หลังจากที่ HONOR Pad 20 รุ่นมาตรฐานได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดทางแบรนด์ได้ส่งรุ่นท็อปอย่าง HONOR Pad 20 Pro ตามมาติด ๆ โดยมาพร้อมกับการอัปเกรดสเปคให้ทรงพลังยิ่งขึ้น ชูจุดเด่นด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 8s Gen 4 ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 10,100 mAh
หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ IPS LCD ขนาดใหญ่ 12.1 นิ้ว ความละเอียดระดับ 3K (3,000 x 1,872 พิกเซล) รองรับอัตรารีเฟรชเรทที่ลื่นไหลถึง 165Hz และยังรองรับการใช้งานร่วมกับปากกาสไตลัส Honor Magic-Pencil 4s (อุปกรณ์เสริม) อีกด้วย
เปิดตัวรุ่น Paperlike Edition ตอบโจทย์สายจดเขียนและวาดภาพ

นอกจากรุ่นปกติแล้ว HONOR ยังมีตัวเลือก Paperlike Edition สำหรับ Pad 20 Pro ซึ่งมาพร้อมหน้าจอกันแสงสะท้อน (Anti-glare display) เพื่อมอบประสบการณ์การวาดภาพและจดบันทึกที่เป็นธรรมชาติและสบายตามากยิ่งขึ้น
หน้าจอของทั้งสองรุ่นสามารถทำความสว่างสูงสุด (Peak brightness) ได้ที่ 700 nits พร้อมฟีเจอร์ถนอมสายตาและเทคโนโลยีลดการกะพริบของหน้าจอ (Global DC Dimming) นอกจากนี้ยังจัดเต็มด้านเอนเตอร์เทนเมนต์ด้วยระบบลำโพง 6 ตัว ที่ได้รับการปรับแต่งเสียงโดย DTS Ultra
ประสิทธิภาพ สเปค และระบบปฏิบัติการ

ในด้านการเชื่อมต่อ HONOR Pad 20 Pro รองรับเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายมาตรฐานใหม่ล่าสุด ทั้ง Wi-Fi 7 แบบ Dual-band และ Bluetooth 6.0 (แต่จะไม่มีรุ่นที่รองรับซิมการ์ด หรือ Cellular) ตัวเครื่องมาพร้อมหน่วยความจำ RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) ความจุ 256GB ซึ่งไม่สามารถเพิ่ม microSD card ได้
ตัวแท็บเล็ตรันบนระบบปฏิบัติการ MagicOS 10 (มีพื้นฐานมาจาก Android 16) มาพร้อมชุดฟีเจอร์ AI ของ Honor แบบครบครัน และมี PC Mode ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ช่วยเปลี่ยน UI ให้เป็นโหมดเดสก์ท็อปที่สามารถปรับขนาดหน้าต่างแอปพลิเคชันได้อย่างอิสระ สำหรับการถ่ายภาพ ตัวเครื่องมาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 13MP และกล้องหน้าความละเอียด 8MP
แบตเตอรี่สุดอึด ใช้งานได้ยาวนาน

จุดเด่นที่สำคัญของรุ่นนี้คือแบตเตอรี่ความจุทะลุหมื่นที่ 10,100 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวผ่านสาย 66W โดยทาง Honor เคลมว่าสามารถรองรับการเล่นวิดีโอต่อเนื่องได้ยาวนานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง
ราคาและการวางจำหน่าย

เบื้องต้น HONOR Pad 20 Pro จะมีให้เลือกเพียงสีเทา (Grey) สีเดียวเท่านั้น โดยทางบริษัทยังไม่ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าตัวเครื่องจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ แฟนๆ คงต้องรอติดตามการอัปเดตราคาและแผนการทำตลาดในประเทศอื่น ๆ กันต่อไป
ที่มา : Gsmarena









