คลังเก็บ

แนะนำ 5 มือถือเล่นเกม งบไม่เกิน 10,000 บาท ต้อนรับปีใหม่ มกราคม 2026 สเปกแรง จอสวย แบตอึด คุ้มสุดในรอบปี!

สวัสดีปีใหม่ 2569 ชาว MobileOcta ทุกท่านครับ! เข้าสู่ศักราชใหม่ วงการสมาร์ตโฟนก็เดือดตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะตลาดกลุ่ม “Budget Gaming” หรือมือถือเล่นเกมราคาประหยัด ที่ปีนี้ต้องบอกว่าการแข่งขันดุเดือดเลือดพล่านยิ่งกว่าเดิม

ในเดือนมกราคม 2026 นี้ เงิน 1 หมื่นบาทมีค่ามากกว่าที่เคย เพราะเทคโนโลยีจากรุ่นเรือธงเมื่อปีก่อนๆ ได้ถ่ายทอดลงมาสู่รุ่นกลางกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ตที่แรงระดับเล่น Genshin Impact (เวอร์ชั่นอัปเดตล่าสุด) ได้ลื่นๆ, หน้าจอ OLED 1.5K ที่เป็นมาตรฐาน หรือระบบชาร์จไวระดับ 100W+

วันนี้กองบรรณาธิการ MobileOcta จึงได้คัดเลือก “ที่สุดของมือถือเล่นเกม งบไม่เกิน 10,000 บาท” ประจำเดือนมกราคม 2569 มาฝากกัน 5 รุ่น เน้นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุด เจ็บตัวน้อยที่สุด และเล่นเกมได้จริงครับ!

วิธีเลือกมือถือเล่นเกมงบ 1 หมื่น ในปี 2026

ก่อนไปดูรุ่นแนะนำ มาดูเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำของปีนี้กันก่อนครับ ถ้ารุ่นไหนสเปกต่ำกว่านี้ ถือว่า “ไม่ผ่าน” ครับ:

  1. ชิปเซ็ต (CPU/GPU): ต้องแรงพอ! อย่างน้อยควรเป็น MediaTek Dimensity 7xxx Series รุ่นใหม่ หรือ Snapdragon 7+ Gen 3 ขึ้นไป (หรืออดีตเรือธงที่นำมาปัดฝุ่นใหม่)
  2. หน้าจอ (Display): ต้อง OLED 120Hz เท่านั้น! และควรมีความละเอียดระดับ 1.5K เพื่อความคมชัด ปีนี้จอ LCD ในเรตราคานี้ถือว่าตกยุคแล้วครับ
  3. หน่วยความจำ (RAM/ROM): มาตรฐานปี 2026 คือ RAM 8GB / ROM 256GB (UFS 3.1 เป็นอย่างต่ำ) ถ้าได้ RAM 12GB ถือว่ากำไร
  4. ระบบระบายความร้อน (Cooling): ต้องมี Vapor Chamber ขนาดใหญ่พอสมควร ไม่งั้นเล่นนานๆ เฟรมเรตตกแน่นอน

5 รุ่นเด็ด มือถือเล่นเกมงบไม่เกิน 10,000 บาท (ม.ค. 2569)

(หมายเหตุ: รายชื่อและสเปกต่อไปนี้เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าตามแนวโน้มเทคโนโลยี)

1. POCO X8 Pro 5G: “ราชาแห่งความคุ้มค่า กลับมาทวงบัลลังก์”

ราคาโดยประมาณ: 9,990 บาท (รุ่นเริ่มต้น 8/256GB)

ถ้าพูดถึงมือถือเล่นเกมงบประหยัด จะขาด POCO ไปไม่ได้ ปีนี้ X8 Pro กลับมาพร้อมสเปกที่ทำลายล้างคู่แข่งเช่นเคย จุดเด่นคือการเลือกใช้ชิปเซ็ตที่เน้นประสิทธิภาพเพียวๆ ในราคาที่ถูกที่สุด

