นตัวคุณได้มากที่สุด

ฟีเจอร์ Live Updates แจ้งเตือนสถานะเรียลไทม์ ผ่าน Glyph Interface

AOD

Lock Screen

Status Bar

Heads-up

Glyph Bar Tracker

ไม่ต้องคอยเปิดแอปเพื่อเช็กสถานะสั่งอาหารหรือเรียกรถอีกต่อไป! ฟีเจอร์ Live Updates บน Nothing Phone (4b) จะคอยอัปเดตสถานะต่างๆ ให้คุณทราบแบบเรียลไทม์ผ่านอินเทอร์เฟซของระบบ รวมถึงไฟ Glyph Interface ด้านหลังเครื่อง ช่วยให้คุณรับรู้ทุกข้อมูลสำคัญได้ทันที สะดวกรวดเร็ว และช่วยลดการมองหน้าจอโดยไม่จำเป็นได้อย่างยอดเยี่ยม

2 วิดเจ็ตใหม่เพื่อการผ่อนคลาย ลดความเครียด และเพิ่มสมาธิ

Nothing Phone (4b) ใส่ใจสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของคุณด้วย 2 Widget ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเครียดและส่งเสริมการผ่อนคลายโดยเฉพาะ ได้แก่:

  • Breathing Widget: ฟีเจอร์ช่วยแนะนำการฝึกหายใจอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และเรียกคืนสมาธิระหว่างวัน
  • Soundscape Widget: ฟีเจอร์เล่นเสียงดนตรีผสานคลื่นเสียง (Colored Noise) ที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับสภาวะต่างๆ ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะใช้เพื่อช่วยโฟกัสกับการทำงาน พักผ่อนหย่อนใจ หรือช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น

ประสบการณ์การใช้งาน OS ที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น

สัมผัสประสบการณ์ใช้งานที่สมูทยิ่งกว่าเดิมบน Nothing Phone (4b) ด้วยการปรับแต่งระบบการเลื่อนหน้าจอใหม่ให้ทุกการปัดนิ้วตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติและต่อเนื่อง พร้อมเทคโนโลยีชดเชยเฟรมเรตอัตโนมัติ ที่ช่วยรักษาระดับความลื่นไหลของหน้าจอไว้ได้ดีเยี่ยม แม้ขณะเปิดใช้งานแอปพลิเคชันที่กินทรัพยากรเครื่องหนักๆ อย่างการแต่งภาพ ก็รับรองว่าทัชลื่น เฟรมเรตไม่ตก และไม่มีอาการกระตุกให้กวนใจ

อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานตามใจผู้ใช้

Nothing Phone (4b) ใส่ใจทุกเสียงตอบรับ ด้วยการอัปเกรด Nothing OS ให้สมบูรณ์แบบและตรงใจผู้ใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น พร้อมจัดเต็มฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ได้แก่:

  • ปรับแต่งหน้าจออิสระ: เพิ่มตัวเลือกการปรับขนาด Widget บนหน้าจอหลัก (Home Screen) ได้หลากหลายยิ่งขึ้น
  • ยกระดับความเป็นส่วนตัว: รองรับการซ่อนแอปพลิเคชันใน Smart Drawer และเพิ่มระบบกู้คืนรหัสผ่านสำหรับโหมด Private Space
  • แยกเสียงเรียกเข้าตามซิม: สามารถตั้งค่าเสียงเรียกเข้าแยกกันสำหรับระบบ Dual SIM ได้แล้ว
  • อัปเกรดระบบเพื่อเกมเมอร์: ปรับปรุง Game Mode ให้เล่นเกมได้ลื่นไหล พร้อมเพิ่มคำแนะนำอัจฉริยะภายในระบบเพื่อให้คุณรีดประสิทธิภาพเครื่องออกมาได้สูงสุด

ปุ่ม Essential Key ดีไซน์ใหม่ สั่งงานด่วนง่าย จัดวางลงตัวกว่าเดิม

Nothing Phone (4b) ปรับตำแหน่งปุ่ม Essential Key ใหม่ให้สอดรับกับสรีระการจับถือ ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ และลดปัญหาการเผลอกดโดนโดยไม่ได้ตั้งใจ พร้อมรองรับคีย์ลัดสั่งงานด่วนที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ดังนี้:

