วางจำหน่ายแล้ว! HUAWEI WATCH GT 7 Series สมาร์ทวอทช์พรีเมียมพลัง AI ราคาเริ่มต้น 6,990 บาท

หลังจากจุดกระแสความสนใจในการเปิดตัวในระดับโลกไปไม่นาน ล่าสุด หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ประกาศวางจำหน่าย HUAWEI WATCH GT 7 Series อย่างเป็นทางการในประเทศไทย สมาร์ทวอทช์ AI ระดับพรีเมียมภายใต้คอนเซปต์ “Time for Your Best” ที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวไปไกลกว่าการเป็นอุปกรณ์สวมใส่ สู่ AI Health Companion ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน

HUAWEI WATCH GT 7 Series โดดเด่นด้วยระบบดูแลสุขภาพครบวงจรด้วยพลัง AI ที่ช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ การตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) [1] การติดตามการนอนหลับ Emotional Wellbeing และ Physical Readiness[2] พร้อม Celia AI Health Insights ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจสถานะของร่างกายและนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนกิจกรรมในแต่ละวันได้สะดวกยิ่งขึ้น

ยกระดับการดูแลสุขภาพด้วย AI ให้เข้าใจร่างกายมากขึ้น

หัวใจสำคัญของ HUAWEI WATCH GT 7 Series คือความสามารถในการดูแลสุขภาพเชิงลึก โดยมาพร้อมฟีเจอร์ Physical Readiness[3] ที่ประเมินความพร้อมของร่างกายในแต่ละวันจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) อารมณ์ และแคลอรี พร้อมสรุปผลเป็นระดับความพร้อม ช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพรวมของสภาพร่างกายก่อนเริ่มต้นกิจกรรมในแต่ละวัน

นอกจากนี้ Morning Briefing[4] ยังช่วยสรุปข้อมูลสุขภาพหลังตื่นนอน ทำให้สามารถเริ่มต้นวันด้วยความเข้าใจสถานะของร่างกาย ขณะที่ฟีเจอร์ด้านสุขภาพอื่น ๆ ครอบคลุมตั้งแต่การติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ การวิเคราะห์คลื่นชีพจรและภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ การติดตามการนอนหลับ ไปจนถึง Emotional Wellbeing โดยผลิตภัณฑ์ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ และข้อมูลต่าง ๆ มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น

HUAWEI WATCH GT 7 Pro ยังยกระดับการดูแลสุขภาพไปอีกขั้นด้วย Coronary Heart Disease Study[5] สำหรับศึกษาความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และ Diabetes Risk Study โครงการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวาน[6]สะท้อนแนวทางของหัวเว่ยในการนำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลมาช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลสุขภาพในมิติที่ลึกยิ่งขึ้น

วิเคราะห์ข้อมูลการออกกำลังกายเชิงลึกด้วย AI

ไม่เพียงดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน HUAWEI WATCH GT 7 Series ยังยกระดับการเล่นกีฬาด้วย AI อัจฉริยะ อาทิ AI Workout Analysis[7] ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลหลังการฝึกซ้อม พร้อมนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลการออกกำลังกายและจุดที่สามารถพัฒนาต่อได้ ส่วนกิจกรรมกลางแจ้ง มีระบบ AI-XDR Positioning ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการระบุตำแหน่ง แม้ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านสัญญาณ พร้อมรองรับกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการวิ่งเทรล ปั่นจักรยาน กอล์ฟ และกีฬาแร็กเกต ขณะที่ HUAWEI WATCH GT 7 Pro ยังรองรับโหมดกีฬาขั้นสูง เช่น การดำน้ำลึก และมาพร้อมฟีเจอร์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยานและกอล์ฟโดยเฉพาะ

ดีไซน์พรีเมียมที่สะท้อนตัวตนในทุกโอกาส

HUAWEI WATCH GT 7 Series ผสานเทคโนโลยีเข้ากับดีไซน์เหนือกาลเวลา โดย HUAWEI WATCH GT 7 Pro มาพร้อมตัวเรือนไทเทเนียมอัลลอยด์ กรอบเซรามิกนาโนคริสตัล[8] และกระจกแซฟไฟร์ที่ช่วยเพิ่มความทนทาน พร้อมสาย EasyCross™ ที่ออกแบบให้เก็บปลายสายอย่างไร้รอยต่อ สวมใส่กระชับและเหมาะกับการใช้งานในหลากหลายกิจกรรม

ส่วน HUAWEI WATCH GT 7 มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 46 มม. และ 41 มม. พร้อมตัวเลือกสีที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกสไตล์ที่เหมาะกับตัวเองและโอกาสการใช้งานในแต่ละวัน

แบตอึด ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 21 วัน

อีกหนึ่งจุดเด่นของ HUAWEI WATCH GT 7 Series คือแบตเตอรี่ High-Silicon Stacked ที่รองรับการใช้งานสูงสุดถึง 21 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง[9] พร้อมรองรับการชาร์จเต็มภายใน 60 นาที[10] ด้วย HUAWEI Wireless SuperCharge ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามสุขภาพและกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จบ่อย นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อกับทั้ง Android และ iOS พร้อมฟังก์ชันเพื่อความสะดวกในชีวิตประจำวัน เช่น การสแกนจ่ายพร้อมสะสมแต้ม 7-Eleven แบบ 2-in-1 QR Code ได้อีกด้วย

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ พร้อมของสมนาคุณมากมาย

HUAWEI WATCH GT 7 Series วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ผ่าน HUAWEI Experience Store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และช่องทางออนไลน์ ได้แก่ HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop โดย HUAWEI WATCH GT 7 Pro มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง และสีดำ วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 9,990 บาท ส่วน HUAWEI WATCH GT 7 รุ่น 46 มม. มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้า สีเหลือง และสีดำ ส่วนรุ่น 41 มม. มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้า สีชมพู และสีขาว วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 6,990 บาท

