หลุดสเปกหลัก iPhone Air 2 อัปเกรดขุมพลังชิป A20 สถาปัตยกรรม 2nm กล้องหลังคู่ 48MP ในบอดี้บางเฉียบ 5.2 มม. จ่อเปิดตัวฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

iPhone Air 2 ว่าที่สมาร์ตโฟนสายบางเบารุ่นถัดไปจาก Apple คาดว่าจะมีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเคียงข้างกับ iPhone 18 และ iPhone 18e ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า (ราวเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2027) หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการปรับดีไซน์ให้บางลงกว่าเดิมพร้อมเพิ่มชุดกล้องหลังคู่ ล่าสุดทิปสเตอร์ชื่อดังอย่าง Digital Chat Station (DCS) ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดสเปกหลักที่จะได้รับการอัปเกรดในรุ่นนี้ออกมาให้เห็นกันอีกครั้ง

หน้าจอแบน OLED 6.55 นิ้ว 120Hz ขุมพลังชิปตระกูล A20 ขนาด 2 นาโนเมตร

ข้อมูลจากทิปสเตอร์ระบุว่า iPhone Air 2 จะได้รับการยกระดับทั้งคุณภาพการแสดงผลและขุมพลังการประมวลผลขึ้นสู่ระดับเรือธง:

  • หน้าจอแสดงผล: มาพร้อมพาเนลหน้าจอแบน Flat OLED ขนาด 6.55 นิ้ว ในสัดส่วนหน้าจอมาตรฐาน ความละเอียดคมชัดระดับ 1.5K+ และรองรับอัตรารีเฟรชเรตลื่นไหลระดับ 120Hz
  • ชิปเซตประมวลผล 2nm: ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซตจากตระกูล Apple A20 Series ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 2 นาโนเมตร ซึ่งเป็นตระกูลชิปรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งประเดิมใช้งานใน iPhone 18 Pro Series และสมาร์ตโฟนจอพับ iPhone Duo ไปก่อนหน้านี้

อัปเกรดกล้องหลังคู่ 48MP + 48MP พร้อมเพิ่มความจุแบตเตอรี่ทะลุ 3,500 mAh

จุดที่ได้รับการแก้ไขและอัปเกรดอย่างก้าวกระโดดจากรุ่นแรก คือชุดกล้องถ่ายภาพและระบบพลังงาน:

  • ระบบกล้องหลังคู่ (Dual-rear Camera Setup): จากเดิมที่มีเพียงกล้องเดี่ยว ในรุ่นใหม่นี้เตรียมติดตั้งกล้องหลังคู่ความละเอียดสูง ประกอบด้วย กล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 48MP ทำงานร่วมกับ กล้องมุมกว้างพิเศษ (Ultrawide) ความละเอียด 48MP
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น: ตัวเครื่องจะได้รับการติดตั้งแบตเตอรี่ที่มีความจุมากกว่าเจเนอเรชันแรก โดยรายงานข่าวลือก่อนหน้านี้ระบุว่าความจุแบตเตอรี่จะขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 3,500 mAh หรือสูงกว่านั้น

บอดี้บางเฉียบ 5.2 มม. พ่วงชิปไร้สาย N2 และโมเด็ม C2 รุ่นใหม่

เมื่อรวบรวมเข้ากับข้อมูลหลุดจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ คาดว่า iPhone Air 2 จะยังคงรักษาเอกลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่ใกล้เคียงกับ iPhone Air รุ่นแรก แต่รีดความบางของตัวเครื่องลงมาเหลือเพียง 5.2 มิลลิเมตร พร้อมอัปเกรดระบบการเชื่อมต่อภายในด้วยชิปเครือข่ายไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Apple N2 ควบคู่กับชิปโมเด็ม 5G ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองอย่าง Apple C2 เพื่อประสิทธิภาพการรับส่งสัญญาณและการจัดการพลังงานที่ดียิ่งขึ้น