Apple อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max โดยล่าสุดมีรายงานจากเอกสารและแบบแปลนที่หลุดรอดมาจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับบริษัท Tata (หนึ่งในซัพพลายเออร์ของ Apple) ระบุว่า สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่นี้อาจมาพร้อมกับสถานการณ์ชิปโมเด็มที่มีความซับซ้อนมากกว่าเดิม
กลยุทธ์แยกใช้ชิปโมเด็ม 2 ค่าย

จากเอกสารที่หลุดออกมา ระบุว่า Apple มีแผนที่จะใช้ชิปโมเด็ม 2 รูปแบบที่แตกต่างกันใน iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max โดยแบ่งตามภูมิภาคที่วางจำหน่าย ดังนี้:
- ตลาดสหรัฐอเมริกา: จะยังคงใช้ชิปโมเด็มจาก Qualcomm เช่นเดิม สาเหตุหลักคาดว่าเป็นเพราะโมเด็มของค่ายนี้รองรับเครือข่าย 5G แบบ mmWave ซึ่งชิปโมเด็มที่ Apple พัฒนาขึ้นเองยังไม่สามารถรองรับเทคโนโลยีนี้ได้
- ตลาดประเทศอื่น ๆ: จะถูกปรับไปใช้ชิปโมเด็ม C2 ซึ่งเป็นชิปที่ Apple พัฒนาขึ้นมาเอง
เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบ ปัจจุบันในไลน์อัป iPhone 17 ซีรีส์นั้น รุ่น iPhone 17e และ iPhone Air ใช้ชิปโมเด็มของ Apple เอง ส่วนรุ่นเรือธงอย่าง iPhone 17, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ยังคงใช้ชิปโมเด็มจาก Qualcomm
เตรียมรองรับ eSIM ในตลาดจีน
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อาจเพิ่มการรองรับระบบ eSIM สำหรับเครื่องที่วางจำหน่ายในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่มาก เพราะในปัจจุบัน iPhone เครื่องศูนย์จีนจะรองรับเฉพาะการใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM 2 ซิม (Physical SIM slots) เท่านั้น และยังไม่รองรับ eSIM เลย
อัปเกรดกล้องใหม่ เซนเซอร์ Sony IMX905

นอกจากเรื่องของระบบเครือข่ายแล้ว เอกสารชุดเดียวกันนี้ยังเผยให้เห็นว่า iPhone 18 Pro จะได้รับการอัปเกรดกล้องถ่ายภาพชุดใหม่ โดยมีรหัสเซนเซอร์ (Sensor ID) คือ 0x905 (ขยับขึ้นจากรหัส 0x903 ที่ใช้ใน iPhone 17 Pro)
ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่า ทั้ง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max จะเปลี่ยนไปใช้เซนเซอร์กล้องที่ถูกสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษอย่าง Sony IMX905 ซึ่งสอดคล้องกับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า iPhone รุ่น Pro ของปีนี้จะได้อัปเกรดกล้องหลัก (Main Camera) ให้สามารถปรับค่ารูรับแสงได้ (Variable Aperture) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น
ที่มา : Gsmarena