พิเศษ! เพียงสั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 – 1 พฤศจิกายน 2569  รับทันทีของสมนาคุณรวมมูลค่าสูงสุด 4,777 บาท ได้แก่ บริการดูแลแบบไร้กังวล HUAWEI Care ครอบคลุม 1 ปี มูลค่าสูงสุด 2,990 บาท สายนาฬิกา HUAWEI รุ่นฟลูโอโรอีลาสโตเมอร์ มูลค่า 1,499 บาท (เฉพาะช่องทางออฟไลน์)

พร้อมรับสิทธิ์แลกซื้อ HUAWEI Health+ Membership 1 เดือน มูลค่า 119 บาท ในราคาเพียง 9 บาท และ HUAWEI WATCH Face Membership 1 เดือน มูลค่า 169 บาท ในราคาเพียง 1 บาท รวมถึงรับสิทธิ์ประกันภัย Alive Powered by AIA คุ้มครองการเสียชีวิตกรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุสูงสุด 200,000 บาท นาน 1 ปี (เฉพาะช่องทางออฟไลน์)

ติดตามข่าวสารจากหัวเว่ย ได้ทาง Facebook Huawei Mobile TH รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI บน AppGallery

#HUAWEIWatchGT7 #HUAWEIWatchGT7Pro #HUAWEIWatchGT7Series #TimeForYourBest


[1] นาฬิกานี้ไม่ใช่เครื่องมือทางการแพทย์ คุณลักษณะนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ผลลัพธ์มีไว้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์ ข้อมูลที่ได้รับผ่านฟีเจอร์นี้มีไว้สำหรับใช้ส่วนตัวเท่านั้น โปรดอ่านคำแนะนำอย่างละเอียดก่อนใช้แอปนี้ความพร้อมใช้งานของตัวชี้วัดสุขภาพอาจแตกต่างกันไปตามประเทศหรือภูมิภาค

[2] Health Insights ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ผลลัพธ์มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์

[3] Health Insights ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ผลลัพธ์มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์

[4] Health Insights ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ผลลัพธ์มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์

[5] สำหรับรายละเอียดและวันที่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ช่องทางอย่างเป็นทางการของหัวเว่ย โดยโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการศึกษาความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยใช้งานร่วมกับอุปกรณ์สมาร์ทวอทช์ของหัวเว่ย ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ควรใช้เพื่อวินิฉัยโรค โดยผลิตภัณฑ์จะวิเคราะห์ข้อมูลทางร่างกายที่เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3–4 วัน เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเท่านั้น

[6] ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ควรใช้เพื่อวินิฉัยโรค โดยผลิตภัณฑ์จะวิเคราะห์ข้อมูลทางร่างกายที่เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3-14 เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานเท่านั้น

[7] ฟีเจอร์วิเคราะห์การออกกำลังกายด้วย AI รองรับเฉพาะโหมดการออกกำลังกายบางประเภท โดยผลลัพธ์ที่แสดงมีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น

[8] ขอบนาฬิกาทำจากเซรามิกนาโนเทคโนโลยี และกรอบกลางทำจากโลหะผสมไทเทเนียม

[9] ข้อมูลมาจากห้องทดลองของ Huawei การใช้งานจริงอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ พฤติกรรมการใช้งาน และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม

อายุการใช้งานแบตเตอรี: ใช้งานเบาได้นานสูงสุด 21 วัน ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 12 วัน ใช้งาน AOD ได้นานสูงสุด 7 วัน และใช้งานในโหมดวิ่งเทรลได้นานสูงสุด 51 ชั่วโมง

การทดสอบการใช้งานแบบเบาภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, ปิดใช้งานการตรวจจับการออกกำลังกายโดยอัตโนมัติ, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, การออกกำลังกาย 90 นาทีต่อสัปดาห์โดยเฉลี่ย เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความแล้ว (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดใช้งานหน้าจอ 200 ครั้งต่อวัน

การทดสอบการใช้งานโดยทั่วไปภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดใช้งานการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, เปิดใช้งานการบันทึกอารมณ์และความเครียด เปิดใช้งานการวิเคราะห์ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของคลื่นชีพจรและการรับรู้การหายใจขณะหลับ โดยเฉลี่ยแล้วออกกำลังกาย 180 นาทีต่อสัปดาห์ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความ (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดหน้าจอเป็นเวลารวม 30 นาทีต่อวัน

เปิดใช้งาน AOD ได้รับการทดสอบภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, เปิดใช้งาน AOD, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดใช้งานการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, เปิดใช้งานการบันทึกอารมณ์และความเครียด เปิดใช้งานการวิเคราะห์ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของคลื่นชีพจรและการรับรู้การหายใจขณะหลับ โดยเฉลี่ยแล้วออกกำลังกาย 180 นาทีต่อสัปดาห์ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความ (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดหน้าจอเป็นเวลารวม 30 นาทีต่อวัน

การทดสอบโหมดการวิ่งเทรลภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน เปิดใช้งานหน้าจอ 60 ครั้งต่อชั่วโมง ปริมาณการออกกำลังกาย 50% และการแจ้งเตือนการออกกำลังกาย 10 ครั้งต่อชั่วโมง

[10] ข้อมูลมาจากห้องปฏิบัติการของ Huawei โดยอ้างอิงจากการทดสอบโดยใช้อะแดปเตอร์ Huawei 10V/2A และ SuperCharger แบบไร้สายรุ่นที่ 2 ที่มาพร้อมกับนาฬิกา เวลาการชาร์จจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ นิสัยการใช้งาน และปัจจัยแวดล้อม