ตามกำหนดการที่วางไว้ ล่าสุด HONOR ได้ประกาศเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นท็อปสุด HONOR Magic9 Pro Max อย่างเป็นทางการในประเทศจีน ภายในงาน Magic Grand Ceremony ณ กรุงปักกิ่ง (เปิดตัวพร้อมกับรุ่น Magic9 และ Magic9 Super Edition) โดยเคาะราคาเริ่มต้นที่ 6,499 หยวน (ประมาณ 31,800 บาท)
จัดเต็มสเปกระดับอัลตราไฮเอนด์ ทั้งกล้อง 200MP คู่ที่พัฒนาร่วมกับ ARRI, ชิปเซตสถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตร Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 และหน้าจอที่สว่างที่สุดในวงการ
ระบบกล้องคู่ 200MP ผสานศาสตร์ภาพยนตร์จาก ARRI และชิป H1

HONOR Magic9 Pro Max ยกระดับการถ่ายภาพด้วยระบบกล้องคู่ 200MP ที่ทำงานร่วมกับ HONOR Drive H1 ชิปประมวลผลภาพ (ISP) สถาปัตยกรรม 6nm ที่พัฒนาขึ้นเอง ให้ประสิทธิภาพพลังงาน 18.8 TOPS/W รองรับการลดสัญญาณรบกวนแบบไร้การสูญเสีย (Lossless Noise Reduction) ในระดับ RAW-domain เพื่อรักษารายละเอียดภาพขั้นสุด

- กล้องหลัก (Main Camera): ความละเอียด 200MP เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.28 นิ้ว รูรับแสง f/1.57 มาพร้อมระบบกันสั่นระดับกิมบอล (Gimbal-level) มาตรฐาน CIPA 8.0 ที่ชดเชยการสั่นไหวได้ถึง 3 องศา ตอบโจทย์ทั้งการถ่ายภาพบุคคลและทิวทัศน์
- กล้องซูม (Ultra Night Telephoto): ความละเอียด 200MP เซนเซอร์ 1/1.4 นิ้ว รูรับแสง f/2.6 พร้อมกันสั่น CIPA 8.0 และเอนจินความคมชัด AiMAGE รองรับการถ่ายเจาะรายละเอียดทั้งระยะไกลและระยะใกล้
- กล้องมุมกว้าง (Ultrawide) และ Depth: เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 50MP (f/2.0) ทำงานร่วมกับกล้อง 3D Depth-sensing
- กล้องหน้า (Selfie): ความละเอียด 55MP ใช้เซนเซอร์สัดส่วนสี่เหลี่ยมจัตุรัสรุ่นแรกบน Android ทำให้สามารถถ่ายภาพสัดส่วน 1:1, 16:9 หรือ 9:16 ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องหมุนตัวเครื่อง
ฟีเจอร์วิดีโอ ARRI ครบวงจร และไมโครโฟน Cinematic

ความร่วมมือกับแบรนด์กล้องภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง ARRI ไม่ได้หยุดแค่ฮาร์ดแวร์ แต่ยังรองรับกระบวนการทำงานวิดีโอแบบ ARRI LogC3 เพื่อความยืดหยุ่นในการเกรดสีขั้นสูง พร้อมโทนสี ARRI Looks ให้เลือกใช้ถึง 87 แบบ และโหมด ARRI Master (เช่น โทน Venice หรือ Southern Fujian)

สำหรับสายวิดีโอ ยังมีโหมด ARRI Movie Live บันทึกวิดีโอสัดส่วนภาพยนตร์ 2.39:1 โดยเครื่องจะบันทึกภาพต่อเนื่องอีก 3 วินาทีหลังกดชัตเตอร์ นอกจากนี้ยังอัปเกรดระบบไมโครโฟนแบบ Gun Microphone ผสานไมค์รับเสียงทิศทางตรงเข้ากับไมค์รอบทิศทาง ช่วยลดเสียงรบกวนได้ถึง 462% และเพิ่มความไวในการรับเสียง 158%

(ตัวเครื่องยังรองรับอุปกรณ์เสริมระดับโปร ทั้งเลนส์ซูมภายนอก G500 เทียบเท่าระยะ 500mm, G200 เทียบเท่าระยะ 200mm และชุดขยายอุปกรณ์ประกอบวิดีโอจาก SmallRig ซึ่งวางจำหน่ายแยกต่างหาก)
หน้าจอ Black Diamond 10,000 nits และบอดี้สุดแกร่ง

- หน้าจอแสดงผล: จอภาพ OLED ขนาด 6.8 นิ้ว ภายใต้ชื่อ Black Diamond Display ดันความสว่างได้สูงสุดถึง 10,000 nits รองรับรีเฟรชเรต 1Hz-120Hz พร้อมเทคโนโลยีหรี่แสง 4320Hz PWM Dimming
- ความทนทานขั้นสูง: เคลือบกระจกด้วย Silicon Nitride ถึง 5,600 ชั้น ทนทานต่อรอยขีดข่วนมากขึ้น 15 เท่า และทนแรงกระแทกจากการตกได้ดีกว่ากระจกทั่วไปถึง 25 เท่า
- ระบบความปลอดภัยและบอดี้: ตัวเครื่องโลหะทั้งชิ้น ผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68, IP69 และ IP69K รองรับทั้งการสแกนใบหน้า 3D (3D Face Recognition) และสแกนลายนิ้วมือใตัจอแบบอัลตราโซนิก 3D
ขุมพลัง 2nm Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 และแบตเตอรี่ 8,600mAh

- ชิปเซตประมวลผล: ขับเคลื่อนด้วยชิปตัวแรง Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 สถาปัตยกรรมระดับ 2 นาโนเมตร ดันความเร็ว CPU สูงสุดถึง 5GHz (ทำคะแนนทดสอบบน AnTuTu ได้ทะลุ 5.5 ล้านคะแนน)
- แบตเตอรี่: อัดแน่นความจุ 8,600 mAh (แบตเตอรี่เทคโนโลยีซิลิคอน 40% ความหนาแน่นพลังงาน 1000Wh/L) รองรับระบบชาร์จเร็วผ่านสาย 100W, ชาร์จไร้สาย 80W และชาร์จไร้สายบนรถยนต์ที่รองรับ 50W
ราคาและตัวเลือกความจุ



HONOR Magic9 Pro Max ทำงานบนระบบปฏิบัติการ MagicOS ที่มาพร้อมปุ่ม AI (Dedicated AI Button) มีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีเขียว (Moss Green), สีเงิน (Silver) และ สีดำ (Shadow Black) โดยมีรายละเอียดราคาจำหน่ายในประเทศจีน ดังนี้:
- รุ่น 12GB + 256GB: 6,499 หยวน (ประมาณ 31,800 บาท)
- รุ่น 12GB + 512GB: 6,999 หยวน (ประมาณ 34,200 บาท)
- รุ่น 16GB + 512GB: 7,499 หยวน (ประมาณ 36,700 บาท)
- รุ่น 16GB + 1TB: 8,499 หยวน (ประมาณ 41,500 บาท)
- Master Photographer Package (ชุดพิเศษ): 10,999 หยวน (ประมาณ 53,800 บาท)

ที่มา : Gizmochina









