ในงานอีเวนต์ที่ประเทศมาเลเซีย นอกจากการเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงซีรีส์ Pura 90s แล้ว HUAWEI ยังได้ประกาศเปิดตัวหูฟังไร้สาย FreeClip 2 S Signature Edition และแท็บเล็ต MatePad Air (2026) อย่างเป็นทางการด้วย โดยอุปกรณ์ทั้งสองรุ่นอาจไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านเจเนอเรชันแบบพลิกโฉม แต่เป็นการรีเฟรชอัปเกรดสเปกให้มีความสดใหม่และน่าใช้ยิ่งขึ้น
HUAWEI FreeClip 2 S: หูฟังดีไซน์เปิด อัปเกรด AI ปรับเสียงอัจฉริยะ
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |
หูฟัง FreeClip 2 S ยังคงใช้ไดรเวอร์คู่ (Dual-diaphragm) พร้อมไมโครโฟน 3 ตัวสำหรับการตัดเสียงรบกวน แบตเตอรี่รองรับการเล่นเพลงต่อเนื่อง 9 ชั่วโมง และใช้งานได้ยาวนานรวมสูงสุด 38 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ
สิ่งใหม่ในรุ่นนี้คืออัลกอริทึมปรับระดับเสียงอัตโนมัติ (Adaptive Volume) ตัวหูฟังใช้ชิปเสียงเจเนอเรชันที่ 3 ของ Huawei พร้อมหน่วยประมวลผล NPU เฉพาะสำหรับ AI ทำให้รองรับฟีเจอร์การรับรู้เสียงแบบเรียลไทม์ และสามารถปรับระดับเสียงรวมถึงเสียงพูดขณะสนทนาโทรศัพท์ได้ทันที หูฟังจะคอยตรวจจับเสียงรอบข้างและปรับระดับเสียงให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับหูฟังดีไซน์เปิด (Open-ear) อย่าง FreeClip 2 S ที่ไม่มีการกันเสียงแบบปิดสนิท ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาปรับระดับเสียงเองบ่อยๆ





ด้านดีไซน์ FreeClip 2 S มาพร้อมตัวเลือกสีใหม่ คือ สีน้ำเงิน Deepsea Blue และ สีเงิน Space Silver นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถซื้ออุปกรณ์เสริมแบบหนีบ (Clip-on) ที่ออกแบบโดย Les Néréides แบรนด์เครื่องประดับชื่อดังจากฝรั่งเศส เพื่อเปลี่ยนลุคให้หูฟังดูโดดเด่นไม่ซ้ำใคร โดยตัวเคสชาร์จรุ่นใหม่นี้ก็ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเพื่อรองรับอุปกรณ์เสริมดังกล่าวด้วย




HUAWEI MatePad Air (2026): ครั้งแรกกับจอ PaperMatte OLED

สำหรับ MatePad Air (2026) มีการอัปเกรดสเปกจากรุ่นปี 2025 ในหลายๆ จุด โดยการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ “หน้าจอแสดงผล” ที่หันมาใช้จอ PaperMatte OLED แบบเดียวกับที่ใช้ในแท็บเล็ตซีรีส์ท็อปอย่าง MatePad Pro ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกของตระกูล Air หน้าจอนี้มีการเคลือบผิวด้านที่ช่วยลดแสงสะท้อน ทำให้เหมาะทั้งสำหรับการทำงานและการอ่านหนังสือ ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญจากหน้าจอ LCD ในรุ่นก่อนหน้า โดยหน้าจอยังคงมีขนาด 12 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรต 144Hz และความละเอียดสูง 2800 x 1840 พิกเซล (ทั้งนี้ Huawei ยังมีรุ่นหน้าจอแบบปกติที่ไม่ใช่ PaperMatte วางจำหน่ายเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดงบด้วย)
แบตเตอรี่ยังคงให้ความจุมาที่ 10,100 mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จไว 66W ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Kirin T93C ที่รองรับ “ฟีเจอร์ AI ระดับ Pro” เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานและความคิดสร้างสรรค์
นอกจากนี้ HUAWEI ยังได้ปรับดีไซน์ตัวเครื่องให้มีขอบจอบางลง ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 5.3 มม. และมาพร้อมสีใหม่ ได้แก่ Airy Blue, Sakura Pink และ White
ราคาและการวางจำหน่าย
- HUAWEI MatePad Air (2026):
- รุ่นจอธรรมดา 8GB/256GB ราคา 849 ยูโร (พร้อมคีย์บอร์ด)
- รุ่น PaperMatte Edition จ่ายเพิ่มอีก 50 ยูโร (รวม 899 ยูโร) เลือกรับได้ระหว่าง คีย์บอร์ด หรือ M-Pencil Pro
- รุ่น RAM 12GB ราคา 999 ยูโร (พร้อมคีย์บอร์ด)
- HUAWEI FreeClip 2 S:
- ราคาโปรโมชันช่วง Early Bird เริ่มต้น 169 ปอนด์ (ตั้งแต่ 14 ก.ค. – 17 ส.ค.) จากราคาปกติ 199 ปอนด์
- และยังมีรุ่น Limited-edition bundle ในราคา 199 ปอนด์ ที่จะได้รับอุปกรณ์เสริม Les Néréides clip-ons รวมอยู่ด้วย
ที่มา : Gsmarena