  • จุดเด่นสายเกม: ใช้ชิป Dimensity 8400-Ultra (ชิปสมมติ: ภาคต่อของ 8300 ที่แรงเกือบเท่าเรือธงปีก่อน) ซึ่งทำคะแนน AnTuTu ทะลุ 1.8 ล้านได้สบายๆ เล่นเกมหนักๆ ปรับสุดได้เกือบทุกเกม
  • สเปกอื่นๆ: จอ 6.67″ Flow AMOLED 1.5K 120Hz, แบตเตอรี่ 5,500 mAh, ชาร์จไว 90W, มีลำโพงคู่ที่ดังกระหึ่ม
  • ข้อสังเกต: วัสดุตัวเครื่องอาจจะยังมีความเป็นพลาสติกสูง และกล้องถ่ายรูปอยู่ในระดับพอใช้

2. Infinix GT 30 Pro: “ดีไซน์Cyberpunk พร้อมแบตฯ เล่นข้ามวัน”

ราคาโดยประมาณ: 9,599 บาท (รุ่น 12/256GB)

Infinix ยังคงยึดมั่นในแนวทาง Gaming Phone ราคาจับต้องได้ รุ่น GT 30 Pro ปีนี้อัปเกรดดีไซน์ให้ดูล้ำยุคขึ้น พร้อมไฟ LED ด้านหลังที่ปรับแต่งได้มากกว่าเดิม และจุดขายสำคัญคือแบตเตอรี่ที่อึดที่สุดในกลุ่ม

  • จุดเด่นสายเกม: ให้แบตเตอรี่มาถึง 6,000 mAh พร้อมระบบ Bypass Charging (ชาร์จไปเล่นไปไฟไม่เข้าแบตฯ เครื่องไม่ร้อน) เหมาะสำหรับคนเล่นเกมมาราธอน และดีไซน์ที่ถือแล้วรู้เลยว่าเป็นเกมเมอร์
  • สเปกอื่นๆ: ชิป Dimensity 7350 (ชิปสมมติ: เน้นประหยัดพลังงานแต่แรงพอตัว), จอ 120Hz OLED, RAM 12GB มาเลยตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น
  • ข้อสังเกต: ชิปเซ็ตอาจจะแรงสู้ POCO X8 Pro ไม่ได้ในแง่ของ Max Setting

3. Redmi Note 15 Turbo: “สมดุลแห่งพลัง จอสวยชิปแรงจาก Qualcomm”

ราคาโดยประมาณ: 9,999 บาท (ช่วงโปรโมชั่นเปิดตัว)

สำหรับสาวก Snapdragon ที่ต้องการความเสถียรและการรองรับเกมที่ดีเยี่ยม Redmi Note 15 Turbo คือคำตอบ รุ่นนี้มักจะนำชิปอดีตเรือธงหรือชิปรองท็อปมาใส่ในราคาที่เหลือเชื่อ

  • จุดเด่นสายเกม: เลือกใช้ชิป Snapdragon 7+ Gen 4 (ชิปสมมติ: แรงน้องๆ 8 Gen 3) ซึ่งโดดเด่นเรื่องการจัดการพลังงานและความร้อนที่เสถียรมาก เล่นนานๆ เฟรมเรตไม่ค่อยแกว่ง
  • สเปกอื่นๆ: หน้าจอ OLED 1.5K ที่ขอบจอบางเฉียบที่สุดในเรตราคานี้, แบต 5,000 mAh, ชาร์จไว 120W
  • ข้อสังเกต: มักจะมี Bloatware (แอปขยะ) แถมมาเยอะ ต้องมานั่งลบออกเอง

4. iQOO Z10x 5G: “ม้ามืดสายสปีด ชาร์จไวที่สุดในงบนี้”

ราคาโดยประมาณ: 8,999 บาท

iQOO (แบรนด์ลูกของ vivo) เริ่มทำตลาดกลุ่มนี้ได้น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ Z10x เน้นจับกลุ่มคนที่ต้องการมือถือเล่นเกมที่ “ไม่ต้องรอนาน” ทั้งรอโหลดเกมและรอชาร์จแบต