  • กด 1 ครั้ง: แคปภาพหรือบันทึกข้อมูลด่วน (กดซ้ำหรือกด Enter เพื่อบันทึกเก็บลง Essential Space)
  • กด 2 ครั้ง: เปิดเข้าสู่หน้า Essential Space ได้ทันที
  • กดค้าง: บันทึกเสียง (Voice Note) ได้อย่างรวดเร็ว

Essential Space: สมองกล AI พื้นที่จัดระเบียบทุกข้อมูลสำคัญ

Camera capture

Key details card

Task hub

Essential space hub

Flip to record

Call record

Web link record

Nothing Phone (4b) ยกระดับการจัดการชีวิตประจำวันด้วย Essential Space ฟีเจอร์สุดล้ำที่เปรียบเสมือนความจำชุดที่สอง ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI อัจฉริยะ ช่วยรวบรวมและจัดระเบียบทุกความคิดหรือแรงบันดาลใจของคุณให้ค้นหาง่ายขึ้น:

  • บันทึกง่าย ครอบคลุมทุกฟอร์แมต: เก็บข้อมูลสำคัญได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดบนหน้าจอ, เว็บไซต์, รูปภาพ, บันทึกเสียงสนทนา หรือแม้แต่การประชุม
  • AI วิเคราะห์และจัดหมวดหมู่: ระบบจะช่วยจัดระเบียบข้อมูลทั้งหมดโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณย้อนกลับมาค้นหาและทบทวนทุกไอเดียหรือช่วงเวลาสำคัญได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

Essential Search: ปัดจอปุ๊บ ค้นหาทุกสิ่ง ตอบทุกคำถามแบบเรียลไทม์

Basic search

Universal search

เข้าถึงทุกข้อมูลบน Nothing Phone (4b) ได้รวดเร็วทันใจด้วยฟีเจอร์ Essential Search ที่ให้คุณค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ เนื้อหา หรือข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้ทันที พร้อมแสดงผลลัพธ์และตอบคำถามแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตสภาพอากาศหรือผลการแข่งขันกีฬา ใช้งานง่ายและสะดวกสุดๆ เพียงแค่ “ปัดขึ้น” จากขอบจอด้านล่าง ก็พร้อมค้นหาทุกคำตอบที่คุณต้องการ!

Essential Memory: สมองกลช่วยจำอัจฉริยะ ค้นหาข้อมูลไว ไม่พลาดทุกเรื่องสำคัญ

Nothing Phone (4b) ยกระดับการจัดการข้อมูลด้วย Essential Memory ระบบประมวลผลความทรงจำส่วนตัว ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง (Cognitive Hub) เชื่อมต่อการทำงานระหว่าง Essential Space และ Essential Search เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น ดังนี้:

  • จัดระเบียบข้อมูลอย่างชาญฉลาด: ระบบจะช่วยวิเคราะห์และจัดหมวดหมู่ข้อมูลทั้งหมดภายใน Essential Space ทำให้คุณสามารถค้นหาและเรียกดูข้อมูลที่เคยบันทึกไว้ได้อย่างรวดเร็วทันใจ
  • ช่วยรื้อฟื้นความจำ (Answer You’ve Forgotten): AI จะเรียนรู้พฤติกรรมและความชอบของคุณ หากคุณเผลอลืมเวลาประชุม บทความ หรือข้อมูลสำคัญๆ เพียงแค่พิมพ์ค้นหาผ่าน Essential Search ระบบก็พร้อมดึงความทรงจำและข้อมูลเหล่านั้นกลับมาให้คุณได้ทันที

Essential Voice: AI แปลงเสียงเป็นข้อความสุดอัจฉริยะ พิมพ์เป๊ะ แปลภาษาได้ทันที

เปลี่ยนคำพูดให้เป็นตัวหนังสือได้อย่างง่ายดายด้วยฟีเจอร์ Essential Voice (Voice to text AI) บน Nothing Phone (4b) ที่จะช่วยให้การสื่อสารของคุณสะดวกและเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น:

  • แปลงเสียงเป็นข้อความสุดสละสลวย: เพียงแค่พูดอย่างเป็นธรรมชาติ ฟีเจอร์ Essential Dictation จะช่วยพิมพ์ข้อความ พร้อมตัดคำฟุ่มเฟือย แก้คำผิด และปรับโทนภาษาให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์แชท ส่งอีเมล หรือพิมพ์ข้อความทางการ

