ตลอดช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ตลาดสมาร์ตโฟนยังคงแข่งขันกันอย่างเข้มข้น แต่การแข่งขันที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการถ่ายภาพ การถ่ายวิดีโอ AI อุปกรณ์เสริม ประสิทธิภาพ และระบบปฏิบัติการ
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา vivo ได้เปิดตัวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมาร์ตโฟนเรือธงสำหรับสายครีเอเตอร์ ไปจนถึงสมาร์ตโฟนที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน สะท้อนแนวทางในการผลักดันเทคโนโลยีระดับพรีเมียมให้เข้าถึงผู้ใช้งานในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
ยกระดับ Imaging System สู่ประสบการณ์ระดับมืออาชีพ

การแข่งขันด้านกล้องสมาร์ตโฟนในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่ที่การเพิ่มความละเอียดของพิกเซลอีกต่อไป แต่กำลังมุ่งสู่การสร้าง ‘Imaging System’ หรือระบบการถ่ายภาพแบบครบวงจรที่ผสานทั้งเลนส์ ระบบกันสั่น เซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ และ AI เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญที่ vivo เดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับ ZEISS และผู้ผลิตเซนเซอร์ค่ายต่าง ๆ เพื่อยกระดับการถ่ายภาพและวิดีโอบนสมาร์ตโฟนให้ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมและตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานทั่วไป คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไปจนถึงช่างภาพมืออาชีพ

โดยในช่วงเดือนมีนาคม 2569 vivo ได้เผยโฉมทิศทางของระบบ Imaging System เจเนอเรชันใหม่ ภายในงาน Mobile World Congress 2026 (MWC 2026) ประเทศสเปน ผ่านการแนะนำ vivo X300 Ultra พร้อม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra เลนส์เสริมเทเลโฟโต้ที่ช่วยเพิ่มระยะซูมเทียบเท่า 400 มิลลิเมตร พร้อมมาตรฐานเลนส์ ZEISS APO ที่ช่วยรักษาความคมชัดและความแม่นยำของสี สะท้อนแนวคิดในการพัฒนาระบบถ่ายภาพที่ผสานทั้งตัวเครื่องและอุปกรณ์เสริมเข้าด้วยกัน
แนวคิดดังกล่าวยังถูกต่อยอดผ่าน Pro-grade Camera Cage อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ที่แม้อุปกรณ์บางส่วนจะยังไม่ได้วางจำหน่ายในประเทศไทย แต่ก็สะท้อนทิศทางการพัฒนาของ vivo ที่มองสมาร์ตโฟนเป็นมากกว่ากล้องติดตัว ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีสำคัญหลายรายการได้ถูกนำมาสู่ตลาดไทยผ่านการเปิดตัว vivo X300 Ultra สมาร์ตโฟน Ultra รุ่นแรกของ vivo ในประเทศไทย รวมถึง vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra และ Gen 2 สำหรับ vivo X300 FE เพื่อยกระดับการถ่ายภาพระยะไกลให้ใกล้เคียงกับประสบการณ์ของกล้องระดับมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากอุปกรณ์เสริม vivo ยังพัฒนาการบันทึกวิดีโอระดับ Cinematic 4K 120fps 10-bit Log ครบทุกระยะเลนส์ ช่วยให้การสร้างสรรค์วิดีโอคุณภาพสูงบนสมาร์ตโฟนเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น
ชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูง ผสานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ BlueVolt ขยายขีดจำกัดการทำงานให้มากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากกล้องแล้ว ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity ที่ปรับจูนร่วมกับทางผู้ผลิต และชิปเซ็ตที่พัฒนาขึ้นเอง vivo VS1+ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการถ่ายภาพ วิดีโอ และ AI ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสมาร์ตโฟนใช้พลังงานจากการประมวลผลสูง vivo จึงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี BlueVolt Battery อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายขีดจำกัดของความจุรวมถึงอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว
โดยตลอดครึ่งปีแรก vivo ขยายการใช้งาน BlueVolt Battery เจนใหม่ล่าสุด ไปยังผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม โดยมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุตั้งแต่ 6500mAh ใน V70 และ X300 FE, 6600mAh ใน X300 Ultra ไปจนถึง 7000mAh และ 7200mAh ใน V70 FE และ Y31d ควบคู่กับเทคโนโลยี FlashCharge และระบบจัดการสุขภาพแบตเตอรี่ที่ช่วยรักษาประสิทธิภาพการใช้งานในระยะยาว
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการพัฒนาที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างความจุแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพการใช้งาน และดีไซน์ของตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานสมาร์ตโฟนได้ยาวนานตลอดวัน โดยยังคงความบางและความสะดวกในการพกพา
OrginOS 6 ยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น

ควบคู่กับการพัฒนาด้านฮาร์ดแวร์ vivo ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ โดย OriginOS 6 มาพร้อมการพัฒนาที่ช่วยให้การใช้งานในแต่ละวันมีความลื่นไหลและตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น พร้อมผสานความสามารถด้าน AI เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการข้อมูล ทำงาน สร้างสรรค์คอนเทนต์ และเพลิดเพลินกับความบันเทิงได้อย่างสะดวกมากขึ้น
การพัฒนา OriginOS 6 จึงสะท้อนแนวทางของ vivo ที่มองประสบการณ์สมาร์ตโฟนในภาพรวม โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ แต่ยังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ AI เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถเข้ากับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ยกระดับมาตรฐานความทนทาน สร้างความมั่นใจในทุกการใช้งาน

อีกหนึ่งสิ่งที่ทาง vivo ให้ความสำคัญมาโดยตลอดคือ ‘ความทนทาน’ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสมาร์ตโฟนกลายเป็นอุปกรณ์ที่ต้องอยู่กับผู้ใช้งานตลอดทั้งวันและต้องพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่หลากหลาย
vivo จึงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความทนทานของสมาร์ตโฟนในทุกเซกเมนต์ โดยนำเทคโนโลยีและมาตรฐานที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานจริงเข้ามาเสริมศักยภาพของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่มาตรฐานการทนน้ำและฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 โครงสร้างตัวเครื่องที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและรองรับแรงกระแทก ไปจนถึงการรองรับมาตรฐานจาก SGS และการทดสอบการตกกระแทกตามมาตรฐานทางการทหาร Military Standard
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการพัฒนาสมาร์ตโฟนของ vivo ที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานในสถานการณ์จริงมากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างมั่นใจในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพและฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ
ก้าวต่อไปของ vivo ในการยกระดับประสบการณ์สมาร์ตโฟน
ในช่วงครึ่งปีหลังและต่อจากนี้ vivo ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเซนเซอร์กล้องที่ยกระดับไปอีกขั้น เทคโนโลยี BlueVolt Battery ความจุสูงระดับ 8000 ถึง 10000mAh อีกทั้ง OriginOS 7 ที่จะมีฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ รวมถึงการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม พร้อมตอบโจทย์ที่ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในทุกมิติ เพื่อเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของสมาร์ตโฟนและส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นต่อไป