  • จุดเด่นสายเกม: ระบบชาร์จไว 120W FlashCharge ที่ชาร์จเต็มในเวลาไม่ถึง 20 นาที! และให้ RAM พื้นฐานมาเยอะ พร้อมระบบ Extended RAM ที่เสถียร
  • สเปกอื่นๆ: ชิป Snapdragon 7s Gen 4 (ชิปสมมติ: รุ่นกลางประหยัดไฟ), จอ 120Hz LCD (เป็นรุ่นเดียวในลิสต์ที่อาจจะยังใช้ LCD แลกกับราคาที่ถูกสุดและชาร์จไว)
  • ข้อสังเกต: ถ้ายังใช้จอ LCD อาจจะไม่สู้แสงเท่ารุ่นอื่น และสีสันไม่สดใสเท่า OLED

5. realme GT Neo 7 SE: “น้องเล็กตระกูล GT ที่สเปกไม่เล็ก”

ราคาโดยประมาณ: 9,900 บาท

realme กลับมาโฟกัสซีรีส์ GT อีกครั้ง รุ่น SE (Special Edition) นี้คือการตัดทอนฟีเจอร์บางอย่างจากรุ่นพี่เพื่อทำราคาให้ต่ำกว่าหมื่น แต่ยังคงหัวใจหลักของการเล่นเกมไว้

  • จุดเด่นสายเกม: โดดเด่นที่ ระบบระบายความร้อน 3D Vapor Chamber ขนาดใหญ่พิเศษ ที่ยกมาจากรุ่นท็อป ทำให้ยืนระยะเล่นเกมหนักๆ ได้นานที่สุดโดยที่เครื่องร้อนช้ากว่าเพื่อน
  • สเปกอื่นๆ: ชิป Dimensity 8300-Max (นำชิปปีก่อนมาปรับจูนใหม่), จอ 144Hz OLED (รีเฟรชเรทสูงที่สุดในกลุ่ม), ดีไซน์ฝาหลังแบบกระจกด้าน
  • ข้อสังเกต: กล้องหลังอาจจะมีเลนส์เสริมที่ใช้งานจริงไม่ค่อยได้ (เช่น เลนส์ 2MP)

สรุป: ฟันธงรุ่นไหนดี? (MobileOcta Verdict)

รุ่น (Model)จุดเด่นที่สุด (Best For)คะแนนความคุ้มค่า
POCO X8 Proสายประสิทธิภาพสูงสุด เน้นแรงไว้ก่อน กราฟิกปรับสุด⭐⭐⭐⭐⭐
Infinix GT 30 Proสายมาราธอน แบตอึด เล่นข้ามวัน ดีไซน์เท่⭐⭐⭐⭐
Redmi Note 15 Turboสายสมดุล ชอบชิป Snapdragon จอสวย ขอบบาง⭐⭐⭐⭐⭐
iQOO Z10xสายสปีด/งบจำกัด ชาร์จไวที่สุด ราคาถูกที่สุด⭐⭐⭐⭐
realme GT Neo 7 SEสาย Hardcore ระบบระบายความร้อนดีที่สุด เล่นต่อเนื่องยาวๆ⭐⭐⭐⭐½

คำแนะนำสุดท้าย: ในช่วงเดือนมกราคม 2569 นี้ หลายค่ายมักจะมีโปรโมชั่นเปิดตัว หรือโปรโมชั่นตรุษจีน แนะนำให้เช็คราคา Flash Sale ในแอปช้อปปิ้งออนไลน์ต่างๆ ควบคู่กันไป อาจจะได้ราคาที่ต่ำกว่า 9,000 บาทด้วยซ้ำครับ!

อย่าลืมติดตามรีวิวฉบับเต็มของแต่ละรุ่นได้ที่หน้าเว็บ MobileOcta.com เร็วๆ นี้ครับ!