  • พูดปุ๊บ แปลภาษาปั๊บ: ทลายกำแพงภาษาด้วยความสามารถในการแปลงคำพูดเป็นข้อความภาษาอื่นได้ทันที รองรับสูงสุดถึง 12 ภาษา ช่วยให้การสื่อสารระหว่างประเทศ การทำงาน หรือการพูดคุยกับชาวต่างชาติกลายเป็นเรื่องง่ายดาย

Essential Apps: สร้างแอปพลิเคชันส่วนตัวด้วย AI ได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเขียนโค้ด

ให้คุณสร้างแอปหรือเครื่องมือชิ้นเล็กๆ สำหรับใช้งานส่วนตัวได้ดียิ่งขึ้นบน Nothing Phone (4b) ด้วยฟีเจอร์ Essential Apps เพียงแค่อธิบายความต้องการให้ AI เข้าใจด้วยภาษาพูดทั่วไป ระบบก็จะจัดการสร้างแอปที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณให้ทันที ช่วยลดความจำเป็นในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเสริมจำนวนมาก และให้คุณมีเครื่องมือเฉพาะตัวที่ใช้งานได้ตรงจุดที่สุด

Creator Playground: พื้นที่รวมไอเดียสร้างสรรค์ของเหล่าครีเอเตอร์ Nothing

ปลดปล่อยจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัดบน Nothing Phone (4b) กับฟีเจอร์ Creator Playground ศูนย์รวมพื้นที่สร้างสรรค์ที่รวบรวมทุกฟีเจอร์เด่นและลูกเล่นสุดล้ำไว้ในที่เดียว ให้คุณได้สำรวจ ทดลองใช้งาน พร้อมแชร์ผลงานของคุณร่วมกับครีเอเตอร์นับพันคน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบฉบับของคุณเองภายในคอมมูนิตี้ Nothing

Essential Widgets: สร้างและแชร์วิดเจ็ตสุดล้ำได้ง่ายๆ ด้วย AI บน Nothing OS 4.1

ปลดล็อกจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัดบน Nothing Phone (4b) ด้วยฟีเจอร์ Essential Widgets ที่ให้ทุกคนสามารถออกแบบและสร้างวิดเจ็ตส่วนตัวได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโค้ด เพียงแค่มีไอเดีย แล้วปล่อยให้พลัง AI แปลงความคิดสร้างสรรค์นั้นให้กลายเป็นวิดเจ็ตที่ใช้งานได้จริงบนหน้าจอหลัก พร้อมเพิ่มความสนุกด้วยคอมมูนิตี้ที่คุณสามารถเปิดใช้งาน แชร์ ซื้อขาย และค้นพบวิดเจ็ตใหม่ ๆ จากผู้ใช้งานทั่วโลกได้อย่างอิสระ

บทสรุป

Nothing Phone (4b) คือการยกระดับสมาร์ตโฟนดีไซน์โปร่งใสให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เป็นการผสมผสานระหว่างแฟชั่นสไตล์สตรีทเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสวย ลำโพงคู่ กล้องที่ไว้ใจได้ และแบตเตอรี่ 5,200 mAh ที่อึดแบบใช้งานข้ามวันได้สบาย ๆ

ผนวกกับความชาญฉลาดของชิป Snapdragon 6 Gen 4 และฟีเจอร์ AI บน Nothing OS 4.1 มือถือเครื่องนี้จึงไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ใช้งานจริงได้อย่างยอดเยี่ยม ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครอย่างแท้จริงครับ

Nothing Phone (4b) มาพร้อมสเปก 8+128GB โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Black, White และ Blue ราคา 13,999 บาท พร้อมวางจำหน่ายผ่าน Nothing Official Store และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ พิเศษ! ลูกค้าที่สั่งซื้อ Nothing Phone (4b) ระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ถึง 13 กันยายน 2569 รับสิทธิ์ รับประกันตัวเครื่องนาน 2 ปี ครอบคลุมทุกช่องทางการจำหน่ายที่ร่วมรายการ

ในส่วนบริการหลังการขายของ Nothing ในไทย พร้อมดูแลคุณอย่างอุ่นใจ ด้วยทีม Call Center โทรฟรี 1800 018 320 หรือ 1800 013 896) พร้อมศูนย์บริการที่รองรับถึง 10 สาขาทั่วประเทศ (ครอบคลุมทั้งผู้ใช้งาน Nothing และ CMF) และสามารถรับ-ส่งเครื่องซ่อมผ่านบริการ SPEED-D ที่ 7-Eleven ทุกสาขา